หน้าหลัก แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อเรา
no insert title on tag images
เกี่ยวกับเรา ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน การบัญชีและสอบบัญชี ระเบียบ โครงการสำคัญ เครือข่ายครูบัญชี ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เว็บไซต์หน่วยงาน Intranet

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

 

ข่าวประกาศ


อ่านทั้งหมด

ข่าวเด่นวันนี้

ปี 2559


อ่านทั้งหมด


ข่าวสาร


มัลติมีเดีย


e-Service

บริการ


ปัจจุบันคำว่า เงินเฟ้อ มักจะเผยแพร่ให้ได้เห็นและได้ฟังกันแทบทุกวันตามสื่อต่าง ๆ อันเนื่องจาก ทุกประเทศต้องประสบกับภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลพวงให้อัตราการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจไม่เติบโตตามที่คาดไว้ ในขณะเดียวกันประชาชนต้องเผชิญกับปัญหา ข้าวยาก หมากแพง เนื่องจาก สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันมีราคาสูงขึ้น หรือที่นักเศรษฐศาสตร์ เรียกว่า ปัญหาเงินเฟ้อ เงินเฟ้อ เกิดได้อย่างไร ? เข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือ เงินเฟ้อจะเกิดขึ้นเมื่อราคาของสินค้าต่าง ๆ โดยรวมมีการปรับตัวสูงขึ้นอันเนื่อง มาจากต้นทุนในการผลิตสินค้าสูงขึ้น หรือความต้องการสินค้า/บริการมีมากกว่าการผลิตสินค้าและบริการใน ขณะนั้นๆ หรือเกิดจากการกักตุนสินค้าที่จำเป็นเพื่อเก็งกำไร เช่น ข้าว น้ำมัน ฯลฯ อันเป็นผลให้ระดับราคา สินค้าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สามารถหาภาวะหยุดนิ่งได้ ภาวะเงินเฟ้อก็จะทำให้ค่าของเงินลดลง เพราะสินค้า มีราคาแพงขึ้น เงินที่มีค่าเท่าเดิมจะซื้อของได้น้อยลง ทำำให้เกิดการคาดคะเนราคาสินค้าส่งผลให้ประชาชน มีเงินเหลือน้อยลง หรืออาจแปรเปลี่ยนเป็นการซื้อสินค้าเก็บไว้ใช้ รายงานแนวโน้มเงินเฟ้อ สรุปผลการประมาณการ ณ เมษายน 2551 ร้อยละ ปี 2550 ปี 2551 ปี 2552 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (เดิม) 4.8 4.8 - 6.0 (4.5 - 6.0) 4.5 - 6.0 (4.5 - 6.0) อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (เดิม) 1.1 1.5 - 2.5 (1.3 - 2.3) 2.0 - 3.0 (1.5 - 2.5) อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (เดิม) 2.3 4.0 - 5.0 (2.8 - 4.0) 2.8 - 4.3 (1.8 - 3.3) อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี 2.00 - 3.15 1.75 - 4.00 ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย สหกรณ์ออมทรัพย์และภาวะเงินเฟ้อ หากหันมองกลุ่มบุคคลที่รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินรูปแบบหนึ่ง มีจำนวนสมาชิก ปี 2550 กว่า 2.29 ล้านคน สมาชิกส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางที่มีรายได้ประจำ การดำเนินงาน ของสหกรณ์ออมทรัพย์มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นขนาดของสหกรณ์ ที่จัดเป็นขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก ร้อยละ 91.20 ดำเนินธุรกิจโดยรวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 767,025 ล้านบาท สินทรัพย์รวมทั้งระบบกว่า 730,000 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับระบบธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ณ วันสิ้นปี 2550 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 7,816,545 ล้านบาท เทียบได้เป็นร้อยละ 9.35 ของสินทรัพย์รวมธนาคารพาณิชย์ แสดงแหล่งที่มาและใช้ไปของเงินทุนสหกรณ์ออมทรัพย์ ในรอบ 5 ปี หากพิจารณาโครงสร้างเงินทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์จากแหล่งที่มาของเงินทุนที่สำคัญในรอบ 5 ปี พบว่ายังคงใช้ทุนภายในที่ได้จากหุ้นซึ่งเกิดจากการสะสมรายเดือน และเงินฝากของสมาชิกเป็นส่วนใหญ่ ด้านการใช้เงินทุนของสหกรณ์ นำไปลงทุนในลูกหนี้เงินกู้และหาผลตอบแทนจากการลงทุน ในหลักทรัพย์/ ตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่ จะเห็นได้ว่าแหล่งเงินทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์มาจากเงินออมของสมาชิกเกือบ ทั้งสิ้น ในช่วงของภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น มนุษย์เงินเดือนที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับ ภาระค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น แต่เงินในกระเป๋าจากเงินเดือนที่ได้รับยังคงเท่าเดิม