Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์


พัฒนาสหกรณ์เข้มแข็ง : ถ่ายโอนงานสอบบัญชีสู่เอกชน



      ภายใต้ภารกิจอันหลากหลายของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ปัจจุบันได้มี
การเปลี่ยนแปลงบทบาทโดยการกระจายงานสู่ภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อสอดรับกับ
แนวปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ซึ่งให้ความสำคัญ
กับระบบสหกรณ์เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากมาตรา 84(9) ส่งเสริม สนับสนุน
และคุ้มครองระบบสหกรณ์ให้เป็นอิสระ และการรวมกลุ่ม การประกอบอาชีพ
หรือวิชาชีพตลอดทั้งการรวมกลุ่มของประชาชนเพื่อดำเนินกิจการด้านเศรษฐกิจ
และมาตรา 84(13) ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรภาคเอกชนทางเศรษฐกิจ
ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง  และการที่สหกรณ์จะมีความ
เป็นอิสระได้นั้นต้องมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งหนึ่งในกลไก
ที่ช่วยสร้างความเข้มแข็ง นั่นคือ “ผู้ตรวจสอบกิจการ”

       จากเวทีเสวนาเรื่อง “บ่งชี้อนาคตเศรษฐกิจทางการเงินสหกรณ์ไทย”
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2552 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ภายใต้หัวข้อ “หลักการและการเตรียมความพร้อมการสอบบัญชีสหกรณ์ถ่ายโอน
ปี 2553”  ได้รับเกียรติจากหลายฝ่ายในภาคสหกรณ์ ซึ่งจะเป็นการช่วยเน้นย้ำ
ให้เห็นความสำคัญของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในการกระจายงานสู่ภาคเอกชน
เพิ่มมากขึ้น  ทั้งนี้
นางสมพร พุฒวันเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐาน
การบัญชีและการสอบบัญชี
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้แสดงทัศนะในบทบาท
ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
       “...ปัจจุบันสหกรณ์ได้เข้าสู่ภาคเอกชนแล้ว คือ สหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง
มีศักยภาพทางด้านการเงิน และเมื่อมีความเข้มแข็ง มีศักยภาพ และมีความ
สมัครใจด้วย เราก็ให้ผู้สอบภาคเอกชนได้สอบบัญชีของท่าน การดูแลในระยะหนึ่ง
ซึ่งผู้สอบบัญชีภาคเอกชนทำการตรวจบัญชีให้ท่าน กรมตรวจฯ จะห่างจากสหกรณ์
ไปบ้างชั่วขณะ แต่จริงๆ เราเฝ้ามองอยู่ถึงการบริหารงานของสหกรณ์ ซึ่งในปี 53
เราก็จะกลับมาดูแลท่านอย่างใกล้ชิดเช่นเดิม โดยเข้ากำกับ เสนอแนะ สอนแนะ
ทางด้านการเงินการบัญชีให้ ทั้งคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และผู้ตรวจสอบกิจการ
อาจจะเข้า 3 เดือนครั้ง 2 เดือนครั้ง แล้วแต่ความจำเป็นที่จะเข้า โดยจะให้ สตส.
ประจำจังหวัด หรือ สำนักงานภายใน กทม. สำนักมาตรฐานการบัญชีและ
การสอบบัญชีก็จะดูแลด้วยเป็นบางสหกรณ์ และเมื่อสอนแนะแล้วก็จะมีการ
ติดตามผลด้วย ว่าหลังจากสอนแนะไปแล้ว หากมีข้อที่มีความเสี่ยง เกิดความ
เสี่ยงต่อสหกรณ์ ณ จุดใด เราก็เข้าดูแล ณ จุดนั้น...” นางสมพร กล่าว

