Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์




 
"ทองใส สมศรี” ครูบัญชี จ.จันทบุรี ใช้บัญชีปรับแผนการผลิต
มุ่งทำเกษตรอินทรีย์ สร้างวิถีพอเพียง
 

            

    "…คำว่า พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน
ภายในที่ดี เกิดขึ้นในชีวิตของตนเองได้ ก็ด้วยการ
ใช้ข้อมูลในบัญชีที่ช่วยให้เห็นว่า การใช้สารเคมี
นั้นมีต้นทุนสูง ไม่ใช่ความพอประมาณ จึงได้หันมา
ลองทำการเกษตรแบบอินทรีย์ โดยเก็บข้อมูล
บัญชีอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในส่วนของสวนผลไม้
อินทรีย์และนาข้าวอินทรีย์ สุดท้ายจึงค้นพบว่า
บัญชี นำสู่วิถีความพอเพียงและบัญชีได้นำความ
สุขมาสู่ครอบครัวของเรา...”
นางสาวทองใส สม
ศรี ครูบัญชีอาสา ต.ตะปอน อ.ขลุง จ.จันทบุรี

และปัจจุบันควบตำแหน่งประธานศูนย์เรียนรู้การ
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.
ขลุง จ.จันทบุรี และประธานนาแปลงใหญ่ (มังคุด)
อ.ขลุง จ.จันทบุรี กล่าวถึงความสำเร็จในการทำ
การเกษตรที่เริ่มต้นจากการทำบัญชี จนสามารถนำ
ไปใช้ปรับเปลี่ยนแผนการผลิต และเปลี่ยนแปลง
ชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น

         จุดเริ่มต้นจากปี พ.ศ.๒๕๔๘ ครูทองใส ได้ย้ายถิ่นฐานจากจ.บุรีรัมย์ มาอยู่ที่จ.จันทบุรี เริ่ม
ต้นทำอาชีพการเกษตรโดยใช้สารเคมีตามคำแนะนำที่คนบอกว่าดี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ผล
ผลิตที่ออกมาไม่ดีตามที่หวัง ท้ายสุดจึงมีปัญหาหนี้สินตามมา หลังจากลองผิดลองถูกด้วยตนเอง
จึงหันมาทำการเกษตรแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีในการผลิต โดยนำความรู้ที่ได้จากการเข้าอบรม
ตามโครงการพระราชดำริ และความรู้ในการทำบัญชีที่ได้รับคำแนะนำจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
มาวิเคราะห์ วางแผน ปรับเปลี่ยนการผลิต และปรับใช้ในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
       จากการปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบอินทรีย์ มีการปลูกพืชหลายอย่าง ทั้งทำนา ทำสวน
ปลูกผัก ผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ ทำให้ประสบผลสำเร็จจนถึงปัจจุบัน ผลผลิตที่ได้ก็นำมาบริโภคใน
ครัวเรือน และแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน ส่วนที่เหลือสามารถนำไปขาย สร้างรายได้ เมื่อมีการวาง
แผนการผลิตให้มีความหลากหลาย โดยแบ่งพื้นที่เกษตรเป็นสวนผลไม้อินทรีย์เนื้อที่ ๑๐ ไร่ มี
การปลูกเงาะ ทุเรียน มังคุด การทำนาข้าวอินทรีย์ในเนื้อที่ ๘๐ ไร่ และปลูกพืชผักหมุนเวียนใน
เนื้อที่ ๒ ไร่ ในปีที่ประสบปัญหาภัยแล้งที่เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้ส่วนมากจะประสบปัญหาเก็บ
ผลผลิต ได้น้อย แต่ครูทองใส ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีผลผลิตจากนาข้าว แปลงผัก
มารองรับ ทำให้สามารถผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากมาได้
     ครูทองใส นับเป็นเกษตรกรและครูบัญชีที่มีระบบการทำบัญชีดีเด่น โดยถ่ายทอดองค์ความรู้
ในการจัดทำบัญชีให้แก่เกษตรกรในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร
(ศพก.) และเกษตรกรในโครงการแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สามารถทำ
บัญชีได้ ใช้บัญชีเป็น รู้รายได้ รู้รายจ่าย รู้ต้นทุน รู้ตนเอง ช่วยให้เกิดการวางแผนด้านการตลาด
การผลิต และการเงิน เกษตรกรเข้าใจและติดตามปัจจัยการเปลี่ยนแปลงในการเพาะปลูก โดยใช้
ข้อมูลจากบัญชีมาเป็นปฏิทินเพาะปลูก ซึ่งแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของภูมิอากาศ ราคาตลาด
ไปจนถึงผลผลิตที่ออกโดยรวมทั่วไป สามารถบอกได้ถึงระยะเวลาที่เหมาะสมที่ควรผลิตออกสู่
ตลาด และสามารถคาดการณ์ปริมาณผลผลิตที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดได้ ทำให้ช่วย
การวางแผนทำการเกษตรได้ง่ายขึ้น ซึ่งครูทองใส ยังได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
และนำความรู้ที่ได้จากการอบรมจากโครงการพระราชดำริ มาปรับใช้ภายในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจ
พอเพียง ที่จัดตั้งขึ้นในบริเวณบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษา
และแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยภายในศูนย์ฯ มีฐานเรียนรู้กิจกรรมเกษตรพอเพียงหลากหลาย
กิจกรรม อาทิ การอนุรักษ์ข้าวพันธุ์พื้นเมือง การรวมกลุ่มผลิตเงาะ มังคุดคุณภาพ การแปรรูป
ผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการจำหน่ายสินค้า และ
กิจกรรมสำคัญคือ การบันทึกบัญชีที่ครูทองใสแนะนำให้สมาชิกจดบันทึกและมีการติดตามผล ใน
ทุกๆ เดือน 
     "เราได้ลองทำบัญชี จดว่าทำอาชีพอะไรบ้าง ๑. ทำนา ๒. ทำสวนผลไม้ ๓. ปลูกผัก จด
ทุกอย่าง ทุกวัน เดือนหนึ่งก็สรุปว่าลงทุนไปเท่าไหร่ แรงงานเท่าไหร่ทั้งของคนงานและของตัว
เราเอง ทำให้รู้ว่าค่าของการทำบัญชี คือค่าของชีวิตเกษตรกร ทำให้รู้รายรับ-รายจ่าย รู้ต้นทุน ไม่
ใช้ของฟุ่มเฟือย รู้จักการบริหารเงินของเราว่าในปัจจุบันมีเงิน กี่บาท จะลงทุนเท่าไหร่ การทำ
บัญชี จึงดีสำหรับเกษตรกรทุกๆคน เราจึงแนะนำให้เกษตรกรคนอื่นๆและสมาชิกในศูนย์เรียนรู้ฯ
ได้ลองจดบัญชี เพื่อให้รู้ต้นทุน เพราะถ้าเราไม่รู้จักต้นทุนที่แท้จริงก็เท่ากับเราโกหกตัวเอง และ
ไม่ใช่ดีสำหรับเกษตรกรเพียงอย่างเดียว ทุกคนถ้ารู้จักทำบัญชี จะส่งผลดีทุกรากฐาน ทุกอาชีพ”
     ปัจจุบันครูทองใส สมศรี ยังคงทำหน้าที่เป็นครูบัญชี ถ่ายทอดความรู้และ
ประสบการณ์ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ในชุมชนและคนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งปณิธาน
ว่า จะเป็นครูบัญชีที่ดีตลอดไป เพื่อใช้บัญชีเป็นเครื่องมือชี้นำทางไปสู่ความสำเร็จ นำไป
สู่ชีวิตที่มีความสุขแบบพอเพียง.
 
 

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional