Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



การบัญชีและสอบบัญชี

 
โดย เพยาว์ กิมปฐม
ความเดิมฉบับที่แล้ว ได้นำเสนอผลการศึกษาการทำธุรกิจปุ๋ยของสหกรณ์ ปี 2550
โดยเฉพาะการลงทุนทำธุรกิจซื้อขายปุ๋ยล่วงหน้า หรือ ตั๋วปุ๋ย หรือ ธุรกิจค้ากระดาษ แล้วแต่จะเรียกกัน โดยพบว่า ธุรกิจมีการเติบโตอย่างรวดเร็วสูงถึง 3-4 เท่าตัว รูปแบบการทำธุรกิจมีทั้งเงินเชื่อและเงินสด สำหรับเงินลงทุนทำธุรกิจ พบว่า นอกจากเงินทุนของตัวสหกรณ์แล้ว ยังมีเงินทุนที่ได้มาจากการชักชวนให้สหกรณ์อื่นนำเงินมาฝากโดยคิดอัตราดอกเบี้ยให้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป หรืออาศัยเครดิต สินเชื่อของสหกรณ์อื่น เป็นต้น ประเด็นที่น่าสนใจอะไรเป็นแรงกระตุ้นให้สหกรณ์หันมาทำธุรกิจประเภทนี้ กันมากมาย นับวันจะมีจำนวนและปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขยายเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงจากทำธุรกิจกับบริษัทหรือตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย โยงไยไปทำกับสหกรณ์ด้วยกัน และแพร่กระจาย สู่กองทุนหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกร ทั้งภายในจังหวัดเดียวกันและข้ามจังหวัด
สำหรับฉบับนี้จะสะท้อนให้เห็นภาพเส้นทางการเชื่อมโยงธุรกิจในรูปลักษณะต่างๆ โดยจะยกตัวอย่างของสหกรณ์ที่ทำธุรกิจนี้สัก 2 – 3 แห่งเพื่อสะท้อนให้เห็นภาพของการสร้างเครือข่ายโยงไยทำธุรกิจซื้อขายกันหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น แบบเชื่อมโยงภายในจังหวัดเดียวกัน แบบข้ามจังหวัด และทั้งภายในจังหวัดเดียวกัน และข้ามจังหวัด โดยจะแสดงเป็นแผนภาพดังนี้
สหกรณ์การเกษตร ก. จำกัด จังหวัดปทุมธานี มีเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจซื้อ-ขาย ตั๋วปุ๋ย กับสหกรณ์ด้วยกัน และเชื่อมโยงสู่กองทุนหมู่บ้าน แบบข้ามจังหวัด

หมายเหตุ : สกก. คือ สหกรณ์การเกษตร
สก. คือ สหกรณ์

สหกรณ์การเกษตร ก. จำกัด จังหวัดปทุมธานี มีเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจซื้อ-ขาย ตั๋วปุ๋ย กับสหกรณ์ด้วยกัน และเชื่อมโยงสู่กองทุนหมู่บ้าน แบบข้ามจังหวัด
สหกรณ์การเกษตร ค. จำกัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจ ซื้อ-ขายตั๋วปุ๋ยกับ สหกรณ์ด้วยกัน และเชื่อมโยงสู่กองทุนหมู่บ้าน ทั้งภายในจังหวัดและข้ามจังหวัด


นี้เป็นแค่ภาพบางส่วนเท่านั้น ซึ่งน่าแปลกที่บรรดาสหกรณ์ต่างหันมาสนใจทำธุรกิจ ประเภทนี้มากขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว อะไรเป็นตัวกระตุ้นกันแน่ ผลตอบแทน หรือ ผลกำไร หรือ ความต้องการของสมาชิก และสมาชิกได้รับประโยชน์จากธุรกิจประเภทนี้จริงหรือไม่ สหกรณ์คงจะให้คำตอบได้ดี ซึ่งหากมองกลับกันถ้าสหกรณ์ใช้วิธีการนี้กับผลผลิตสมาชิกที่เป็นสินค้าเกษตรเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว ยางพารา ผลไม้ ฯลฯ มาสร้างเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจกันเป็นขบวนการ น่าจะสร้างอำนาจการต่อรองได้มากกว่า อย่างไรก็ตามท้ายที่สุด สิ่งที่ผู้บริหารสหกรณ์ต้องคำนึง คือ หลักการสหกรณ์ หรือ เจตนารมย์ที่จัดตั้งสหกรณ์เพื่อใคร อย่างไร เป็นสำคัญ

ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรไทย ปี 2549 (28/03/2550)
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
มิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงในประเทศไทย
สหกรณ์ไทย ...คืนกำไรสู่สมาชิก 80.52 %
รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
จำนวนคนอ่าน 10870 คน จำนวนคนโหวต 26 คน

  จำนวนคนโหวต 26 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
 
4%
  ให้ 2 คะแนน
 
4%
  ให้ 3 คะแนน
 
46%
  ให้ 4 คะแนน
 
19%
  ให้ 5 คะแนน
 
27%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional