Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์




 

โดย....เพยาว์ กิมปฐม

               เผย สุดยอด TOP TEN 2013 ของธุรกิจสหกรณ์ไทย พบว่า สหกรณ์ประเภออมทรัพย์ครองแชมป์มีธุรกิจ หุ้น และทำกำไรได้สูงสุด ขณะสหกรณ์ประเภทการเกษตรครองแชมป์ทำรายได้สูงสุด โดย 70 % อยู่ในโซนพื้นที่กรุงเทพมหานคร 12% ภาคใต้ 12% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอีก 5% อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง

                ธุรกิจภาคสหกรณ์ไทย หรือ จะเรียกว่าธุรกิจภาคประชาชนไม่ผิดนัก เพราะเป็นการรวมตัวกันของ ประชาชนแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่คณะตามหลักการสหกรณ์ ทั้งในด้านเงินทุนและการประกอบอาชีพ เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันมีหน่วยธุรกิจสหกรณ์ 8,185 แห่ง (2พค.57)กระจายอยู่ทุกพื้นที่(กทม.15% กลาง 20% อีสาน 29% เหนือ 19% ใต้ 17%) มีสมาชิกรวมกลุ่มกว่า 11 ล้านคนเศษ คิดเป็น 18% ของประชากรทั้งประเทศ มีทุนดำเนินการรวม ทั้งสิ้น 2.1 ล้านล้านบาท และมีธุรกิจลงทุนมูลค่ากว่า 1.98 ล้านล้านบาท คิดเป็น 14.77% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ(GDP) สร้างรายได้ และทำกำไรเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นับเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง
               ในทุกๆปี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จะมีการจัดอันดับ TOP TEN ของธุรกิจสหกรณ์ไทยใน หลายๆด้าน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการของภาคธุรกิจสหกรณ์ หรือธุรกิจภาคประชาชนตั้งแต่ชั้นกลางถึงระดับเกษตรกรเทียบเท่ากับภาคธุรกิจทั่วไป สำหรับปี 2556 มีการจัด 10 อันดับสูงสุดแต่ละด้าน ของจำนวนสหกรณ์ 6,704 แห่ง คิดเป็น 82% ของจำนวนสหกรณ์ที่จดทะเบียนทั้งสิ้น พบว่า

               TOP TEN : ทุนเรือนหุ้น อันดับ 1 สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด จ. นนทบุรี จำนวน 31,174.75 ล้านบาท อันดับ 2 สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 12,048.49 ล้านบาท อันดับ 3 สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 10,495.51 ล้านบาท อันดับ 4 สหกรณ์พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 9,853.38 ล้านบาท อันดับ 5 สหกรณ์ออมทรัพย์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 9,840.13 ล้านบาท อันดับ 6 สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยมหิดล จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 9,777.29 ล้านบาท อันดับ 7 สหกรณ์ออมทรัพย์ ครูนครราชสีมา จำกัด 8,612.40 ล้านบาท อันดับ 8 สหกรณ์ออมทรัพย์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 7,758.50 ล้านบาท อันดับ 9 สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัท ทีโอที จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 7,354.14 ล้านบาท อันดับ 10 สหกรณ์ออมทรัพย์ กรมชลประทาน จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 7,077.26 ล้านบาท

          TOP TEN : ปริมาณธุรกิจ อันดับ 1 สหกรณ์ออมทรัพย์การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 74,772.13 ล้านบาท อันดับ 2 สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยมหิดล จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 35,429.56 ล้านบาท อันดับ 3 สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด จ. นนทบุรี จำนวน 34,870.40 ล้านบาท อันดับ 4 สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 33,307.12 ล้านบาท อันดับ 5 สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 24,995.38 ล้านบาท อันดับ 6 สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัท ทีโอที จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 23,672.70 ล้านบาท อันดับ 7 สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 22,572.93 ล้านบาท อันดับ 8 สหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์ จำกัด จำนวน20,655.18 ล้านบาท อันดับ 9 สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด จ. นครราชสีมา จำนวน 19,213.15 ล้านบาท อันดับ10 สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 18,460.11 ล้านบาท       

          TOP TEN : รายได้ อันดับ 1 สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สงขลา จำกัด จำนวน 4,994.28 ล้านบาท อันดับ 2 สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ตรัง จำกัด จำนวน 4,155.48 ล้านบาท อันดับ 3 สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด จ.ราชบุรี จำนวน 3,739.36 ล้านบาท อันดับ 4 สหกรณ์ผู้ผลิตยางพาราสุราษฎร์ธานี จำกัด จำนวน 3,368.28 ล้านบาท อันดับ 5 สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด จ.นนทบุรี จำนวน 3,073.11 ล้านบาท อันดับ 6 สหกรณ์การเกษตรบางสะพาน จำกัด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 3,040.22 ล้านบาท อันดับ 7 สหกรณ์ผู้ผลิตยางบางสะพานน้อย จำกัด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 2,972.07 ล้านบาท อันดับ 8 สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด จ.สระแก้ว จำนวน2,918.98 ล้านบาท อันดับ 9 สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด 2,331.59 ล้านบาท อันดับ 10 สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยมหิดล จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 2,009.46 ล้านบาท

          TOP TEN : กำไร อันดับ 1 สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,939.07 ล้านบาท อันดับ 2 สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด 1,054.47 ล้านบาท อันดับ 3 สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน915.18 ล้านบาท อันดับ 4 สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด 817.39 ล้านบาท อันดับ 5 สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 794.63 ล้านบาท อันดับ 6 สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยมหิดล จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 775.31 ล้านบาท อันดับ 7 สหกรณ์ออมทรัพย์การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 661.29 ล้านบาท อันดับ 8 สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด 657.13 ล้านบาท อันดับ 9 สหกรณ์ออมทรัพย์ กทม. จำกัด 653.23 ล้านบาท อันดับ 10 สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัท ทีโอที จำกัด กรุงเทพมหานคร จำนวน 641.21 ล้านบาท
 
          คงพอสรุปได้ว่า สุดยอด TOP TEN 2013 ของธุรกิจสหกรณ์นั้น สหกรณ์ประเภทออมทรัพย์ครองแชมป์มีปริมาณธุรกิจ หุ้น และทำกำไรได้สูงสุด ขณะที่สหกรณ์ประเภทการเกษตรครองแชมป์ทำกำไรได้สูงสุด หากพิจารณาเป็นโซนพื้นที่ พบว่า ใน 10 อันดับสหกรณ์ที่ถือหุ้นหรือทุนเรือนหุ้นสูงสุด มีจำนวนถึง 9 แห่ง อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล มีเพียง 1 แห่ง อยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา (อันดับที่ 7) ส่วนวงเงินธุรกิจสูงสุด มี 8 แห่งอยู่ในพื้นที่ กทม.เช่นกัน มี 2 แห่ง อยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์และนครราชสีมา ซึ่งอยู่อันดับที่ 8 และ 9 สำหรับสหกรณ์ที่ทำรายได้สูงสุด มี 5 แห่ง อยู่พื้นที่ภาคใต้ 3 แห่งอยู่ที่ กทม. และ อีก 2 แห่ง อยู่ที่ภาคกลาง อยู่อันดับที่ 3 และ 8 สุดท้ายสหกรณ์ที่ทำกำไรได้สูงสุด มี 8 แห่ง อยู่ใน กทม. อีก 2 แห่งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาและขอนแก่นในอันดับที่ 4 และ 8 จะเห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. อย่างไรก็ตามธุรกิจในระบบสหกรณ์น่าจะเป็นทางออก หรือทางเลือกหนึ่งของภาคประชาชน ในการแก้ปัญหาความเดือนร้อนของตนเองและชุมชน ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม อันจะเป็นแรงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง 
 
 
                                                  

//////////////////////////////////////////

ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 3/2557
รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
เสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2556
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4/2557
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
จำนวนคนอ่าน 7209 คน จำนวนคนโหวต 5 คน

  จำนวนคนโหวต 5 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
0%
  ให้ 2 คะแนน
0%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
 
20%
  ให้ 5 คะแนน
 
80%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional