หน้าหลัก แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อเรา
no insert title on tag images
เกี่ยวกับเรา ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน การบัญชีและสอบบัญชี ระเบียบ โครงการสำคัญ เครือข่ายครูบัญชี ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เว็บไซต์หน่วยงาน Intranet

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

 

ข่าวประกาศ


อ่านทั้งหมด

ข่าวเด่นวันนี้

ปี 2559


อ่านทั้งหมด


ข่าวสาร


มัลติมีเดีย


e-Service

บริการ


ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าในภาคการผลิต เน้นด้านการเกษตรให้มีผลผลิตที่ ขยายตัว สนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิตและการปรับปรุงคุณภาพสินค้าการเกษตรหลากหลายชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกร ตลอดจนการแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งในแต่ละแผนงานส่วนใหญ่ได้ให้ความสำคัญกับสถาบันเกษตรกร ด้วยเหตุดังกล่าว กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ภายใต้โครงการความร่วมมือกับศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงได้ทำการประเมินสถานภาพเกษตรกรไทยและนโยบายภาครัฐที่เกษตรกรต้องการ มองผ่านระบบสหกรณ์ สรุปได้ดังนี้ ข้อมูลสถานการณ์สหกรณ์การเกษตรในปัจจุบัน สหกรณ์เป็นหน่วยเศรษฐกิจหนึ่งในระดับชุมชน ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการสหกรณ์ การจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรในด้านต่างๆ ได้แก่ได้แก่ การขาดแคลนเงินทุน ขาดแคลนที่ดินทำกิน ปัญหาในเรื่องการผลิต ปัญหาการตลาดฯลฯ สหกรณ์ภาคการเกษตรไทยปัจจุบัน ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง และสหกรณ์นิคม มีจำนวนรวมทั้งสิ้น3,597 แห่ง สมัครใจรวมกันเป็นกลุ่มกว่า 6 ล้านคนเศษ ทำธุรกิจพึ่งพากันโดยสมาชิกและเพื่อสมาชิก มีเม็ดเงินทุนหมุนเวียนในระบบกว่า 2 แสนล้านบาท ผลประกอบการทำกำไร 4.06 พันล้านบาท ยอดรวมทุนดำเนินงานทั้งสิ้น 1.3 แสนล้านบาท ตารางแสดงการกระจายตัวของสหกรณ์ภาคการเกษตรในประเทศไทย ปี 2553 ที่มา : กลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ หากพิจารณาด้านฐานะความเป็นอยู่ของสมาชิก ผลปรากฏว่าสมาชิกมีเงินออมกับสหกรณ์ 11,016 บาท/คน ในขณะที่มีภาระหนี้สินกับสหกรณ์ 15,672 บาท/คน ด้านประเด็นความต้องการช่วยเหลือ/ส่งเสริม/สนับสนุนจากภาครัฐที่สำคัญ ต้นทุนหรือปัจจัยการผลิตที่จำเป็นในราคาเป็นธรรม อาทิ ปุ๋ย น้ำมัน อาหารสัตว์ พันธุ์พืช ฯลฯ กำหนด/ประกันราคาสินค้าเกษตรสหกรณ์ที่เป็นธรรม การรวบรวม/จำหน่ายสินค้าผ่านระบบสหกรณ์สร้างอำนาจต่อรอง ส่งเสริมแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตร/ขยายโอกาส/เพิ่มรายได้ มาตรฐานและคุณภาพสินค้าเกษตร โดยให้ความรู้ด้านการใช้ปัจจัยการผลิตเหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก ส่งเสริมวินัยจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพ/บัญชีรับ - จ่ายครัวเรือน ผลการประเมินสถานภาพจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลการสำรวจสถานภาพเกษตรกรไทยและนโยบายภาคเกษตรที่เกษตรกรต้องการ ซึ่งสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกร 1,182 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 19 – 22 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ในด้านสถานภาพในการเป็นหนี้ปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างระบุว่าส่วนใหญ่เป็นหนี้ร้อยละ 87.6 โดยมีหนี้ต่อรายมากกว่า 100,000 บาทขึ้นไป แต่มีรายได้เพียง 10,000 - 20,000 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ยังระบุได้ว่าเป็นหนี้จากการใช้จ่ายสูงสุดร้อยละ 43.9 รองลงมาเป็นหนี้จากการประกอบอาชีพเกษตร ร้อยละ 28.7 และอีกร้อยละ 20.1 เป็นหนี้จากการซื้อทรัพย์สิน ด้านลักษณะของการก่อหนี้ เป็นหนี้ทั้งในระบบและหนี้นอกระบบด้วยสัดส่วนเท่ากันร้อยละ 34.7 ที่เหลืออีกร้อยละ 30.6 เป็นหนี้ทั้ง 2 ระบบไปพร้อมๆ กัน อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามเกษตรกรถึงความสามารถในการชำระหนี้ ร้อยละ 82.2 สามารถชำระหนี้ในระบบได้ แต่อีกร้อยละ 52.8 ไม่สามารถชำระหนี้นอกระบบได้ สถานภาพปัจจุบันของเกษตรกรทั่วไป ส่วนใหญ่มีรายได้ที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้พืชผลจะมีราคาดีขึ้น แต่มีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้นทำให้เมื่อเปรียบเทียบรายรับกับรายจ่ายแล้ว ยังมีรายได้ลดลงอยู่ ซึ่งการทำอาชีพเกษตรนี้เองที่ทำให้เกษตรกรต้องเป็นหนี้ เพราะต้องกู้ยืมเพื่อเป็นทุนในการทำการเกษตร ทัศนะต่อนโยบายของรัฐบาล หากประเมินด้วยการให้คะแนนรัฐบาลชุดก่อน กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนรัฐบาล 7 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 เนื่องจากพอใจโครงการประกันราคาสินค้าเกษตร แต่รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาด้านต้นทุนการผลิตที่สูง โดยเฉพาะราคาปุ๋ยพร้อมทั้งดูแลราคาสินค้าเกษตรให้มีราคาสูงขึ้น ต้องการให้ควบคุมเรื่องราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นนอกจากนี้อยากให้มีมาตรการช่วยเหลือหลังเกิดภัยธรรมชาติ เนื่องจากกระทบต้นทุน ในช่วงการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง พบว่านโยบายแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรของพรรคการเมืองต่างๆ ยังเน้นการหาเสียงเป็นสำคัญและแก้ปัญหาได้ในระยะสั้นเท่านั้น ส่วนความคาดหวังจากรัฐบาลชุดใหม่ ด้านนโยบายเกษตร อันดับแรกอยากให้ลดต้นทุนการผลิตและโครงการประกันราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งโครงการพักชำระหนี้พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพเสริม ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรกว่าร้อยละ 60 ยังไม่มีอาชีพเสริม ทำให้ขาดเงินทุนหมุนเวียนและรายได้จากการทำเกษตรอย่างเดียวไม่เพียงพอกับการเลี้ยงดูครอบครัว *****************************

ข่าว/บทความยอดนิยม

ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด

ข่าว/บทความล่าสุด

news_bullet Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
news_bullet สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
news_bullet ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
news_bullet "อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
news_bullet ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
news_bullet มิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงในประเทศไทย
news_bullet สหกรณ์ไทย ...คืนกำไรสู่สมาชิก 80.52 %
news_bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
news_bullet ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
news_bullet กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
news_bullet สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
news_bullet สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
news_bullet เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561

จำนวนคนอ่าน 8586 คน

จำนวนคนโหวต 11 คน

โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ  star_yellow star_yellow star_yellow star_yellow half_star_yellow

  ให้ 1 คะแนน 0%
  ให้ 2 คะแนน 0%
  ให้ 3 คะแนน 0%
  ให้ 4 คะแนน
 
9%
  ให้ 5 คะแนน
 
91%

Copyright 2016 by Cooperative Auditing Department
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888