Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



เอกสารดาว์โหลด
ร่าง

โครงการพัฒนาผู้สอบบัญชีสหกรณ์เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

1. หลักการและเหตุผล
          กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหน้าที่ ในการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร พัฒนาระบบบัญชีและการสอบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐาน พัฒนาระบบการกำกับดูแลผู้สอบบัญชีและสหกรณ์ที่สอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีภาคเอกชน พัฒนาระบบ การตรวจสอบกิจการและสมรรถนะผู้ตรวจสอบกิจการ ให้คำปรึกษาแนะนำและพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินการบัญชี รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและรายงานภาวะเศรษฐกิจทางการเงิน ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนเสริมสร้างความรู้และส่งเสริมการจัดทำบัญชีแก่สมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเป้าหมายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2553 และพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วย กลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 ดำเนินการโดยผู้สอบบัญชีภาครัฐที่เป็นบุคลากรของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผู้สอบบัญชีภาคเอกชน
          ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจและการทำธุรกรรมทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีความซับซ้อนมากขึ้น มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายเช่นเดียวกับธุรกิจภาคเอกชนเช่น การให้สินเชื่อ การรับฝากเงิน การซื้อขายสินค้า/สถานีบริการน้ำมัน การผลิตสินค้าอุตสาหกรรม/แปรรูปสินค้าเกษตร (ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์จากผลิตผลการเกษตร ผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์/ยูเอชที โรงสีข้าว ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ฟาร์มโคเนื้อ/สุกรและโรงชำแหละ ฯลฯ) มีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขาย ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีความหลากหลายและมีความซับซ้อนในการบันทึกบัญชี และยังมีการดำเนินงาน ในลักษณะสำนักงานใหญ่และสาขา รวมทั้งธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ดังนั้น การสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใส เชื่อมั่น ศรัทธาให้กับสมาชิกสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรและประชาชนผู้ใช้งบการเงินทั่วไป จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้การปฏิบัติงาน สอบบัญชีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
          นโยบายรัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐจะเป็นก้าวหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ประเทศไทยจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้า และส่วนราชการต้องพยายามเร่งรัดให้ทุกกระบวนการดำเนินการไปได้ โดยต้องคำนึงถึงความต้องการจากภาคประชาชน เร่งสร้างความเข้าใจในทุกภาคส่วน การจะขับเคลื่อนต้องบูรณาการจากสามส่วน คือข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ แผนงานหรือแผนยุทธศาสตร์ และการบริหารจัดการคือการดำเนินการด้านงบประมาณ ต้องคำนึงถึงภารกิจหลักและภารกิจรองไปพร้อมกัน โดยเริ่มจากงานเล็กๆ แต่นำมาประกอบกันให้เกิดชิ้นงานใหญ่ เพื่อให้ได้ผลตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ประเด็นสำคัญคือต้องปรับความคิดข้าราชการให้เป็น "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” นำเทคโนโลยีมาเสริมการทำงาน ข้าราชการมีหน้าที่ที่จะต้องพัฒนาตนเองเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตและต้องทันสมัย โดยคำนึงถึงการทำงานระหว่าง คนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่า ที่จะต้องเตรียมพร้อมและก้าวเดินไปด้วยกัน ประกอบกับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งเน้นพัฒนาข้าราชการให้เป็น Smart Officer เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และสร้างคลังสมองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้สามารถเป็นเพื่อนคู่คิดให้กับเกษตรกรที่มีประสิทธิภาพ โดยต้องพัฒนาบุคลากรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามสมรรถนะความสามารถ ได้แก่ ความเชี่ยวชาญ ความรู้ ภาษา ภาวะผู้นำ คุณธรรม จริยธรรม จิตอาสา บริการ ความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต ทำงานเป็นทีม เก่งคิด เก่งปฏิบัติ ประยุกต์ใช้ความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้
          กรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีนโยบายการพัฒนาบุคลากร โดยพัฒนาความรู้เฉพาะด้านการบัญชี การสอบบัญชี กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบบัญชี พัฒนาทักษะและความสามารถในการสอบบัญชีเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ก้าวหน้าในสายอาชีพสอบบัญชี (Career Path) โดยสนับสนุนให้ข้าราชการและพนักงานราชการที่ปฏิบัติงานสอบบัญชีได้มีโอกาสพัฒนาตนเองเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) และเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สมาชิกในการทำธุรกิจและธุรกรรมทางการเงินกับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนผู้ใช้งบการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จึงจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานสอบบัญชีตามภารกิจหลักได้ อย่างมีประสิทธิภาพเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สอดคล้องรองรับกับความซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจและการจัดทำบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร นโยบายของรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และดำเนินการตามนโยบายของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพสอบบัญชี และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคนและสังคมของรัฐบาล เพื่อรองรับกับนโยบายและการพัฒนาในอีก 20 ปี ตามร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาผู้สอบบัญชีสหกรณ์เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เพื่อพัฒนาผู้ปฏิบัติงานสอบบัญชีได้ตามมาตรฐานวิชาชีพสากลและเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น
 
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ให้เป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาต (CPA)
2.2 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพงานสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสู่มาตรฐานวิชาชีพ สอบบัญชีสากล
2.3 สร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจในวิชาชีพสอบบัญชีให้กับผู้ปฏิบัติงานสอบบัญชีภาครัฐ
 
3. วิธีดำเนินการ
3.1 ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยต้องทำการตรวจสอบคุณสมบัติ วุฒิการศึกษา จากเว็บไซด์ของสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
3.2 ผู้เข้าร่วมโครงการร่วมกิจกรรมตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
3.3 ผู้เข้าร่วมโครงการฝึกหัดงานสอบบัญชี โดยในการตรวจสอบบัญชีได้ใช้มาตรฐานการสอบบัญชีของไทยหรือมาตรฐานการสอบบัญชีของต่างประเทศที่สภาวิชาชีพบัญชีให้การรับรอง
3.4 มอบให้หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์แต่ละจังหวัดเป็นผู้รับรองการฝึกหัดงานของบุคลากรในแต่ละจังหวัด และให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสอบบัญชี ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้ควบคุมการฝึกหัดงาน
3.5 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จัดให้มีการพัฒนาผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดในการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
 
4. ระยะเวลาและสถานที่ดำเนินงานโครงการ
          ระยะเวลาดำเนินการ จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีหรือจนกว่ากิจกรรมโครงการจะแล้วเสร็จ โดยตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีกำหนดว่า"การฝึกหัดงานต้องกระทำเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีแต่ไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงานและมีเวลาฝึกหัดงานต้องรวมกันไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง”
สถานที่ดำเนินการ จะเป็นไปตามที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์กำหนด
 
5. จำนวนกลุ่มเป้าหมาย
          บุคลากรกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ยื่นใบสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 700 คน
 
6. งบประมาณ/ทรัพยากร และแหล่งที่มา การดำเนินโครงการ
          ค่าใช้จ่ายจากงบประมาณของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
 
7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
7.1 ผู้สอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมีความรู้ ความสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพ
7.2 งานตรวจสอบด้านการเงินการบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มีคุณภาพสูงขึ้น
7.3 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มีบุคลากรที่เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพ เพิ่มมากขึ้น
 
8. การติดตามและการประเมินผลโครงการ
8.1 ติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
8.2 ประเมินผลตามเป้าหมายด้านปริมาณ คุณภาพ ความสำเร็จของโครงการ
 
9. ผู้รับผิดชอบโครงการ
9.1 คณะกรรมการดำเนินการโครงการพัฒนาผู้สอบบัญชีสหกรณ์เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
9.2 สำนักส่งเสริมพัฒนาการบัญชีและถ่ายทอดเทคโนโลยี
 
10. ตัวชี้วัด
เชิงปริมาณ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการที่เข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรที่โครงการกำหนด
เชิงคุณภาพ ร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสอบบัญชีจาก สภาวิชาชีพบัญชี