อาจส่งผลให้อัตราการออม โดยการถือหุ้นรายเดือน หรือเงินฝากในสหกรณ์ลดน้อยลง หรือสมาชิกบางรายถือหุ้นครบตามระเบียบแล้ว ก็จำเป็นต้องระงับการส่งค่าหุ้นไป ดังนั้นการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของเงินทุนสหกรณ์อาจกล่าวได้ว่าต้องมาจาก ปัจจัยของผลตอบแทนที่ดึงดูดใจให้สมาชิกอยากออมมากขึ้น ตลอดจนจากความมั่นคงด้านฐานะการเงิน ของสหกรณ์ด้วย วิธีเอาชนะเงินเฟ้อ เงินเฟ้อมีผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล องค์กรภาคเอกชน หรือกระทั่งอาจมาถึง ธุรกิจสหกรณ์ออมทรัพย์ เนื่องจากสมาชิกของสหกรณ์ก็คือประชาชนผู้มีเงินเดือนประจำ ดังนั้นควรต้องหันมา เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ปรับปรุงแก้ไขการบริหารงาน ตลอดจนวิถีการดำเนินชีวิตของสมาชิกเพื่อสร้าง เกราะป้องกันจากภาวะเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด อาทิ..... ร่วมกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในการดำรง ชีวิตลดความฟุ่มเฟือย ไม่สร้างหนี้สินเพิ่มและที่สำคัญต้องฝึกตนเองให้มีวินัยทางการเงิน สหกรณ์ควรมีการวางแผนทางการเงินเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคต ควรปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ทางการเงินให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ ทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยเงินรับฝาก วิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนต่างๆ ไม่ควรละเลยในการดูแลปริมาณเงินในสหกรณ์ การนำเงินของ สหกรณ์ไปปล่อยกู้หรือลงทุนในหลักทรัพย์ คำนึงถึงความสอดคล้องของแหล่งเงินทุนที่ได้มากับการใช้ไป และปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ ตลอดจนมีการกระจายความเสี่ยงและตรวจสอบความมั่นคง เชื่อถือได้ของ สถาบันที่ไปลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงและมีความคุ้มทุน ในช่วงภาวะดอกเบี้ยที่อาจเป็นขาขึ้น สหกรณ์ต้องติดตามข่าวสารสภาวการณ์ของตลาดเงินอย่าง สม่ำเสมอ อนึ่ง ไม่ควรนำระบบถอนเงินรับฝากอัตโนมัติด้วยเครื่องเอทีเอ็มมาใช้เพื่อป้องกันเงินที่อาจไหล ออกจากสหกรณ์อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ สหกรณ์ควรปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการดำรงสินทรัพย์ สภาพคล่องของสหกรณ์ พ.ศ. 2550 และควรส่งเสริมให้มีกิจกรรมด้านการออมเงินกับสหกรณ์ หรือกำหนด แคมเปญรูปแบบเงินออมใหม่ๆ เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มทุนภายในของสหกรณ์ สำหรับใช้ในการดำเนิน ธุรกิจแล้ว ยังเป็นการจูงใจให้สมาชิกภักดีกับสหกรณ์ไม่หันไปใช้บริการกับสถาบันการเงินภายนอก ที่มา: สิรัลยา จิตอุดมวัฒนา

ข่าว/บทความยอดนิยม

ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด

ข่าว/บทความล่าสุด

news_bullet Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
news_bullet สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
news_bullet ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
news_bullet "อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
news_bullet ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
news_bullet มิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงในประเทศไทย
news_bullet สหกรณ์ไทย ...คืนกำไรสู่สมาชิก 80.52 %
news_bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
news_bullet ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
news_bullet ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 3/2557
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
news_bullet กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
news_bullet สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
news_bullet สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561

จำนวนคนอ่าน 7168 คน

จำนวนคนโหวต 23 คน

โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ  star_yellow star_yellow star_yellow star_yellow

  ให้ 1 คะแนน
 
4%
  ให้ 2 คะแนน
 
4%
  ให้ 3 คะแนน
 
13%
  ให้ 4 คะแนน
 
4%
  ให้ 5 คะแนน
 
74%

Copyright 2016 by Cooperative Auditing Department
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888