หน้าหลัก แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อเรา
no insert title on tag images
เกี่ยวกับเรา ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน การบัญชีและสอบบัญชี ระเบียบ โครงการสำคัญ เครือข่ายครูบัญชี ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เว็บไซต์หน่วยงาน Intranet

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

 

ข่าวประกาศ


อ่านทั้งหมด

ข่าวเด่นวันนี้

ปี 2559


อ่านทั้งหมด


ข่าวสาร


มัลติมีเดีย


e-Service

บริการ


โดย ธัญญา ศุกลรัตน์ชัย ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจและเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับประเทศ สร้างอาชีพให้ประชาชนจำนวนมากมีรายได้เลี้ยงตนเอง ยางพาราและผลิตภัณฑ์ที่มาจากยางพาราของประเทศไทยนั้นเป็นที่ยอมรับว่ามีคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ทำให้การส่งออกไปนั้นไม่มีปัญหา จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้กล่าวถึงสถานการณ์ปี 2554 และแนวโน้มในปี 2555 ของยางพาราในตลาดโลกและในประเทศไทย ไว้ดังนี้ สถานการณ์ปี 2554 ประเทศผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยประเทศไทยมีผลผลิตมากเป็นอันดับที่ 1 ของโลก รองลงมาได้แก่ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ตามลำดับ ความต้องการยางพาราในตลาดโลก เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.89 ต่อปี โดยความต้องการใช้ยางพาราของประเทศต่าง ๆ ดังนี้ จีน กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป อินเดีย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น สำหรับประเทศไทยนั้น นโยบายสนับสนุนการขยายเนื้อที่ปลูกยางพาราของรัฐบาล ทำให้เนื้อที่ปลูกยางพาราของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไทยมีเนื้อที่ปลูกยางพารามากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากอินโดนีเซีย แต่ไทยเป็นประเทศที่มีผลผลิตยางพารามากที่สุดในโลก โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.07 ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการใช้ยางพาราของไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.26 ต่อปี รวมทั้งการส่งออกยางพาราของไทยก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.91 ต่อปี เนื่องจากความต้องการใช้ยางพาราในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องของจีนและอินเดีย จีนจึงนำเข้ายางพาราจากไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.08 ต่อปี แนวโน้มในปี 2555 คาดว่าผลผลิตยางพาราโลกจะเพิ่มขึ้นโดยอยู่ที่ 10.60 ล้านตัน ความต้องการของโลกเพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้ยางพาราในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องของจีนและอินเดีย ประกอบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยเร่งการผลิต เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจากผลกระทบมหาอุทกภัยปลายปี 2554 ที่ผ่านมา สำหรับแนวโน้มประเทศไทยในปี 2555 นั้น มีเนื้อที่การปลูกยางพาราเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.00 และมีผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.72 ความต้องการใช้ยางพาราในไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.47 ล้านตัน ดังนั้น การส่งออกยางพาราของไทยก็จะเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ยางพาราของตลาดโลก สถานการณ์และแนวโน้มยางพาราในภาคสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์การเกษตร เป็นสหกรณ์ที่ตั้งขึ้นในหมู่สมาชิกที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีการดำเนินงานที่แตกต่างกันไปตามสภาพท้องถิ่น ดำเนินธุรกิจตามวัตถุประสงค์ให้บริการ แก่สมาชิกด้านต่าง ๆ ได้แก่ การให้เงินกู้ การรับฝากเงิน การรวบรวมผลิตผล การแปรรูปผลิตผล และการให้บริการและส่งเสริมการเกษตร ในรอบปี 2554 มีจำนวนสหกรณ์ทั้งสิ้น 4,258 แห่ง ตรวจสอบบัญชีและสามารถรวบรวมข้อมูลได้ 3,388 แห่ง หรือร้อยละ 75.57 ของจำนวนสหกรณ์ทั้งสิ้น สมาชิกวันสิ้นปี 6,109,489 คน ลดลงจากปี 2553 ร้อยละ 0.81 สหกรณ์ดำเนินงานด้วยเงินทุน 144,616.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 10.24 แบ่งเป็นแหล่งเงินทุนภายในร้อยละ 66.39 และจากแหล่งภายนอกร้อยละ 33.61 สหกรณ์นำเงินดังกล่าว ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของลูกหนี้ถึงร้อยละ 62.87 มีปริมาณธุรกิจ ในรอบปี 256,153.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 18.95 ผลการดำเนินงานมีผลกำไรสุทธิประจำปี จำนวน 4,092.83 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.57 ของรายได้ทั้งสิ้น เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 8.05 จากการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรในปี 2554 นั้น ธุรกิจเพิ่มขึ้นทุกด้านและ ธุรกิจที่มีปริมาณมากที่สุดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีได้แก่ ธุรกิจการรวบรวมผลผลิตมีมูลค่า 73,517.11 ล้านบาท หรือร้อยละ 28.70 โดยรวบรวมจากสมาชิกที่เป็นเกษตรกร ผลผลิตที่รวบรวมได้มากที่สุดคือ ยางพารา มีมูลค่า 50,634.35 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 68.87 ของปริมาณการรวบรวมผลผลิตทั้งสิ้น หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2553 เท่ากับ 1.26 เท่า เมื่อดูจากสถานการณ์และแนวโน้มแล้ว ทำให้ทราบความต้องการยางพาราในท้องตลาดเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความต้องการภายในประเทศและการส่งออกไปยังต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเกษตรกรทั่วไปที่ปลูกยางพารา มีการเพิ่มเนื้อที่การเพาะปลูกตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเงินจะเข้าสู่ระบบมากตามไปด้วย เนื่องจากมีเงินพอสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคมีมากขึ้น ส่งผลให้มีการผลิตและมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจภายในประเทศดีขึ้น ซึ่งก็ส่งผลถึงเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรด้วยเช่นกันทำให้สมาชิกมีรายได้จากการรวมรวบผลผลิตยางพาราที่เพิ่มขึ้นของสหกรณ์ เกิดการผลิตและการจ้างแรงงานมากขึ้นทำให้มีรายได้สำหรับใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสามารถชำระหนี้ให้กับสหกรณ์ได้ตามกำหนด และมีเงินเหลือพอที่จะออมไว้กับสหกรณ์ ส่งผลให้เงินทุนหมุนเวียนของสหกรณ์เพิ่มขึ้น สหกรณ์ก็ไม่จำเป็นต้องหาเงินทุนจากแหล่งอื่นเพิ่ม ทำให้สหกรณ์ลดค่าใช้จ่ายในรูปของดอกเบี้ยจ่ายเงินกู้ยืมลง ส่งผลให้การดำเนินงานของสหกรณ์มีผลกำไรเพิ่มขึ้นและสามารถปันผลกลับคืนให้กับสมาชิกในอัตราที่เพิ่มขึ้นด้วย หากสถานการณ์และแนวโน้มของยางพาราเป็นไปในทิศทางดังที่กล่าวมา ก็จะส่งผลดีต่อสหกรณ์ได้ในระยะยาว ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สหกรณ์มั่นคงสมาชิกมีความมั่นใจ ทำให้เกิดสังคมและเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและเป็นธรรม *************************

ข่าว/บทความยอดนิยม

ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด

ข่าว/บทความล่าสุด

news_bullet Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
news_bullet สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
news_bullet ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
news_bullet "อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
news_bullet ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
news_bullet เสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2556
news_bullet ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4/2557
news_bullet สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
news_bullet ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรไทย ปี 2549 (28/03/2550)
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
news_bullet กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
news_bullet สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
news_bullet สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561

จำนวนคนอ่าน 6980 คน

จำนวนคนโหวต 25 คน

โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ  star_yellow star_yellow star_yellow star_yellow

  ให้ 1 คะแนน
 
8%
  ให้ 2 คะแนน
 
4%
  ให้ 3 คะแนน
 
4%
  ให้ 4 คะแนน
 
20%
  ให้ 5 คะแนน
 
64%

Copyright 2016 by Cooperative Auditing Department
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888