Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์




 

เรียบเรียงโดย...ศิริชัย พุทธานุภาพ

              
               กลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้รวบรวมบทความตามสถานการณ์ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตลอดปีงบประมาณ 2557 ที่ผ่านมาได้ดังนี้
 
                                         ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ ๓/๒๕๕๖

               เริ่มต้นปีงบประมาณ 2557 ตรงกับช่วงเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 3/2556 สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 11,116 แห่ง ปริมาณธุรกิจโดยรวม 1.98 ล้านล้านบาท ขยายตัว 0.79% ชะลอจากไตรมาสที่ 2/2556 ดำเนินธุรกิจ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) ธุรกิจรับฝากเงิน 2) ธุรกิจให้เงินกู้ยืม (สินเชื่อ) 3) ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย 4) ธุรกิจรวบรวม/แปรรูป และ 5) ธุรกิจการให้บริการ พบว่า ธุรกิจการให้เงินกู้ยืม (สินเชื่อ)สูงสุด 62% ของปริมาณธุรกิจรวมทั้งสิ้น โดยมีปัจจัยสำคัญจากอุปสงค์ด้านเงินรับฝากและด้านสินเชื่อ สร้างรายได้และทำกำไรทั่วประเทศกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท สำหรับภาคครัวเรือนใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น ก่อหนี้ลดลง ออมเงินเพิ่มขึ้น สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทย ปี 2556 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5 – 1.05 ปรับตัวลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ 30 กันยายน 2556
 
                                         ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส ๔/๒๕๕๖
 
               เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2556 หดตัวลงเล็กน้อย 0.10 % จากไตรมาสที่ 3/2556 สหกรณ์ไทยทั่วประเทศ จำนวน 11,072 แห่ง ปริมาณธุรกิจโดยรวม 1.98 ล้านล้านบาท สร้างรายได้และทำกำไรทั่วประเทศกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท กำไรขยายตัว 3.6 % ยังไม่น่ากังวลมากนักแม้ธุรกิจลงทุนหดตัวแต่ผลประกอบการของหน่วยธุรกิจทุกกลุ่มยังสามารถทำกำไรทั้งในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร ส่วนครัวเรือนมีหนี้สินเฉลี่ยขยายตัว 3.52 % มากกว่าการออมเงินที่ขยาย 2.10 % จากไตรมาสที่แล้ว โดยกลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตรระมัดระวังการใช้จ่าย ก่อหนี้ลดลงพร้อมกับชะลอการออมเงินลง ขณะที่กลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตรยังก่อหนี้ขยายเพิ่มขึ้น ส่วนการออมเงินชะลอลงด้วยเช่นกัน คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีหน้าน่าจะดีขึ้นและขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5 -1.5
 
                                        ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 1/๒๕๕๗
 
               ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสแรกปี 2557 เริ่มมีสัญญาณที่ดีธุรกิจขยับตัวเพิ่มขึ้น เล็กน้อยที่ 0.21 % เมื่อเทียบกับปี 2556 รายได้ปรับดีขึ้น 0.76 % มีกำไรเกือบทุกประเภท ยกเว้นประเภทเครดิตยูเนี่ยนขาดทุน เนื่องจากมีการทุจริตของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด มีผลขาดทุนมากถึง 1.5 หมื่นล้านบาท จึงส่งผลต่อภาพรวมเครดิตยูเนี่ยน แต่อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจภาคสหกรณ์โดยรวมมีกำไรทั้งสิ้น 52,869 ล้านบาท โดยนอกภาคเกษตรทำกำไรสูงสุด 47,618 ล้านบาท คิดเป็น 90% ของกำไรสุทธิทั้งสิ้น หากพิจารณาด้านการออมของสมาชิกเฉลี่ยขยายตัว 1.01 % ขณะที่หนี้สินของสมาชิกเฉลี่ยขยายตัว 1.23 % สำหรับครัวเรือนนอกภาคการเกษตรระมัดระวังการใช้จ่ายก่อหนี้ลดลง ออมเงินเพิ่มขึ้น และครัวเรือนภาคการเกษตรก่อหนี้และออมเงินขยายเพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกัน
 
                                        ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส ๒/๒๕๕๗
 
               เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 เริ่มทรงตัวจากที่ติดลบในไตรมาสแรก ส่วนเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส แรกฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 0.21% แต่ช่วงไตรมาส 2 สมาชิกยังไม่มั่นใจต่อสถานการณ์บ้านเมือง ระมัดระวังการใช้จ่าย บริโภคและอุปโภคน้อยลง ออมเงินมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจหดตัวลง 1.36% รายได้ลด กำไรหด 0.08% โดยมีเงินออมเฉลี่ยขยายตัว 5.93% ดังนั้น ในปีหน้าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป ภาคสหกรณ์ไทยทุกประเภทต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและนักลงทุนให้ความสำคัญของการสะสมทุนสำรอง ซึ่งเป็นทุนที่มีความมั่นคงและปราศจากภาวะผูกพัน จะช่วยเป็นเกราะป้องกันรองรับผลกระทบที่เกิดจากภาวะธุรกิจ และต้องพิจารณาหามาตรการเร่งรัดลูกหนี้ให้ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา โดยการสร้างอาชีพเสริมรายได้ให้สมาชิก และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องในการแสวงหากลยุทธ์และรูปแบบการดำเนินงาน เข้ามาประยุกต์ใช้ปรับปรุงอยู่เสมออย่างต่อเนื่อง กำหนดแผนรองรับความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกปัญหาที่เป็นไปได้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนแก่สหกรณ์ต่อไป
 
                                        Top Ten 2013 ธุรกิจสหกรณ์ที่น่าจับจอง
 
               สุดยอด TOP TEN 2013 ของธุรกิจสหกรณ์ไทย โดยสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์ครองแชมป์มีปริมาณ ธุรกิจ หุ้น และทำกำไรได้สูงสุด ขณะที่สหกรณ์ประเภทการเกษตรครองแชมป์ทำกำไรได้สูงสุด หากพิจารณาเป็นโซนพื้นที่ พบว่า ใน 10 อันดับสหกรณ์ที่ถือหุ้นหรือทุนเรือนหุ้นสูงสุด มีจำนวนถึง 9 แห่ง อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล มีเพียง 1 แห่ง อยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา (อันดับที่ 7) ส่วนวงเงินธุรกิจสูงสุดมี 8 แห่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเช่นกัน มี 2 แห่ง อยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์และนครราชสีมา ซึ่งอยู่อันดับที่ 8 และ 9 สำหรับสหกรณ์ที่ทำรายได้สูงสุด มี 5 แห่ง อยู่พื้นที่ภาคใต้ 3 แห่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และอีก 2 แห่ง อยู่ที่ภาคกลาง อยู่อันดับที่ 3 และ 8 สุดท้ายสหกรณ์ที่ทำกำไรได้สูงสุด มี 8 แห่ง อยู่ใน กรุงเทพมหานคร อีก 2 แห่งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาและขอนแก่นในอันดับที่ 4 และ 8 จะเห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตามธุรกิจในระบบสหกรณ์น่าจะเป็นทางออก หรือทางเลือกหนึ่งของภาคประชาชน ในการแก้ปัญหาความเดือนร้อนของตนเองและชุมชน ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม อันจะเป็นแรงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง 
 
                                        ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มเฉลี่ยปีละ 12.34%
 
               การออมเงินของครัวเรือนภาคสหกรณ์ จากข้อมูลรวบรวมของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ปี 2556 สหกรณ์ ทุกประเภทจำนวน 6,593 แห่ง มีสมาชิกรวมทั้งประเทศ 11.4 ล้านคน แยกเป็นสมาชิกครัวเรือนสหกรณ์ในภาคเกษตร 6.7 ล้านคน (59%) และสมาชิกครัวเรือนสหกรณ์นอกภาคเกษตร 4.7 ล้านคน (41%) ในปี 2556 ครัวเรือนภาคสหกรณ์มีเงินออมรวมทั้งสิ้น 1.29 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 9.59 สูงกว่าปีที่แล้วเล็กน้อยที่ขยายตัวร้อยละ 9.37 โดยคิดเป็นสัดส่วน 9.21 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ประกอบด้วยเงินฝาก 5.61 แสนล้านบาท ตกเฉลี่ยออมเดือนละ 4.6 หมื่นล้านบาท หรือคิดเฉลี่ย 4,098.02 บาทต่อคนต่อเดือน และหุ้น 7.35 แสนล้านบาท ตกเฉลี่ยเดือนละ 6.1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเฉลี่ย 5,368.91 บาทต่อคนต่อเดือน หากดูอัตราการขยายตัวมีค่าเฉลี่ยในช่วงระหว่างปี 2552 – 2556 ที่ประมาณร้อยละ 12.34 ต่อปี ส่วนหนึ่งน่าที่จะสะท้อนถึงการที่ผู้บริโภคมีความศรัทธาและเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์มากขึ้นกว่าในอดีต ทำให้เป็นไปได้ว่า สัดส่วนของการพึ่งพิงไว้ใจออมเงินต่อสถาบันสหกรณ์เพิ่มมากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
 
                                        เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหกรณ์การเกษตร ปี 2556
              
               สหกรณ์การเกษตร ปี 2556 จำนวน 3,481 แห่ง สมาชิกทั้งสิ้น 6,449,261 คน และเงินทุน รวม 189,416 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 13.79 พบว่า เงินทุนส่วนใหญ่ลงทุนอยู่ในลูกหนี้ถึงร้อยละ 64.98 สหกรณ์มีธุรกิจลงทุน 5 ด้าน ปริมาณธุรกิจรวมทั้งสิ้น 306,672.20 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 5.62 ธุรกิจการรวบรวม/แปรรูปผลผลิตสูงสุด 92,196.63 ล้านบาท (เฉลี่ยเดือนละ 7,683.05 ล้านบาท) ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 10.95 ขณะที่ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายมีอัตราการขยายตัวสูงสุดร้อยละ 16.45 มีรายได้รวมทั้งสิ้นจำนวน 178,283.81 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 173,482.42 ล้านบาท แม้ว่าจะมีอัตราค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดำเนินงานเกินครึ่งร้อยละ 55.17 แต่ก็ยังมีกำไรสุทธิจำนวน 4,801.39 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 11.16 สำหรับการเติบโตของทุนสำรองขยายตัวร้อยละ 10.19 ดังนั้น ผู้บริหารสหกรณ์ควรกำหนดกลยุทธ์ในการควบคุมค่าใช้จ่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ เพื่อคงสถานภาพที่ดีของสหกรณ์ต่อไป
 
                                        ความสามารถในการชำระหนี้ด้อยลง หนี้ NPL พุ่ง
 
               สหกรณ์ทั่วประเทศไทย 10,834 แห่ง สมาชิก 12 ล้านคน พบว่า ลูกหนี้เงินให้กู้คงค้างสิ้นปี ส่วนใหญ่เป็นหนี้ของสหกรณ์นอกภาคการเกษตรร้อยละ 92.11 ของหนี้ทั้งระบบ โดยส่วนใหญ่สมาชิกกู้ยืมเงินนำไปเพื่อการอุปโภคและบริโภคสูงสุดจำนวน 324,244.47 ล้านบาท หรือร้อยละ 28.23 ด้านความสามารถในการชำระหนี้คืนของสมาชิกในระหว่างปีมียอดชำระทั้งสิ้น 940,415.91 ล้านบาท หรือร้อยละ 61.90 ของหนี้คงเหลือสิ้นปี แนวโน้มของสินเชื่อและNPL ในภาพรวมของสถาบันสหกรณ์และเกษตรกรในรอบ 3 ปี พบว่า เมื่อสินเชื่อเพิ่มขึ้น NPL เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ใน ปี 2556 สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan : NPL) มียอดคงค้าง 33,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,731 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.48 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ NPL ของสหกรณ์ในภาคการเกษตร ร้อยละ 79.18 ส่วนสหกรณ์นอกภาคการเกษตรมีเพียงร้อยละ 19.66
 
                                       ธุรกิจสหกรณ์ร้านค้า ขยายตัว 5.81%
 
               คืนรายได้สร้างความสุขให้กับสมาชิก ปี 2556 ธุรกิจของสหกรณ์ร้านค้า ปริมาณธุรกิจรวม 6.3 พันล้านบาท ขยายตัว 5.81 จำนวนสหกรณ์ร้านค้า 160 แห่ง สมาชิกจำนวน 7 แสนคน พบว่า มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น 2.6 พันล้านบาท โดยธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายปริมาณมากที่สุด 6.3 พันล้านบาท หรือเป็น 95.41 % ของมูลค่าธุรกิจรวมของสหกรณ์ร้านค้าทั่วประเทศไทย สินค้าที่จำหน่ายให้กับสมาชิกและบุคคลทั่วไปเป็นสินค้าประเภทการเกษตร (ปุ๋ย ข้าวสาร พันธุ์พืช), สินค้าประเภทน้ำมัน, และสินค้าอุปโภคบริโภค สร้างรายได้รวม 6.6 พันล้านบาท หรือเฉลี่ย 553 ล้านบาท/เดือน อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.24 % และมีค่าใช้จ่ายเป็น 96.55 % ของรายได้ทั้งสิ้น ได้ผลกำไรสุทธิ 229 ล้านบาท อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 20.16 % โดยสมาชิก มีเงินออมกับสหกรณ์เฉลี่ย 559 บาท/คน หนี้สินของสมาชิกเฉลี่ย 1,028 บาท/คน และแนวโน้มปีหน้าธุรกิจสหกรณ์ร้านค้าคาดว่าขยายตัว 6.52%   
 
                                        ธุรกิจเสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2556
 
               สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่สามารถนำมาประเมินเสถียรภาพทางการเงิน ปี 2556 จำนวน 10,834 แห่ง จากผลการประเมิน แสดงให้เห็นว่า สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในภาพรวมมีความมั่นคงและความเข้มแข็งทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถรับผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนของภาวะธุรกิจได้พอสมควร ถึงอย่างไรก็ตามความมั่นคงและความเข้มแข็งทางการเงินของกลุ่มเกษตรกรยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ต้องปรับปรุง และต้องแก้ไขเร่งด่วน รวมกันเกือบ 50% ของกลุ่มเกษตรกรเลยทีเดียว การมีเสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ ต้องปรับปรุง และต้องแก้ไขเร่งด่วน เกิดได้จากหนี้ภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง สภาพคล่องทางการเงินของครัวเรือนลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนน้อยลงด้วย
 
                                        การประเมินมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐศาสตร์ของสหกรณ์ร้านค้า ในปี 2556
 
               ผลการคำนวณ EVA สหกรณ์ร้านค้า ในปี 2556 พบว่า EVA โดยรวม > 0 (ปลายเข็มชี้พื้นที่สีเขียว) ซึ่งแสดงว่าการดำเนินงานก่อให้เกิดกำไรทางเศรษฐศาสตร์สูงกว่าต้นทุนของเงินทุนสหกรณ์ หรือสหกรณ์ร้านค้ามีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยแสดงมูลค่าและสัดส่วนทั้งทั่วประเทศและบางจังหวัด แสดงจังหวัดที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสุดเป็นของจังหวัดตราด แสดงจังหวัดที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำสุดเป็นของจังหวัดกรุงเทพมหานคร จากการที่ ค่า EVA ของสหกรณ์ร้านค้าโดยรวมได้ค่ามากกว่า 0 ซึ่งแสดงว่าการดำเนินงานก่อให้เกิดกำไรจากการดำเนินงานสูงกว่าต้นทุนของเงินทุนสหกรณ์ จึงสามารถทำนายแนวโน้มสหกรณ์ร้านค้าได้ว่าโดยรวมสหกรณ์ร้านค้ายังมีศักยภาพและความสามารถที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีก
 
                                        ผลการดำเนินงานและฐานะการเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ปี 2556
 
               ภาพรวมประสิทธิภาพ การบริหารงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ ปี 2556 จำนวน 1,334 แห่ง สมาชิกโดยรวมทั้งประเทศ กว่า 2.87 ล้านคน เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนทั้ง 4 ข้อ ได้แก่ 1. สภาพคล่องทางการเงิน (Liquidity Ratio) 2. ความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratio) 3. ความสามารถในการบริหารจัดการ / คุณภาพสินทรัพย์ (Efficiency Ratio) และ 4. นโยบายทางการเงิน / ความเพียงพอของเงินทุนต่อความเสี่ยง (Leverage Ratio or Financial Ratio) แสดงให้เห็นว่า ด้านการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์มีสภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์ดี และทุนของสหกรณ์เพียงพอใน การชำระหนี้ ได้ และด้านการดำเนินงาน สหกรณ์ออมทรัพย์สามารถบริหารกิจการให้มีกำไรได้เป็นอย่างดี แม้ว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยจะเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์รุนแรงแต่อย่างใด
 
                                       สหกรณ์ไทย คืนกำไรสู่สมาชิก 80.52% ในปี 2556
 
               สหกรณ์ไทย (การเกษตร ประมง นิคม ร้านค้า บริการ ออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน) ที่ได้รับการ สอบบัญชีประจำปีเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมีผลกำไรสุทธิประจำปี 2556 จำนวนทั้งสิ้น 5,386 สหกรณ์ เป็นเงินกำไรสุทธิทั้งสิ้น 62,076.60 ล้านบาท ในจำนวนนี้ พบว่า สหกรณ์ที่ผ่านการรับรองงบการเงินจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี และอนุมัติให้จัดสรรกำไรสุทธิ พร้อมทั้งรายงานให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทราบแล้วจำนวน 2,010 สหกรณ์ คิดเป็นร้อยละ 37.32 ของจำนวนสหกรณ์ที่มีกำไรสุทธิ เป็นเงิน 51,725.36 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 83.33 ของจำนวนกำไรสุทธิประจำปีทั้งสิ้น โดยจัดสรรกำไรสุทธิจำแนกออกเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกของสหกรณ์ ประกอบด้วย ทุนสำรอง ทุนสะสมตามระเบียบและข้อบังคับร้อยละ 17.23 ส่วนที่สอง คืนสมาชิก ประกอบด้วย เงินปันผลตามหุ้น และเงินเฉลี่ยคืนตามส่วนของธุรกิจร้อยละ 80.52 ส่วนที่สามของผู้บริหารและจัดการสหกรณ์ คือ โบนัสกรรมการและเจ้าหน้าที่ร้อยละ 2.42 ส่วนที่สี่เป็นค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยร้อยละ 0.03
 
 
 
ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
เสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2556
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4/2557
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรไทย ปี 2549 (28/03/2550)
มิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงในประเทศไทย
สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2560
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2560
จำนวนคนอ่าน 8080 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

  จำนวนคนโหวต 0 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

ไม่พบข้อมูลการโหวต

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional