Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



การบัญชีและสอบบัญชี
มองผ่านสหกรณ์ : สถานการณ์หนี้ครัวเรือนในระดับฐานราก


 

                 สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันหลายคนคงตระหนักกันดีว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น ยังไม่แน่ว่า
จะดีขึ้นเมื่อไหร่ เพราะมีนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักออกมาให้ความคิดเห็นกันค่อนข้างเยอะ บ้างก็ว่าเศรษฐกิจไทย จะฟื้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2552  บ้างก็ว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยจะซึมยาวประมาณ 3 ปี ซึ่งการคาดการณ์ทั้งหมดนี้คงจะบ่งบอกให้เรารู้เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันนี้ยังไม่ดี และสัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่เห็น ได้ชัดคือการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การแจกเงิน การเร่งเสริมสภาพคล่อง และอื่นๆ อีกมาก ก็เพื่อที่จะหาทางให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยฟื้นขึ้นโดยเร็ว และนั่นก็คือเป้าหมายที่ทุกคนในประเทศรวมทั้งรัฐบาล ต้องการเห็น
                แต่กว่าจะถึงเป้าหมายดังกล่าว สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงก็คือเรื่องของสถานภาพหนี้ หรือการเกิดหนี้ของภาคประชาชนในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะในระดับฐานรากหรือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจล่าสุด  โดยความร่วมมือระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตร  สหกรณ์ออมทรัพย์ครู   สหกรณ์คนขับแท็กซี่    คนขับ 3 ล้อ วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์เดินรถ อีกจำนวนทั้งสิ้น 4,958 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า
               สมาชิกสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน ส่วนใหญ่ร้อยละ 94.57 มีหนี้ มีเพียงร้อยละ 5.43 เท่านั้นที่ไม่มีหนี้ โดยบุคคลที่มีหนี้ส่วนใหญ่จะมีหนี้สิ้นประมาณ 210,387.20 บาท โดยแบ่งเป็นหนี้ที่อยู่ในระบบร้อยละ 66.70 และหนี้ที่ี่อยู่นอกระบบร้อยละ 33.30 ซึ่งบุคคลที่มีหนี้ส่วนใหญ่จะทำการผ่อนชำระโดยรวมต่อเดือนเฉลี่ย 8,282.80 บาท เป็นการชำระหนี้ในระบบเฉลี่ย 7,612.62 บาท และนอกระบบเฉลี่ย 3,591.84 บาท ซึ่งสาเหตุของการก่อหนี้ ส่วนใหญ่มาจากการขอกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย รองลงมาได้แก่ เพื่อลงทุน และเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ตามลำดับ

ตารางที่ 1 ภาระหนี้สินโดยรวมของกลุ่มฐานราก

         ที่มา: การสำรวจ โดยความร่วมมือระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ  ม.หอการค้าไทย

             ซึ่งสถานการณ์หนี้ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นหลายคนคงมองว่าสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะหากดููจำนวนเงินที่ต้องจ่ายชำระต่อเดือนแล้วจะเห็นว่าค่อนข้างน้อย แต่หากพิจารณาตามระดับรายได้้และการผ่อนชำระแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า  สถานการณ์การผ่อนชำระของคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,000 บาท  จะมีการผ่อนชำระเกินรายได้ของ      ตัวเองถึงกว่าร้อยละ 70 ของคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อเดือน นั่นแสดงให้เห็นว่าความสามารถในการผ่อนชำระหนี้สินของผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า 1,000 บาท นั้นค่อนข้างน้อย ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงมีโอกาสในการก่อหนี้ ค่อนข้างสูง

        ที่มา : การสำรวจ โดยความร่วมมือระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ   ม.หอการค้าไทย

             และการก่อหนี้นั้นก็มีแนวโน้มของการก่อหนี้นอกระบบมากขึ้น ซึ่งจากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างสำหรับ ภาพรวมของภาระหนี้นอกระบบในปัจจุบันและ 1 ปีข้างหน้า แยกตามกลุ่มอาชีพพบว่าผู้ขับรถแท็กซี่ร้อยละ 75 ระบุว่า ภาระหนี้นอกระบบในอีก 1 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้น รองลงมาคือคนขับสามล้อ ร้อยละ 64.29 ที่ระบุว่าหนี้นอกระบบ      จะเพิ่มขึ้น นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าหนี้ในอนาคตนั้นจะเป็นหนี้นอกระบบเป็นส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้น เพราะคนกลุ่มเหล่านี้ไม่สามารถที่จะเข้าทำการกู้เงินในระบบได้ เนื่องจากหลายสาเหตุ อาทิเช่น หลักทรัพย์ค้ำประกันไม่มี สถานภาพไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ การงานก็ไม่แน่นอน เป็นต้น 
               นอกจากนี้แล้วผลการสำรวจยังพบอีกว่า ประชาชนระดับฐานราก ประมาณร้อยละ 70 เคยมีปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่าย ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 43.57 ระบุว่าราคา สินค้าแพงขึ้น ร้อยละ 6.26 ระบุว่าราคาน้ำมันแพงขึ้น และร้อยละ 5.98 ระบุว่าสาเหตุจากดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาประชาชนระดับรากหญ้าร้อยละ 72.80 ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งในอนาคตประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 33.92 ระบุว่าจะมีหนี้เพิ่มมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เห็นว่าหนี้เพิ่มขึ้นพอกับรายได้ที่ร้อยละ 33.87 และผู้ที่เห็นว่าหนี้มีสัดส่วนน้อยกว่ารายได้ร้อยละ 32.21 
              ซึ่งจากผลการสำรวจดังกล่าวจะเห็นได้ชัดว่าสถานการณ์หนี้ของภาคครัวเรือนระดับฐานรากนั้น มีแนวโน้มที่จะประสบกับปัญหาทางด้านของหนี้เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีสัญญาณของการชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ดังนั้นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนโดยทั่วไป คงจะต้องร่วมมือกันฟันผ่าวิกฤติการณ์นี้ไปให้ได้พร้อมๆ กัน เพราะถ้าหากให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดินหน้าเพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายที่เหลือไม่ไปตาม โอกาสที่จะล้มเหลวก็มีสูง เพราะเมื่อใดก็ตามที่เรามีความสามัคคีทุกอย่างที่ว่ายากก็จะง่าย รวมทั้งปัญหาหนี้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ด้วยเช่นกัน
ที่มา : ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ   ม.หอการค้าไทย


ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
เสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2556
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4/2557
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรไทย ปี 2549 (28/03/2550)
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
จำนวนคนอ่าน 7506 คน จำนวนคนโหวต 36 คน

  จำนวนคนโหวต 36 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
 
6%
  ให้ 2 คะแนน
 
8%
  ให้ 3 คะแนน
 
28%
  ให้ 4 คะแนน
 
25%
  ให้ 5 คะแนน
 
33%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional