หน้าหลัก อีเมล์ แผนผังเว็บไซต์ กระดานถาม -ตอบ ติดต่อเรา
no insert title on tag images
เกี่ยวกับเรา ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน การบัญชีและสอบบัญชี ระเบียบ โครงการสำคัญ เครือข่ายครูบัญชี ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เว็บไซต์หน่วยงาน Intranet

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

 

ข่าวประกาศ


อ่านทั้งหมด

ข่าวเด่นวันนี้

ปี 2563


อ่านทั้งหมด


ข่าวสาร

 


 

มัลติมีเดีย

 


 

e-Service

บริการ


กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ตั้งเป้าพัฒนานวัตกรรมสร้างระบบวิเคราะห์และวัดผลมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจและสังคม (SEVA อ่าน ซี-ว่า : Social and Economic Value Added) ของสหกรณ์ภาคการเกษตร เล็งอีก 2 ปีได้ใช้จริง ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจทางการเงินที่ผู้บริหารสหกรณ์จะสามารถวางแผนสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและเศรษฐกิจสู่ความมั่นคงและยั่งยืน การศึกษามูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ (Economic Value Added : EVA) ระบุสถานการณ์ปี 48 – 50 สหกรณ์ภาคการเกษตรของไทยในภาพรวมมีแนวโน้มการปรับตัวของมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ EVA ดีขึ้น แต่ยังห่วงสหกรณ์ประมงมีแนวโน้มอยู่ในสถานการณ์ถูกทำลายมูลค่าของตนเอง เนื่องจาก EVA ติดลบต่อเนื่องทั้ง 3 ปี นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า สหกรณ์เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจ มีบทบาททั้งในด้านเชิงเศรษฐกิจและสังคม เกี่ยวโยงกับภาคการเกษตรอย่างเหนียวแน่น โดยมีเกษตรกรสมาชิกกว่า 5.8 ล้านคน มูลค่าธุรกิจกว่า 1 แสนหกหมื่นล้านบาท อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) ในช่วงปี 2548 – 2550 อยู่ในสภาพคงที่ที่ประมาณ 4.8% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) มีแนวโน้มลดลง สาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของเงินลงทุนในอัตราเร่งมากกว่าการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพในการดำเนินงานของสหกรณ์ภาคการเกษตรเอง จึงได้มอบหมายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในฐานะเป็นศูนย์ข้อมูลและศูนย์เตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เร่งศึกษาและพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจทางการเงินเพื่อการสร้างเสริมศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงิน ของสหกรณ์นอกเหนือจากการวางรากฐานระบบบัญชีที่เป็นมาตรฐาน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยส่วนวิจัยและพัฒนาสารสนเทศทางการเงินสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบวิเคราะห์และวัดผลมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจและสังคม (SEVA) ของสหกรณ์ภาคการเกษตร เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจทางการเงินของผู้บริหารสหกรณ์ภาคการเกษตรโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสำคัญ ซึ่งในปี 2550 ได้ศึกษาแนวคิดมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ EVA วัดผลการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตร ต่อมาในปี 2551 ได้ผนวกแนวคิดเชิงสังคมร่วมกับแนวคิดเชิงเศรษฐกิจและคาดว่าภายใน 2 ปี จะพัฒนาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ SEVA ที่สามารถวัดผลมูลค่าเชิงเศรษฐกิจและสังคม ตลอดถึงสามารถช่วยสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับในปี 2551 สหกรณ์ภาคการเกษตรในภาพรวม ปี 2548 – 2550มีการขยายตัวของรายได้เพิ่มขึ้นจาก 6.7 หมื่นล้านบาทในปี 2548 เป็น 9.4 หมื่นล้านบาทในปี 2550 ในขณะที่ยอดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.7 – 1.9 พันล้านบาทแสดงว่า สหกรณ์ภาคการเกษตรยังคงสามารถสร้างกำไรทางบัญชีอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อวิเคราะห์มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ พบว่าในปี 2548 มีค่า EVA ติดลบ 249 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่มีแนวโน้มการปรับตัวของมูลค่า EVA ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือมีมูลค่า EVA ติดลบน้อยลงเป็น 139 ล้านบาทในปี 2549และเป็นบวกที่ 228 ล้านบาทในปี 2550 ชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารมีความสามารถในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดีขึ้น แต่เมื่อพิจารณาประเภทย่อยของสหกรณ์ภาคการเกษตร พบว่าสหกรณ์ประมงมีค่า EVA ติดลบต่อเนื่องทั้ง 3 ปี สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ขาดทุนและมีปัจจัยแวดล้อมภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุมเป็นตัวทำลายมูลค่า ซึ่งจำเป็นต้องบริหารจัดการ ทั้งนี้ ค่า EVA เป็นผลกำไรที่แท้จริงหรือผลกำไรเชิงเศรษฐศาสตร์(Economic Profit) ที่นับรวมต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของเงินลงทุนที่เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนธุรกิจ ซึ่งการบริหารจัดการค่าEVA ให้สูงขึ้นสามารถทำได้ด้วยการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและทรัพย์สินของสหกรณ์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มยอดขายและสร้างผลกำไรมากขึ้นบนพื้นฐานที่ต้องไม่เอาเปรียบหรือเบียดบังผลประโยชน์ของสมาชิก แต่เป็นการสร้างกำไรเชิงเศรษฐกิจที่สมดุลภายใต้เงื่อนไขผลตอบแทนที่สมาชิกควรได้รับอย่างเหมาะสม เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของสหกรณ์เองในระยะยาว

Copyright 2016 by Cooperative Auditing Department
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888