Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



การบัญชีและสอบบัญชี

 
 
          ผ่านพ้น 6 เดือนแรกหรือครึ่งแรกปี 2552 ภาวะเศรษฐกิจสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร จำนวน 10,753 แห่งแบ่งเป็นสหกรณ์ 6,499 แห่ง และกลุ่มเกษตรกร 4,254 แห่ง โดยการรวมตัวกลุ่มของสมาชิก 10.82 ล้านคน  หรือคิดเป็นร้อยละ 17.17 ของประชากรทั่วประเทศ  ที่ต้องเผชิญกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองค่อนข้างมาก พบว่าธุรกิจสหกรณ์ยังคงดำเนินไปได้อย่างราบรื่นเป็นปกติ และมีการพัฒนาที่ดีขึ้น   โดยทุนดำเนินการขยายเพิ่มขึ้นร้อยละ11.93  ธุรกิจโตขึ้นร้อยละ 11.53 และสามรถทำกำรได้เพิ่มขึ้นร้อยละ12.86  เมื่อเทียบครึ่งปี 2551  สถานะทางการ
เงินยังคงมีสภาพคล่อง มั่นคง และไม่เสี่ยงต่อการลงทุน  ทุนของสถาบันมีพอเพียงรองรับหนี้ภายนอกได้ถึง 3.11เท่า  สมาชิกมีเงินออมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5,134 บาทต่อคน เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2551  ของช่วงเวลาเดียวกัน  และคาดว่าธุรกิจ
สหกรณ์จะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 1.21 ล้านล้านบาท เมื่อถึงสิ้นปี 2552  พร้อมแนะยึดหลักพึ่งตนเอง มีวินัยในการใช้จ่าย
หันมาทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีต้นทุนอาชีพ และเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชน ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ 
 
 ความเพียงพอของเงินทุนต่อความเสี่ยง 
ทุนดำเนินการ
ครึ่งปี 2551
ครึ่งปี 2552
เพิ่ม/ลด
จำนวน (แห่ง)
10,925
10,753
-172
    สหกรณ์
6,478
6,499
21
    กลุ่มเกษตกร
4,447
4,254
-193
จำนวนสมาชิก (ล้านคน)  
10.39
10.82
0.43
ทุนดำเนินงาน
 
987,099.19
 
1,104,898.73
 
117,799.54
11.93%
    แหล่งทุนภายใน
821,393.61
921,955.71
100,562.10
ทุนสหกรณ์
511,179.51
568,708.30
57,528.79
เงินรับฝากสมาชิก
290,476.64
335,703.82
45,227.18
อื่นๆ
19,737.46
17,543.59
-2,193.87
     แหล่งทุนภายนอก
165,705.58
182,943.02
17,237.44
หนี้กู้ยืมภายนอก
151,206.57
162,885.03
11,678.46
เงินรับฝากสหกรณ์อื่น
14,499.01
20,057.99
5,558.98
 
          ทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1.18 แสนล้านบาท หรือ  เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.93  เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2551   โดยเป็นทุน
ของสหกรณ์ 5.69 แสนล้านบาท หรือ  ร้อยละละ 51.47 ของทุนดำเนินการทั้งสิ้น ซึ่งสามารถรองรับหนี้กู้ยืมภายนอก
ที่มีเพียง 1.83 แสนล้านบาทได้ถึง 3.11 เท่า แสดงถึงความพอเพียงต่อการดำเนินงาน และไม่เสี่ยงต่อการลงทุน แต่
อย่างไรก็ตามอีกร้อยละ 32.20 ของทุนดำเนินการเป็นเงินรับฝากของสมาชิกและสหกรณ์อื่นที่มีระยะฝากไม่เกิน 12
เดือนที่ต้องระมัดระวังหากเกิดมีการถอนคืนเงินดังกล่าวในจำนวนมากอาจส่งผลต่อการบริหารงานของสหกรณ์ได้
 
                                           5 ธุรกิจหลักสำคัญของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร
           5 ธุรกิจหลัก
ครึ่งปี 2551
ครึ่งปี 2552
 
เพิ่ม / ลด
 
          รับฝากเงิน
 276,129.67
 319,157.20
 43,027.53
          ให้สินเชื่อ
 672,451.76
 782,632.79
 110,181.03
          จัดหาสินค้ามาจำหน่าย
 48,241.56
 20,741.38
 -27,500.18
          รวบรวมผลิตผล / แปรรูป
 75,238.03
 73,129.27
 -2,109.01
          ให้บริการ
 1,092.17
 1,204.27
 112.10
          รวมทั้งสิ้น(ล้านบาท)
 1,073,153.19
 1,196,864.66
 123,711.47
          ร้อยละ
 
 
11.53%
      
          ธุรกิจสหกรณ์ฯ โดยรวมขยายขึ้น 1.24 แสนล้านบาท หรือ ร้อยละ 11.53 เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2551 จาก1.07 ล้านล้านบาท ในครึ่งปี 2551 เป็น 1.20  ล้านล้านบาท ในครึ่งปี 2552  และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2552 ธุรกิจจะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากพิจารณาถึงการลงทุนรอบ 6 เดือนแรกที่ผ่านมา พบว่า ลงทุนด้านสินเชื่อมากที่สุด 8.77 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 78.47 ของการลงทุนทั้งสิ้นรองลงมาร้อยละ 11.76 ลงทุนในหลักทรัพย์/ตราสารหนี้อีกร้อยละ 9.77 ลงทุนในสินค้าและอื่นๆ  นั่นย่อมหมายความว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจสินเชื่อเป็นสำคัญ
 
การทำกำไร
   
          ในรอบ 6 เดือนแรกของครึ่งปี 2552 ที่ผ่านมา  ธุรกิจสหกรณ์ฯโดยรวมยังคงสามารถทำกำไรได้  3.9 หมื่น
ล้านบาท หรือร้อยละ 19.10  ของรายได้ทั้งสิ้น  เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.86  เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2551 โดยมีรายได้รวมเพิ่ม
ขึ้น 2.02 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.90  และมีรายจ่ายรวมทั้งสิ้น 1.66 แสนล้านบาทในครึ่งปี 2552สมาชิกมีเงินออมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5,134 บาทต่อคน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.67  ขณะที่หนี้สินเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ร้อยละ 6.72
เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2551  อย่างไรก็ตามสมาชิกให้ความสำคัญกับการขอกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้น ย่อมสะท้อนถึงรายได้ที่เพิ่ม
ขึ้นเช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นกับลูกหนี้สมาชิกมีวินัยทางการเงินเป็นสำคัญ
 
สถานะทางการเงิน
          ครึ่งปี 2552 สถานะทางการเงินของสหกรณ์ฯยังมีความคล่องตัวและไม่เสี่ยง  โดยมียอดทุนดำเนินการสูงถึง1.10 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นทุนของสหกรณ์ฯจำนวน  5.69  แสนล้านบาท  และมีหนี้ภายนอกเพียง 1.83 แสนล้านบาท  และมีหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด (NPL) ร้อยละ 3.92 ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนักถือว่ายังคล่องตัว และไม่เสี่ยง
การควบคุมภายใน
 
          คุณภาพการควบคุมภายในของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรครึ่งปี 2552 ที่ผ่านมาพัฒนาดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่ง
แรก ปี 2551 ช่วงเวลาเดียวกัน ระดับดีมาก-ดีเพิ่มขึ้นร้อยละ7.55 ระดับพอใช้ลดลงร้อยละ 2.28 และระดับควรปรับ
ปรุงลดลงร้อยละ 5.27 อย่างไรก็ตามยังมีสหกรณ์ฯหลายแห่งไม่จัดจ้างพนักงานบัญชี โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก
ทำให้มีผลต่อการบริหารธุรกิจ 
      
ครึ่งหลังปี 2552
          หากพิจารณาตามผลประกอบการรอบ 6 เดือนแรกที่ผ่านมา มีการพัฒนา และขยายการเติบโตที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งแรกปี 2551  ดังนั้นจึงเชื่อมั่นได้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจสถาบันสหกรณ์ไทยในอีก 6  เดือนหลังถึงสิ้นปี 2552  จะยังคงดำเนินต่อเนื่องไปด้วยดี  ทุนดำเนินการเพิ่มขึ้นเป็น 1.11 ล้านล้านบาท  ธุรกิจจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.21 ล้านล้านบาท  และสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 3.77 หมื่นล้านบาท  ทั้งนี้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรควร ยึดหลักพึ่งตนเอง และเพิ่มความรอบครอบในการดำเนินธุรกิจ บนพื้นฐานของข้อมูลที่ชัดเจนครบถ้วนสมบูรณ์ โปร่งใส คำนึงถึงประโยชน์ของสถาบันสหกรณ์ฯและสมาชิกเป็นหลัก พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้การดำเนินธุรกิจชะลอตัวและหยุดชะงัก ตลอดจนกระตุ้นให้สมาชิกเข้าใจและหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง มีวินัยในการใช้จ่ายอยู่ในความไม่ประมาทหันมาทำบัญชีรายรับรายจ่ายและบัญชีต้นทุนอาชีพรวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายในชุมชนเพื่อฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ
ที่มา  :  เพยาว์  กิมปฐม

 

 

ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
เสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2556
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4/2557
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรไทย ปี 2549 (28/03/2550)
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
จำนวนคนอ่าน 5733 คน จำนวนคนโหวต 19 คน

  จำนวนคนโหวต 19 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
0%
  ให้ 2 คะแนน
 
16%
  ให้ 3 คะแนน
 
16%
  ให้ 4 คะแนน
 
16%
  ให้ 5 คะแนน
 
53%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional