Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
Call Center 0 2016 8888 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์


การบัญชีและสอบบัญชี
ใช้กลไกบัญชีสหกรณ์ พลิกฟื้นธุรกิจสถาบันเกษตรกร



   กรมตรวจบัญชีฯเร่งพลิกฟื้นธุรกิจสถาบันเกษตรกร ผ่าน
   กลไกการบัญชี อธิบดี ชี้หวังให้ประชาชนมีส่วนร่วมจัดตั้ง
   ดำเนินกิจการสหกรณ์ คาดอนาคตสามารถพึ่งพาตนเอง
   ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
   เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กลไกการบัญชี นับว่าเป็นเครื่องมือพื้นฐาน
   การตรวจวัดฐานะทางการเงินของครอบครัว และการประกอบอาชีพ
  เกษตรกร สู่การสร้างเครือข่ายวินัยทางการเงินภายในครอบครัว
   เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกลไกลเหล่านี้จะปรับตัวตามพื้นฐานการประกอบ
   อาชีพของเกษตรกรแต่ละราย ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม
   ในการจัดตั้งและดำเนินกิจการสหกรณ์ อีกทั้งให้สมาชิกสามารถ
   พึ่งพาตนเอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจ
   พอเพียงอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 10
  (สตท.10) กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงได้กำหนดจัดการสัมมนา
   เรื่อง 7 มิติ เชื่อมโยงสถาบันเกษตรกรภายใต้โครงการพลิกฟื้น
   ธุรกิจสถาบันเกษตรกรผ่านกลไกการบัญชี ขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม
   2552 ณ สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์)
   ให้กับผู้แทนสหกรณ์ภาคการเกษตร ข้าราชการและพนักงานราชการ
   เครือข่ายชุมชน ครูบัญชี  นักเรียน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่
   สตท.10 โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนารวมทั้งสิ้นจำนวน 550 คน 
          อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้
   จะทำให้สหกรณ์ในโครงการ วิสาหกิจชุมชน สถาบันการศึกษา
   กองทุนหมู่บ้าน ชุมชนเมือง ได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการบัญชี
   แหล่งเงินทุน และยังเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรในสถาบันเกษตรกร
   ภายใต้โครงการ ดังกล่าว สามารถใช้กลไกทางบัญชีเป็นเครื่องมือ
   พื้นฐานตรวจวัดฐานะการเงินภายในครอบครัวและการประกอบอาชีพ
   ที่เป็นผลทำให้เกิดการสร้างวินัยการเงินของตนเองและครอบครัว
   และยังเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านบัญชี ระบบการควบคุม
   ภายในวิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้านผ่านเครือข่ายครูบัญชี ซึ่งผู้ที่
   เข้าใจถึงกลไกจะสามารถใช้เป็นเครื่องมือสร้างประสิทธิภาพการบริหาร
   จัดการสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง เป็นอิสระ และพึ่งพาตนเอง
   ได้อย่างยั่งยืน 
          “ สถาบันเกษตรกร บุคลากรของสถาบันที่ได้รับการพัฒนา
   อย่างต่อเนื่อง ต่อไปจะทำให้การบริหารงานโปร่งใส   มีประสิทธิภาพ
   เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ สมาชิกสถาบันเกษตรกร   เกษตรกรและ
   ชุมชนในท้องถิ่น มีการกลไกการบัญชีมาใช้แก้ไขปัญหา พร้อมทั้ง
   สร้างวินัยทางการเงิน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กระทั่งมีเงินออม
   ซึ่งเหล่านี้จะทำให้ ประชาชนในท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ”
   นายอนันต์กล่าว.
           อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข้อมูลและประเมินภาวะเศรษฐกิจ
   ภาคการเกษตรในสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 10   ตั้งแต่ปี 
   2549 - 2551 พบว่า จำนวนสถาบันเกษตรกรเพิ่มขึ้น 62 แห่ง
   จากเดิมที่มีอยู่ 654 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็น 716 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 9.48  
   ทุนดำเนินการเพิ่มขึ้น 80,121.30 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ  24.88
   แบ่งเป็น ทุนภายในเพิ่มขึ้น  87,568.72 ล้านบาท ทุนภายนอกลดลง
   7,447.41 ล้านบาท ในด้านธุรกิจจากเดิมมีมูลค่า 338,022.70 ล้านบาท
   เพิ่มขึ้นเป็น 413,583.96  ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ   22.35  
   ส่วนสมาชิกมีเงินออมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิม  146,555 บาท/คน 
   เพิ่มขึ้นเป็น 165,419 บาท / คน
          ทั้งนี้จากรายงานดังกล่าว จะเห็นว่าสมาชิกสหกรณ์ที่เข้าสู่กลไก
   ทางบัญชีอย่างเป็นระบบ มาตรฐาน สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือบ่งชี้
   ได้ว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแม้ว่าจะเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
   แต่สมาชิกสหกรณ์ก็สามารถควบคุมระบบภายในให้พัฒนาดีขึ้นอยู่
   ในระดับดีถึงดีมากเพิ่มขึ้นได้เฉลี่ยร้อยละ 9.38   ส่วนด้านระดับควร
   ปรับปรุงลดลงร้อยละ 24.03


เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • ทำเนียบอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional