หน้าหลัก อีเมล์ แผนผังเว็บไซต์ กระดานถาม -ตอบ ติดต่อเรา
no insert title on tag images
เกี่ยวกับเรา ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน การบัญชีและสอบบัญชี ระเบียบ โครงการสำคัญ เครือข่ายครูบัญชี ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เว็บไซต์หน่วยงาน Intranet

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

 

ข่าวประกาศ


อ่านทั้งหมด

ข่าวเด่นวันนี้

ปี 2563


อ่านทั้งหมด


ข่าวสาร

 


 

มัลติมีเดีย

 


 

e-Service

บริการ

แนะเกษตรกรทำบัญชี เพิ่มเงินออมในครัวเรือน ป้องกันความเสี่ยงในอาชีพ ต้านวิกฤติ



กรมตรวจบัญชีสหกรณ์แนะเกษตรกรทำบัญชีครัวเรือน และบัญชีอาชีพ ชี้เป็นการเตือนภัยและรับมือกับสภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ เกษตรกรควรเร่งสร้างภูมิคุ้มกันโดยใช้บัญชีเป็นเครื่องมือสร้างเงินออมไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น และป้องกันความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ นายศุภชัย บานพับทอง อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นห่วงเกษตรกร อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดอาจพลิกผันขึ้นอยู่กับตลาดโลกกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว แนะเกษตรกรไม่ควรประมาทเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน โดยการทำบัญชีครัวเรือน และบัญชีอาชีพอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้และเงินออม ข้อมูลทางบัญชีจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างเงินออมไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น และป้องกันความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ หากเกษตรกรรู้จักใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางบัญชีในการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยลง ใช้ข้อมูลทางบัญชีช่วยในการวางแผนการลงทุน หรือปรับเปลี่ยนอาชีพให้เหมาะสมก่อนที่จะเกิดความเสียหาย ก็จะนำไปสู่รายได้และเงินออมที่เพิ่มขึ้น การส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรในระดับรากแก้วเป็นเรื่องที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ให้ความสำคัญเสมอมา โดยดำเนินภารกิจเสริมสร้างภูมิปัญญาทางบัญชีให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง สร้างองค์ความรู้ทางบัญชีให้กับเกษตรกรไปแล้วกว่า 4 ล้านครัวเรือน โดยตั้งเป้าว่าเกษตรกรจำนวน 5.6 ล้านครัวเรือน จะต้องมีความรู้ทางบัญชีภายในปี 2553 โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรรู้รายรับ รู้รายจ่ายของครอบครัว และสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางบัญชี มีวินัยในการใช้จ่ายเงิน รู้ต้นทุนในการประกอบอาชีพ สามารถวางแผนการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่รายได้และ เงินออมที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดจากรายงานผลการศึกษาส่วนบุคคล เรื่องการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการออมทรัพย์จากการทำบัญชีครัวเรือนของเกษตรกรในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของนางสาววรรณา โชติโยธิน พบว่า เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างจำนวน 358 ราย มีการทำบัญชีครัวเรือนจำนวน 179 ราย คิดเป็นร้อยละ 50 ซึ่งในจำนวนเกษตรกรที่ทำบัญชีครัวเรือนดังกล่าวมีการ ออมทรัพย์จำนวน 156 ราย คิดเป็นร้อยละ 87.15 โดยมีการออมทรัพย์ต่อปีเฉลี่ยครัวเรือนละ 14,769.23 บาท การออมทรัพย์ต่อปีสูงสุดเฉลี่ยครัวเรือนละ 30,238.00 บาท ในช่วงอายุต่ำกว่า 40 ปี ส่วนคนที่ไม่ได้ทำบัญชีมีการออมทรัพย์ต่อปีเฉลี่ยครัวเรือนละ 6,896.82 บาท การออมทรัพย์ต่อปีสูงสุดเฉลี่ยครัวเรือนละ 8,973.14 บาท ในช่วงอายุ 50-59 ปี จากผลการศึกษาดังกล่าวจะเห็นได้ว่าปริมาณการออมทรัพย์ของผู้ที่ทำบัญชีเฉลี่ยต่อปี สูงกว่าปริมาณการออมทรัพย์ของผู้ที่ไม่ได้ทำบัญชีอย่างชัดเจน อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่ไม่ทำบัญชี ก็อาจมีการออมเงินในครัวเรือนบ้าง แต่ไม่สามารถรับรู้รายการรับจ่ายที่ผ่านมาไม่มีข้อมูลในอดีตที่จะช่วยในการปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อให้มีเงินออมที่เพิ่มขึ้น ไม่มีข้อมูลในอดีตช่วยในการตัดสินใจลงทุนประกอบอาชีพในปัจจุบันและอนาคต และย้ำว่า เมื่อเกษตรกรได้รับความรู้และลงมือทำบัญชี สร้างวินัยทางการเงินแก่ตนเองและครอบครัวแล้ว เชื่อว่าจะนำไปสู่เงินออมที่เพิ่มขึ้น มีภูมิคุ้มกัน พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สามารถรับมือกับสภาวะ ความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ในทุกสถานการณ์

Copyright 2016 by Cooperative Auditing Department
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888