หน้าหลัก แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อเรา
no insert title on tag images
เกี่ยวกับเรา ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน การบัญชีและสอบบัญชี ระเบียบ โครงการสำคัญ เครือข่ายครูบัญชี ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เว็บไซต์หน่วยงาน Intranet

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

 

ข่าวประกาศ


อ่านทั้งหมด

ข่าวเด่นวันนี้

ปี 2559


อ่านทั้งหมด


ข่าวสาร


มัลติมีเดีย


e-Service

บริการ


จากประโยคที่กล่าวกันมาตลอดว่า ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย และภูมิภาคอาเซี่ยน ซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก จากถานการณ์ที่ผ่านมาจนถึง ณ ปัจจุบัน ถือว่าไทยยังคงเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของยางพารา แต่ปัญหาที่สำคัญที่ยังไม่สามารถแก้ไขให้เบ็ดเสร็จและเด็ดขาดได้คือ "ปัญหาราคายางตกต่ำ ที่เป็นปัญหาสำคัญและมีผลกระทบต่อปากท้องของเกษตรกรผู้ปลูกยางเป็นอย่างมาก ที่ยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้มากนัก ไม่ว่ารัฐบาลจะพยายามเข้ามาพยุงราคา หรือแม้แต่เมื่อต้นปีงบประมาณ ปี 2555 รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารามา 2 ระลอก แล้วก็ตาม แต่ราคายางในพื้นที่ยังไม่กระเตื้องขึ้น เกษตรกรยังขายยางได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่รัฐบาลประกาศรับซื้อถึง 22-28 บาท/กก. (ราคาซื้อขายยางในพื้นที่อยู่ที่ 72–78 บาท/กก.) จากการเปิดเผยของ * นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาการยางพาราแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำเรื้อรังมากว่า 1 ปี เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ให้จำกัดการส่งออกยางพารา ซึ่งส่งผลให้มูลค่าการส่งออกยางพาราของไทยลดลงกว่า 31% การประกาศใช้นโยบายให้มีการจำกัดการส่งออกยาง 10% เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมยางพาราของไทย โดยหากเปรียบเทียบมูลค่าการส่งออกจะพบว่า ในปี 2554 มีมูลค่าการส่งออกยางผ่านด่านศุลกากรภาคใต้ที่ 199,900 ล้านบาท ขณะที่ปี 2555 ลดลงเหลือ 136,500 ล้านบาท หรือหายไปถึง 63,300 ล้านบาท ดังนั้นในการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง รัฐบาลต้องเร่งพิจารณายุทธศาสตร์ยางพาราปี 2556-2560 ให้มีแผนการพัฒนาอย่างครบวงจร ทั้งการวางแผนระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาวไปพร้อมกันๆ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางเป็นอันดับ 1 ของโลก ได้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยางพาราโลกต่อไป * ล่าสุดได้มีการประชุมรัฐมนตรีไตรภาคียางพารา (International Tripartite Rubber Council : ITRC) โดยมีประเทศสมาชิก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เข้าร่วมประชุม และมีผู้แทนจากประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม เข้าสังเกตการณ์ ซึ่งในการประชุมได้นำเรื่องการกำหนดราคาขึ้นต่ำและราคาขั้นสูงของราคายางพารา และการตั้งตลาดกลางยางพาราของสามประเทศ เพื่อจะได้กำหนดราคาได้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย สำหรับธุรกิจยางพาราในกลุ่มสหกรณ์ถึงแม้ว่าราคายางพาราจะตกต่ำอย่างไร ในภาพรวมยังมีแนวโน้มที่ดีและมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเห็นได้จาก ในปี 2555 ได้มีการรวบรวมผลผลิตยางพาราผ่านเครือข่ายสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 504 แห่ง มีสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกยางพาราทั้งสิ้น 1.37 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15.64 ของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั้งประทศ มีมูลค่าการรวบรวมยางพารา 87,173.87 ล้านบาท คิดเป็นตัวเลขเฉลี่ยตกเดือนละ 7,264.49 ล้านบาท/เดือน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 คิดเป็นร้อยละ 15.98 โดยผลผลิตยางพาราส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคใต้ ร้อยละ 69.05 (จังหวัดสงขลามากที่สุด) ปัจจุบันมีการขยายพื้นที่การปลูกสู่ภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากภาคใต้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทางภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับราคาการรับซื้อยางในกลุ่มสหกรณ์แยกเป็น ราคารับซื้อน้ำยางดิบ 105.26 บาท/กก. ราคายางแผ่น 117.47 บาท/กก. ราคาเศษยาง 51.82 บาท/กก. และราคายางแท่ง 95.87 บาท/กก. ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เกษตรกรได้รับมีความพอใจในระดับหนึ่ง และเป็นการช่วยเหลือแก่สมาชิกที่ปลูกยางพาราให้ได้รับราคาที่เหมาะสม การรวบรวมผลผลิตยางพารา ณ วันที่ 30 กันยายน 2555 แนวโน้มในปี 2556 ถึงแม้ว่าปัญหาราคายางยังคงมีความผันผวนอย่างต่อเนื่องอยู่ แต่ความต้องการยางในท้องตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศก็ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้น จากข้อมูลธุรกิจการรวบรวมยางพาราในกลุ่มสหกรณ์ที่ผ่านมาค่อนข้างดีต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2556 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องร้อยละ 29.39 คิดเป็นมูลค่า 112,793.96 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกยางต้องติดตามข้อมูลข่าวสาร และสถานการณ์ราคายางพารา ในปี 2556 เพราะต้องยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกมีปัญหา เนื่องจากเราต้องพึ่งพาการส่งออกยางไปยังผู้บริโภครายใหญ่ เช่น จีน ญี่ปุ่น อียู เป็นต้น ซึ่งประเทศเหล่านี้ก็มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการการแก้ไขปัญหาราคายางของรัฐบาล หากสถานการณ์และแนวโน้มของราคายางเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร เพื่อพัฒนาความยั่งยืนของการประกอบอาชีพยางพาราแก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบ ซึ่งจะกระตุ้นให้ราคายางอยู่ในระดับที่เหมาะสม และทำให้ราคายางมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น * เตือนรัฐทบทวนแก้ราคายาง แนะวางยุทธศาสตร์3ระยะ พัฒนา‘ยางพาราครบวงจร จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า 13/12/55

ข่าว/บทความยอดนิยม

ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด

ข่าว/บทความล่าสุด

news_bullet Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
news_bullet สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
news_bullet ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
news_bullet "อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
news_bullet ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
news_bullet มิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงในประเทศไทย
news_bullet สหกรณ์ไทย ...คืนกำไรสู่สมาชิก 80.52 %
news_bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
news_bullet ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
news_bullet ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 3/2557
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
news_bullet กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
news_bullet สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
news_bullet สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561

จำนวนคนอ่าน 14920 คน

จำนวนคนโหวต 113 คน

โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ  star_yellow star_yellow star_yellow half_star_yellow

  ให้ 1 คะแนน
 
9%
  ให้ 2 คะแนน
 
4%
  ให้ 3 คะแนน
 
20%
  ให้ 4 คะแนน
 
20%
  ให้ 5 คะแนน
 
46%

Copyright 2016 by Cooperative Auditing Department
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888