       อีกด้านหนึ่ง ในส่วนของสหกรณ์ผู้รับการบริการ
นายวิฑูรย์ แนวพานิช
ประธานกรรมการสหกรณ์แท๊กซี่สยาม จำกัด
ได้แสดงทัศนะในฐานะที่ได้รับ
การบริการทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนในการดำเนินงานตรวจสอบบัญชี
และให้แนวคิดในการดำเนินงานถ่ายโอนครั้งนี้ด้วย
       “...จากการออกไปโลกภายนอก ไปเจอผู้สอบภายนอก มันก็แตกต่างกับ
สิ่งที่เราอยู่มา 30 ปี กับกรมตรวจฯ ลักษณะที่อยู่กับกรมตรวจฯ พอไปสู่ภายนอก
ก็จะเป็นลักษณะหนึ่ง ถามว่า ถ้าความอบอุ่น ผมคิดว่า กรมตรวจฯ ดูจะมีความ
อบอุ่น แต่ผมคิดว่า การพัฒนาหรือความคิดริเริ่มช่วยเหลือตนเองสู่อนาคต
ก็เป็นหน้าที่เรา ส่วนภายนอกหรือภาคเอกชนก็มีความคล่องตัวในการพัฒนาระบบ
ได้ดีกว่า ถึงแม้จะเจออุปสรรคบ้าง แต่ก็คิดว่าอยู่ในช่วงปรับตัว อนาคตก็คิดว่า
ไปได้ดี…” นายวิฑูรย์ กล่าว
       ดังจะเห็นได้ว่า สหกรณ์ผู้รับบริการงานถ่ายโอนการสอบบัญชีเล็งเห็น
ความสำคัญในการพึ่งพาตนเองของสหกรณ์ที่จะช่วยให้ระบบสหกรณ์พัฒนา
ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ก็ต้องรับภาระ
เพิ่มขึ้นเช่นกัน
       “...ผมคิดว่าภาระของกรมตรวจฯ ในการถอยออกไป คงไม่ใช่เป็นการ
ลดภาระ แต่อาจจะเป็นภาระที่หนักกว่า และต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของภาระ
แทนที่จะเป็นคนมาช่วยสอนบัญชีให้ เขียนบัญชีให้ ต้องไปดูวิธีการกำกับ
หรือการที่จะส่งให้สหกรณ์เข้มแข็งต้องใช้วิธีการอย่างไร ซึ่งคิดว่าต้องใช้สมอง
มากขึ้นในการที่จะต้องคิดสิ่งเหล่านี้กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ต้องพัฒนา
มาโดยตลอด...”

       ในขณะที่
ดร.โชคชัย สุทธาเวช ผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่ง
ประเทศไทย
ในฐานะตัวแทนจากองค์กรที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์
โดยมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้แก่สหกรณ์ไทย ได้สนับสนุน
ภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และได้ให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาสหกรณ์ให้มี
ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
       “...สันนิบาตสหกรณ์ในฐานะที่เรียกว่าเป็นส่วนย่อหรือส่วนประกอบกลไก
ที่สำคัญของกระบวนสหกรณ์ จึงยินดีมากที่จะสนับสนุนสหกรณ์ต่าง ๆ
ให้ได้ทำหน้าที่พัฒนาตนเองและให้ความสำคัญกับผู้สอบ โดยยอมรับการฝึกอบรม
การเรียนรู้จากผู้ตรวจสอบ ผู้ตรวจบัญชีของกรมตรวจฯ รวมทั้งการให้เจ้าหน้าที่
ได้รับการแนะนำ แต่ที่ผมเป็นห่วงอยู่อย่างหนึ่งเท่าที่ได้สัมผัสจากสหกรณ์ต่าง ๆ
สหกรณ์เล็ก ๆ โอกาสที่จะได้รับการพัฒนา ช่วยเหลือ ปรับปรุง มีน้อยมาก เพราะ
มักจะขาดทุนทรัพย์ ขาดเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถที่จะมาทำงาน เพราะฉะนั้น
จึงอยากจะนำเสนอว่าถ้าเป็นไปได้ ท่านก็อาจจะต้องจัดกลุ่มสหกรณ์ออกเป็นประเภท
ต่าง ๆ ตามขนาดก็ดี ตามพื้นที่ หรือตามประเภทธุรกิจสหกรณ์ เพื่อให้ท่านสามารถ
ที่จะกระตุ้นหรือมอบหมายให้ผู้ตรวจสอบบัญชีให้สามารถทำงาน พัฒนา ฟื้นฟู
ช่วยเหลือความรู้ทางด้านบัญชีหรือการจัดทำบัญชีได้ถูกต้อง ตรงเป้าหมาย…”
ดร.โชคชัย กล่าว
       จากเวทีเสวนาที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานผู้ให้และผู้รับ 
จะเป็นการช่วยพัฒนาระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ตามแนวทาง
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
       “...เราเชื่อว่าภูมิปัญญาทางบัญชีสามารถที่จะสร้างวิถีสู่อนาคตได้ เพราะฉะนั้น
ในความหมาย ผมมีความเชื่อมั่นว่า ความมั่นคงของสถาบัน การสร้างความพึงพอใจ
ต่อสมาชิก การหาหนทางเพื่อทำให้เกิดการควบคุมคุณภาพงาน รวมทั้งการหา
มาตรการรองรับสถานการณ์ต่างๆ ก็จะก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น...”
นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งให้เกียรติเป็นประธาน
ปิดการสัมมนากล่าวทิ้งท้าย


เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ทำเนียบอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional