Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์




 

โดย วัลดี แก้วพรหม

ในปัจจุบันสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกส่งผลให้รูปแบบการค้าขายของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก การขยายตัวอย่างรวดเร็วของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อที่มีจำนวนสาขามากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี ทำให้กลุ่มลูกค้าผู้บริโภค มีช่องทางในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น อันส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมที่มีขนาดเล็ก เช่นเดียวกันกับสหกรณ์ร้านค้า นับเป็นรูปแบบธุรกิจค้าปลีกประเภทหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้น การดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ร้านค้าให้สามารถดำรงอยู่ได้ตามสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและให้ธุรกิจเติบโตขึ้นได้ ได้แก่ การนำเสนอสินค้า และบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย การปรับปรุงรูปแบบการจัดเรียงสินค้าภายในร้านเพื่อให้สะดวกต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภค ตลอดจนการบริหารและควบคุมต้นทุน
ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่สหกรณ์ร้านค้าควรให้ความใส่ใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ร้านค้าให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนนาน ในสถานการณ์ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
การจัดตั้งสหกรณ์ร้านค้ามีจุดมุ่งหมายในการช่วยแก้ปัญหาของสมาชิกสหกรณ์ในด้านต่างๆ ได้แก่ การจัดหาสินค้า หรือการบริการที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ การดำรงชีพ มาให้บริการแก่สมาชิก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าที่ผลิตได้เองหรือสหกรณ์รูปแบบอื่นเป็นผู้ผลิตและร่วมแก้ไขปัญหาการตลาดและปัญหาสังคม หรือช่วยแก่ไขปัญหาต่าง ๆ ของสมาชิกทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากปัญหาเศรษฐกิจในสภาวะปัจจุบัน เพื่อช่วยเหลือส่วนรวม และสามารถทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิกสหกรณ์ดีขึ้น มีการกินดีอยู่ดี ซึ่งใน
ปี 2556 ข้อมูลที่รวบรวมจากการตรวจสอบบัญชีบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว 160 แห่ง สมาชิกจำนวน 7 แสนคน พบว่า มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น 2.6 พันล้านบาท การดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ร้านค้ามีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.81 % จากมูลค่า 6.3 พันล้านบาท ปี 2555 เพิ่มเป็น 6.6 พันล้านบาท ปี 2556 คิดเป็น 0.36 % ของมูลค่าธุรกิจรวมของสหกรณ์ทั่วประเทศไทย โดยธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายปริมาณมากที่สุด 6.3 พันล้านบาท หรือเป็น 95.41 % ของมูลค่าธุรกิจรวมของสหกรณ์ร้านค้าทั่วประเทศไทย สินค้าที่จำหน่ายให้กับสมาชิกและบุคคลทั่วไปเป็นสินค้าประเภทการเกษตร (ปุ๋ย ข้าวสาร พันธุ์พืช), สินค้าประเภทน้ำมัน, และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉลี่ยการบริโภคสินค้าตกครัวเรือนละ 9,120 บาทต่อปี หรือตกครัวเรือนละ 760 บาทต่อเดือน รองลงมาเป็นธุรกิจการให้เงินกู้ยืม 191 ล้านบาท สร้างรายได้รวม 6.6 พันล้านบาท หรือเฉลี่ย 553 ล้านบาท/เดือน อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.24 % และมีค่าใช้จ่ายเป็น 96.55 % ของรายได้ทั้งสิ้น ได้ผลกำไรสุทธิ 229 ล้านบาท อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 20.16 % โดยสมาชิก มีเงินออมกับสหกรณ์เฉลี่ย 559 บาท/คน หนี้สินของสมาชิกเฉลี่ย 1,028 บาท/คน
 
แผนภาพ แสดงเงินออมและเงินออมเฉลี่ยของสมาชิกสหกรณ์ร้านค้า รอบ 5 ปี (ปี 2552 – 2556)
 

              
                ด้านฐานะการเงินของสหกรณ์ร้านค้า สินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในเงินสดและเงินฝากธนาคาร/สหกรณ์อื่น 38.55 % ลูกหนี้ 27.80 % สินค้าคงเหลือ 11.41 % ตามลำดับ แบ่งเป็นส่วนของหนี้สิน 27 % และส่วนทุนของสหกรณ์เอง 73 % สำหรับประสิทธิภาพในการบริหารงาน พบว่า หนี้สินต่อทุนของสหกรณ์ เท่ากับ 0.38 เท่า สามารถคุ้มครองหนี้สินของสหกรณ์สร้างความปลอดภัยให้กับเจ้าหนี้ โดยสหกรณ์สามารถชำระหนี้ระยะสั้นได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามควรบริหารจัดการลูกหนี้ให้ชำระหนี้ให้เป็นไปตามกำหนดสัญญา เพื่อมีทุนหมุนเวียนเกิดสภาพคล่องทางการเงิน และควรระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดหนี้ค้างชำระ สหกรณ์ควรหาแนวทางในการขยายธุรกิจสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น และบริหารจัดการธุรกิจด้วยความรอบคอบเตรียมความพร้อมในการวิเคราะห์เพื่อเฝ้าระวังทางการเงินเพื่อรองรับผลกระกระทบที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งหาแนวทางขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนภาคเกษตร เสริมสร้างเครือข่ายสหกรณ์ รวมทั้ง การวางแผนบริหารจัดการให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศตลอดเวลา เพื่อรองรับกับปัจจัยต่างๆ ในการแข่งขันเพื่อส่วนแบ่งการตลาดกับผู้ค้ารายใหญ่ และรองรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป
 
แนวโน้มปีหน้า...
 
               อย่างไรก็ตาม ปี 2556 ธุรกิจของสหกรณ์ร้านค้าในภาพรวมสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารงานค่อนข้างมีประสิทธิภาพสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและสร้างกำไรได้เพิ่มมากขึ้น ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจของ ประเทศชาติดีขึ้นด้วย รวมทั้ง สามารถคืนผลตอบแทนให้กับสมาชิกนำเงินไปลงทุนประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้กับครอบครัวนำความสุขให้กับสมาชิกต่อไป และแนวโน้มปีหน้าธุรกิจสหกรณ์ร้านค้าคาดว่าขยายตัว 6.52%
 
ตารางที่ 1 มูลค่าธุรกิจของสหกรณ์ร้านค้า รอบ 5 ปี (ปี 2552 – 2556)
 
 
ตารางที่ 2 รายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร (ขาดทุน)สุทธิ รอบ 5 ปี (ปี 2552 – 2556)
 
 
 
ที่มา : กลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
 
--------------------------------------------- 
 
 
ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
มิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงในประเทศไทย
สหกรณ์ไทย ...คืนกำไรสู่สมาชิก 80.52 %
รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 3/2557
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
จำนวนคนอ่าน 11312 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

  จำนวนคนโหวต 0 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

ไม่พบข้อมูลการโหวต

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional