Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์




 

"บัญชี 3 มิติ” บันไดขั้นแรกสู่ความพอเพียง
 
 
          การเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศและภัย
ธรรมชาติที่มีความผันผวนมากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตในภาคเกษตร ซึ่ง
เกษตรกรจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้พร้อมรับกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อีกหนึ่ง
ปัญหาสำคัญของเกษตรกรส่วนใหญ่ คือ ปัญหาหนี้สินในครัวเรือนและในการประกอบอาชีพ ซึ่งมา
จากขาดการวิเคราะห์วางแผนทางการเงินและไม่มีการบริหารจัดการชีวิตที่ถูกต้อง
          "บัญชี”จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่เปรียบเป็นภูมิคุ้มกันและเป็นคู่มือชีวิตในการสร้างความเข้ม
แข็งให้ เกิดขึ้นกับเกษตรกรและประชาชนได้ใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ แต่หากพูดถึงการ
ทำ "บัญชี” อาจทำให้นึกถึงภาพของตัวเลขมากมาย ที่ดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากชวนปวดหัว บางคนรู้
แค่ว่ารับเงินมาเท่าไหร่ ก็ใช้ไปเท่านั้น ก็คงเพียงพอแล้ว แต่ไม่รู้ว่าในแต่ละวัน เราอาจสูญเสียเงิน
ไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็นมากมาย เพราะความไม่รู้ข้อมูลการ ใช้จ่ายเงินของตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่
การสร้างหนี้สินตามมา รู้ตัวอีกทีก็ไม่เหลือเงินเก็บออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แล้วการทำบัญชีมี
ประโยชน์อย่างไร...ทำอย่างไรเกษตรกรไทยถึงจะรวย...หรือถ้าเห็นรายจ่ายแล้วหมดกำลังใจ
จะทำอย่างไร? คำตอบของข้อสงสัยเหล่านี้ก็คือ ต้องรู้จักการทำบัญชีแบบ 3 มิติ ซึ่งจะเป็นหนทาง
ไปสู่ความสำเร็จ เปรียบเป็นบันไดก้าวไปสู่ความพอเพียงได้อย่างแท้จริง
         มากันที่มิติแรก คือ "รู้ตนเอง” รู้ถึงการใช้จ่ายเงินในแต่ละวัน รู้รายได้ รู้รายจ่าย รู้หนี้สิน
เปรียบเทียบรายได้ รายจ่าย ฝึกนิสัยการใช้เงิน เริ่มต้นจากลงมือทำบัญชีประจำวัน โดยคิด
วิเคราะห์ถึงรายรับ รายจ่าย สิ่งที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไป อาชีพใดทำรายได้ดีก็เดินหน้าต่อ ซึ่งไม่
เพียงทำให้ทราบรายรับ – รายจ่าย และข้อมูลทางการเงินเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาเป็นข้อมูล
ในการตัดสินใจและการพัฒนาในด้านต่างๆ ให้ผู้ทำบัญชีสามารถดำรงชีวิตได้อย่างประสบความ
สำเร็จ มีภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการดำรงชีวิต ช่วยให้เกิดการจัดระเบียบวินัยในการ ใช้
จ่ายและมองเห็นช่องทางในการออมและเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นบันไดของความอยู่รอด ผลิตเพื่อตน
เองและครอบครัวเป็นอันดับแรก พึ่งพาเงินให้น้อยที่สุด

          มิติที่สอง คือ "รู้สภาพแวดล้อม” รู้ถึงภูมิสังคม สภาพแวดล้อม ภูมิปัญญาพื้นถิ่น ภูมิ
อากาศ และการตลาด สร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในชุมชน ไม่ต่างคนต่างอยู่ ซึ่งจะทำให้
เกิดการผลิตมุ่งสู่เศรษฐกิจในชุมชน มีการจัดสรรด้านรายจ่าย ลงทุน และเงินออมอย่างเหมาะสม
สร้างนิสัยรักการออม และนำไปสู่ความพอเพียง

         มิติสุดท้าย คือ "รู้อนาคต” เมื่อรู้ถึง 2 มิติที่กล่าวมาแล้ว ก็จะสามารถรู้ถึงอนาคตของตนเอง
ได้ จากการคิดและวิเคราะห์ข้อมูลบัญชีอย่างเป็นระบบ นำข้อมูลทางบัญชีและหลักวิชาการมาใช้
วางแผนการประกอบอาชีพ ทำให้รู้ทิศทางการตลาด รู้การวางแผนจัดการฟาร์มล่วงหน้า สร้างการ
เปลี่ยนแปลงสู่การเป็นเกษตรกรสมัยใหม่ที่ คิด-วางแผน-ลงมือทำ-ทบทวน ซึ่งการบันทึกบัญชีทุก
วัน จะทำให้รู้ความเหมาะสม รู้เวลา รู้ว่าเวลาใดผลิตผลจะขายได้ราคา เวลาใดจะเกิดภัยธรรมชาติ
บ่อยๆ ทำให้สามารถกำหนดแผนการประกอบอาชีพและแผนในการดำเนิน ชีวิตได้ นำไปสู่ความ
ยั่งยืน
         การทำบัญชีไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากแต่ทำแล้วต้องมีการคิด วิเคราะห์ วางแผนให้รอบ
ด้าน รู้ตนเอง- รู้สภาพแวดล้อม-รู้อนาคต ให้ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ โดยน้อมนำแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพึ่งตนเอง รู้จักความพอประมาณ และไม่ประมาท มาประยุกต์ใช้ในการ
ดำเนินชีวิต รู้จักความพอมีพอกิน พอมีพอใช้ คำนึงถึงหลักเหตุผล และการประมาณตนเอง เพียง
เท่านี้ ชีวิตก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
               "ถ้ารู้จักแต่หากิน แต่ไม่รู้จักการทำบัญชีก็ยากที่จะประสบผลสำเร็จ”
 
         
สนใจเริ่มต้นเรียนรู้การทำบัญชี ติดต่อได้ที่ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ โทร CALL CENTER 02-016-8888 หรือติดต่อได้ที่สำนักงานตรวจ
บัญชีสหกรณ์ทุกจังหวัดและเครือข่ายครูบัญชีอาสา ทั่วประเทศ
.


เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • อาคารอนุรักษ์
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional