Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์




 
 
 

 

โดย ... นุจรินทร์  ตรีมงคล ...

               
                เงินออมเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้บุคคลบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในอนาคตได้ และยังใช้สำหรับแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึงของบุคคลได้ด้วย ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ประการหนึ่งของการจัดตั้งสหกรณ์ที่ต้องการช่วยให้สมาชิกสหกรณ์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
                เมื่อดูการออมในภาพรวมของประเทศ พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมการออมลดลง การออมของประเทศ อยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น   และไม่เพียงพอจะรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต้องใช้เงินลงทุน       เป็นจำนวนมาก อัตราการออมอยู่ที่ประมาณ 30.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
                สหกรณ์ (Cooperatives) หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 สหกรณ์มีทั้งหมด 7 ประเภท แบ่งเป็น สหกรณ์ภาคการเกษตร 3 ประเภท (สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม) และสหกรณ์นอกภาคการเกษตร 4 ประเภท (สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน)
 
                กลุ่มเกษตรกร (Farmer Groups) ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 119 ในกรณีที่คณะบุคคลผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งร่วมกันดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมแต่ยังไม่อาจรวมกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ได้ จะจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรขึ้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาก็ได้
              ปี 2557 ภาคสหกรณ์ไทย ประกอบด้วย สหกรณ์ทุกประเภท(ไม่รวมชุมนุมสหกรณ์)  และ กลุ่มเกษตรกร  มีจำนวนทั้งสิ้น 10,717 แห่ง (สหกรณ์ทุกประเภท 6,648 สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร 4,069 กลุ่ม) มีสมาชิกรวมทั้งประเทศ 12.14 ล้านคน แบ่งเป็นสมาชิกภาคการเกษตร 6.65 ล้านคน (54.79%) สมาชิกนอกภาคการเกษตร 4.93 ล้านคน (40.59%) และสมาชิกกลุ่มเกษตรกร 5.61 แสนคน (4.62%)

 
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2557 จากข้อมูลที่รวบรวมได้ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
 
               เงินออมภาคสหกรณ์ไทยปี 2557 รวมทั้งสิ้น 1.41 ล้านล้านบาท ประกอบด้วยเงินฝากของสมาชิก 6.1 แสนล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 5.1 หมื่นล้านบาท และเงินหุ้นสะสม 8 แสนล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 6.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น

               • สหกรณ์ทุกประเภท มีเงินออมรวม 1.41 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากสหกรณ์นอกภาคการเกษตร ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์ มีเงินออมเป็นจำนวนเงิน 1.26 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 89.36 ของเงินออมรวมสหกรณ์ เงินออมสหกรณ์ทุกประเภทเฉลี่ยเดือนละ 1.18 แสนล้านบาท เฉลี่ยคนละ 121,859 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.27%

               • กลุ่มเกษตรกร มีเงินออมรวม 965.74 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 80.48 ล้านบาท เฉลี่ยคนละ 1,721.48 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17.07%
 
การขยายตัวของเงินออมภาคสหกรณ์ไทย

 
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2557 มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ภาพรวมคิดเป็น 8.86%
 
               • สหกรณ์ทุกประเภท ปี 2557 มีจำนวนเงินออมรวมเพิ่มขึ้นจากปี 2556 เท่ากับ 1.15 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัว 8.86% สหกรณ์นอกภาคการเกษตรมีอัตราการขยายตัวสูงกว่าสหกรณ์ ภาคการเกษตร ซึ่งสหกรณ์นอกภาคการเกษตรที่มีการขยายตัวมากที่สุดได้แก่ สหกรณ์ร้านค้า มีอัตรา การขยายตัว เท่ากับ 11.68%
 
               • กลุ่มเกษตรกร ปี 2557 มีจำนวนเงินออมรวมเพิ่มขึ้นจากปี 2556 เท่ากับ 82 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัว 9.28%
 
     จำนวนเงินออมภาคสหกรณ์ไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2553 - 2557) เพิ่มขึ้นทุกปี
    
     • สหกรณ์ทุกประเภท เงินออมเพิ่มจาก 9.59 แสนล้านบาทในปี 2553 เป็น 1.41 ล้านล้านบาท ในปี 2557 เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 1.13 แสนล้านบาท
    
     • กลุ่มเกษตรกร เงินออม เพิ่มจาก 541.91ล้านบาทในปี 2553 เป็น 965.74 ล้านบาท ในปี 2557 เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 105.96 ล้านบาท
 
 
 
 
 
 
         
 หากพิจารณาถึงอัตราการเติบโตของเงินออมภาคสหกรณ์ไทย ตั้งแต่ปี 2553 - 2557 โดยเปรียบเทียบเงินออมระหว่าง 2 ปี (ปีปัจจุบันหักปีก่อนและนำมาคำนวณเป็นอัตราการเติบโต) จะเห็นได้ว่าอัตราการเติบโตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับภาพรวมเงินออมของประเทศ
 
          • สหกรณ์ทุกประเภท มีอัตรา การเติบโต ของเงินออมลดลงทุกปี ในปี 2553 มีอัตราการเติบโต 17.46% ลดลงเรื่อยๆ จนถึงปี 2557 มีอัตราการเติบโตเพียง 8.86%
 
 
 
 
 
          • กลุ่มเกษตรกร มีอัตราการเติบโตของเงินออม ทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง ซึ่งอัตราการเติบโตสูงสุดในปี 2556 อยู่ที่ 22.41% และต่ำสุดในปี 2557 เท่ากับ 9.28%
 
          สำหรับแนวโน้มเงินออมภาคสหกรณ์ไทยในอนาคต อาจจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเงินออมของสมาชิกจะเพิ่มขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อสมาชิกจัดทำบัญชีครัวเรือน เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย (ใช้จ่ายเฉพาะที่จำเป็น ไม่ฟุ่มเฟือย) โดยผู้บริหารสหกรณ์ควรชี้แจงความสำคัญของการออมให้สมาชิกทราบ สร้างความศรัทธาและความเชื่อมั่นให้สมาชิกนำเงินมาฝากกับสหกรณ์ให้มากขึ้น เพื่อสหกรณ์นำเงินไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด ซึ่งผู้บริหารสหกรณ์ต้องศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง เนื่องจากการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับสหกรณ์ และทำให้สหกรณ์มีเสถียรภาพทางการเงินและยั่งยืนต่อไป ส่งผลให้สมาชิกได้รับผลตอบแทน และมีเงินเก็บไว้ใช้ ยามจำเป็นหรือกรณีฉุกเฉินมากขึ้นด้วย
 
"การออม คือ ไม่ฟุ่มเฟือย ประหยัด รู้จักคิด รู้จักใช้จ่ายอย่างมีสติ”
ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 3/2557
เสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2556
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4/2557
บัญชีต้นทุนประกอบอาชีพช่วยเกษตรกรเรื่องภาษีได้
"เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2559"
“ขนิษฐา มะโนสมบัติ”ครูบัญชีอาสา จังหวัดเชียงรายใช้ศาสตร์พระราชานำทางชีวิต พลิกวิกฤตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4/2558
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทย ตลอดปี 2558
จำนวนคนอ่าน 9592 คน จำนวนคนโหวต 4 คน

  จำนวนคนโหวต 4 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
0%
  ให้ 2 คะแนน
0%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
 
25%
  ให้ 5 คะแนน
 
75%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • อาคารอนุรักษ์
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional