Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์




 
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ หนุนสหกรณ์ใช้โปรแกรม FAS ช่วยระบบบัญชีมีคุณภาพ ชูสหกรณ์นิคมสอยดาว จำกัด ตัวอย่างสหกรณ์ดีเด่นนำโปรแกรมฯ บริหารงานแบบเต็มระบบ
 
     ปัจจุบันสหกรณ์มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายและมีความซับซ้อนในระบบสหกรณ์มากขึ้น การนำเทคโนโลยีและระบบออนไลน์มาใช้เพื่อให้ก้าวทันกับยุคสมัยและตอบสนองกับการดำเนินธุรกิจและพฤติกรรมของคนในสังคม จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยให้การดำเนินธุรกิจสหกรณ์มีความก้าวหน้าและก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลง
         กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ โดยการนำระบบบัญชีมาใช้บริหารจัดการสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ความโปร่งใส ส่งผลประโยชน์สู่สมาชิกและช่วยสร้างฐานรากเศรษฐกิจชุมชนที่มีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาโปรแกรมระบบบัญชีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับสหกรณ์ โดยพัฒนาโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (FAS : Full Pack Accounting Software ) ประกอบด้วยระบบสมาชิกและหุ้น ระบบเงินให้กู้ ระบบเงินรับฝาก ระบบสินค้า และระบบบัญชีแยกประเภทครอบคลุมการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ในทุกๆ ด้านและมีความทันสมัย ช่วยให้การบริหารจัดการและการให้บริการสมาชิกเกิดความสะดวกรวดเร็ว ผู้บริหารสหกรณ์สามารถนำข้อมูลสารสนเทศทางการเงินมาใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อเหตุการณ์ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่มวลสมาชิก นอกจากนี้
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ยังได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ คือ Smart4M ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรม FAS ให้สามารถตอบสนองพฤติกรรมของคนในสังคมปัจจุบันที่มีการใช้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ละภาคส่วนของสหกรณ์สามารถตรวจสอบความแม่นยำข้อมูลทางบัญชีและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของสหกรณ์ได้ทันท่วงที ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาในระบบสหกรณ์
        สหกรณ์นิคมสอยดาว จำกัด จ.จันทบุรี เป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่มาก ซึ่งมีสมาชิกกว่า 5,000 ราย ในปี 2560ดำเนินธุรกิจให้บริการสมาชิกมีมูลค่ารวม 378,859,356.85 บาท เป็นตัวอย่างสหกรณ์ที่นำโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (FAS : Cooperative Full Pack Accounting Software) ที่พัฒนาโดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มาใช้ในการบริหารจัดการและให้บริการสมาชิกอย่างเต็มระบบ สามารถให้บริการสมาชิกแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทำให้สหกรณ์มีข้อมูลด้านการเงินการบัญชีที่เป็นปัจจุบัน ผู้บริหารและสมาชิกสามารถตรวจสอบข้อมูล รายละเอียดบัญชีของตนเองได้ตลอดเวลา และได้รับความพึงพอใจจากสมาชิกเป็นอย่างดี ซึ่งจากความสำเร็จนี้ ทำให้สหกรณ์ได้รับรางวัลสหกรณ์ที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชีครบวงจร (FAS) ดีเด่น ประจำปี 2560 จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ด้วย
        นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่าโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (FAS) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นเวลากว่า 11 ปีแล้ว มีสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ประจำจังหวัด เป็นผู้ให้บริการติดตั้ง และให้คำปรึกษาแนะนำในการใช้งานโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง โดยที่สหกรณ์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ยังได้พัฒนาแอพพลิเคชันต่อยอดการทำงานของโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (FAS) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรียกว่า Smart4M ประกอบด้วย 1) SmartMe แอพพลิเคชันสำหรับสมาชิกสหกรณ์และบุคคลทั่วไปใช้ในการบันทึกบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ 2) SmartMember แอพพลิเคชันสำหรับสมาชิกสหกรณ์ช่วยให้สมาชิกสหกรณ์สามารถตรวจสอบฐานะทางการเงินของตนเองได้ตลอดเวลา 3) SmartManage แอพพลิเคชันสำหรับกรรมการสหกรณ์ใช้ติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์ และ 4) SmartMonitor แอพพลิเคชันสำหรับผู้สอบบัญชี ผู้กำกับดูแลและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามความเคลื่อนไหว และความผิดปกติทางการเงินของสหกรณ์ ซึ่งจากนวัตกรรมดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกร สมาชิก กรรมการสหกรณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันอย่างคุ้มค่า
        "การรวมกลุ่มเป็นกลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์ จำเป็นต้องมีการทำบัญชีภายในขององค์กร ซึ่งการทำบัญชีทำให้รู้ฐานะทางการเงินของกลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์นั้นๆว่ามีความมั่นคงเพียงใด และมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานสร้างความโปร่งใสเป็นธรรมกับสมาชิกมากน้อยเพียงใด นอกจากนั้นยังสามารถนำข้อมูลทางบัญชีมาวิเคราะห์ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ และใช้ในการวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (FAS) ประมาณ 2,500 แห่ง ยังไม่มีการใช้ในทุกสหกรณ์ เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ใช้ตามความสมัครใจ ไม่ได้มีการบังคับ และต้องอาศัยความพร้อมของสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านบุคลากร เครื่องมือและอุปกรณ์ ซึ่งบางสหกรณ์อาจมีปัญหาการขาดแคลนบุคลากร หรือเครื่องมือและอุปกรณ์ ทั้งนี้ ปัญหาหนึ่งที่สำคัญของในภาคสหกรณ์ในปัจจุบันคือ การทุจริต เมื่อนำโปรแกรมเหล่านี้มาใช้ก็จะช่วยลดการทุจริตได้ เนื่องจากเป็นโปรแกรมมีระบบการควบคุมภายในเพื่อป้องกัน ลดการทุจริตในสหกรณ์ โดยคณะกรรมการหรือผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสหกรณ์ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านแอพพลิเคชันระบบออนไลน์ตลอดเวลา จึงช่วยป้องกัน และอุดช่องโหว่การทุจริต หรือแก้ไขปัญหาที่ทำให้เกิดความเสียหายในสหกรณ์ได้อย่างทันเวลา ซึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะได้ร่วมมือกันหาทางแก้ไข ป้องกัน ไม่ให้สร้างความเสียหายลุกลามต่อไป โดยหากสหกรณ์ใดที่สนใจนำโปรแกรมฯ ไปใช้ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ทุกจังหวัด ซึ่งพร้อมให้บริการให้คำปรึกษาแนะนำในการติดตั้ง โดยที่สหกรณ์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ อย่างใด หรือติดต่อที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โทร CALL CENTER 0 2016 8888" อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าว
         ในสถานการณ์ปัจจุบันข้อมูลนับเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้บริหารสหกรณ์ การนำข้อมูลทางบัญชีไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการสหกรณ์ โดยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย คือ โปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร และนวัตกรรม Smart4M ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการองค์กร ช่วยให้สหกรณ์มีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและมีการควบคุมภายในที่ดี นำไปสู่การขับเคลื่อน และพัฒนาองค์กรให้เจริญเติบโต สามารถสนองประโยชน์ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ได้เป็นอย่างดี.

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional