Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



การบัญชีและสอบบัญชี

 

โดย นิภาภรณ์ ไสยวงศ์

               การประมงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาคการเกษตรของไทยที่ถือว่ามีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในอีกรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากประชาชนบางส่วนยังยึดเป็นอาชีพหลักและส่งผลให้สหกรณ์ประมงบางส่วนมีภาระหนี้สินเป็นจำนวนมากในการดำเนินธุรกิจที่จะมาใช้เป็นปัจจัยให้เกษตรกรมีเงินทุนเพื่อใช้จ่ายสำหรับการจัดหาปัจจัยการผลิตในการประมง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สนับสนุนให้เกษตรกรประกอบอาชีพได้อย่างมั่งคง โดยในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2546 - 2555 พบว่าสหกรณ์ประมงมีหนี้สินในลักษณะเงินกู้ยืมและเครดิตการค้า เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ เกิดลูกหนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ และมีผลกระทบโดยตรงต่อการเงินของสหกรณ์ เพราะ การได้รับชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด การมีปริมาณการค้างชำระหนี้สูง หมายถึง ต้นทุนทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินงาน มีค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงหนี้ที่ค้างชำระ ปัญหาก็คือจะทำอย่างไรสหกรณ์ จึงจะสามารถควบคุมยอดการค้างชำระเงินกู้ของสมาชิกไม่ให้สูงไปกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน อันจะนำมาสู่การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพแก่สหกรณ์ประมง
               การดำเนินการทดสอบ โดยรวบรวมข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง คือสหกรณ์ประมง ในรอบปีบัญชี 2555 จำนวน 74 สหกรณ์ จากรายงานการสอบบัญชีประจำปีของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Microsoft Excel และโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Window เพื่อค้นหามิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงด้วยสถิติวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Step-Wise Multiple Regression) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 โดยในการเลือกการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนนั้น เพื่อทดสอบว่าตัวแปรอิสระทุกตัว จะไม่มีความสัมพันธ์กันเองสูง และเพื่อป้องกันปัญหาความสัมพันธ์ภายในของตัวแปรพยากรณ์ (Multicollinearity) โดยพิจารณาจากค่าความคงทนของการยอมรับ (Tolerance) มีค่าไม่น้อยกว่า 0.10 ค่าปัจจัยการขยายตัวของความแปรปรวน (VIF) มีค่าที่น้อยกว่า 10 ซึ่งมีสูตรดังนี้ (วรรณี หิรัญญากร, 2546, หน้า 112)
                                        Tolerance = 1 – R2
                                            VIF = 1/(1-R2)
               สร้างสมการถดถอยจากคะแนนดิบ (สุชาดา กรเพชรปรีชา. 2547, หน้า 52-54) ตามสมการ
                                  Y = bx + c
               เมื่อ Y = คะแนนตัวแปรเกณฑ์ที่ทำนายได้
                     b = สัมประสิทธิ์การถดถอยของคะแนนดิบ (ความชันของเส้นถดถอย)
                     x = คะแนนดิบ
                     c = จุดตัดแกน Y หรือค่าคงที่
               คำนวณโดยใช้โปรแกรม spss for windows มีขั้นตอนดังนี้
               1. คำนวณ ค่า Tolerance และ VIF ของตัวแปรอิสระในด้านภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพ โดยใช้คำสั่ง
                analyze regression linear เลือก method แบบ enter 
               2. คำนวณสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน โดยใช้คำสั่ง
                analyze regression linear เลือก method แบบ stepwise
               ซึ่งในการทดสอบมิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงนั้น พบว่าสหกรณ์ประมงมีหนี้สินต่อสหกรณ์เฉลี่ย 8 ล้านบาท มีสินทรัพย์ต่อสหกรณ์เฉลี่ย 9.25 ล้านบาท และมีสมาชิกต่อสหกรณ์เฉลี่ย 193 คน สำหรับผลการทดสอบมิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ พบว่า มิติทางการเงินด้านการทำกำไร (Earning Sufficiency) ในส่วนของอัตราการเติบโตของทุนสำรอง มีโอกาสส่งผลกระทบต่อหนี้สินของสหกรณ์ค่อนข้างสูงถึงร้อยละ 97.8 (R = 0.978) ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่สหกรณ์กันทุนสำรองไว้กับสหกรณ์ที่สูง มีโอกาสเป็นเหตุให้สหกรณ์ ต้องทำการหาแหล่งทุนจากการกู้ยืมเงินและเครดิตการค้า รองรับการบริหารเงินให้ได้อย่างเพียงพอ
                 ตารางแสดงผลการคำนวณค่าสถิติมิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมง
               จากตารางข้างต้นการตีความหมายการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ สามารถนำมาประกอบการประเมิน หนี้สินของสหกรณ์ประมงได้โดยการใช้ อัตราการเติบโตของทุนสำรองโดยมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 โดยเราจะได้แบบจำลองเป็นสมการการทำนายหนี้สินดังนี้
               หนี้สิน = 8,613,257.11 – 303,510.87(อัตราการเติบโตของทุนสำรอง)
               จากแบบจำลองสามารถอธิบายได้ว่า ตัวแปรมิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินต่อสหกรณ์ประมงคือ อัตราการเติบโตของทุนสำรอง อธิบายความสัมพันธ์ได้ค่อนข้างสูง (R = 0.978) โดยความสัมพันธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อหนี้สินต่อสหกรณ์ นั้นจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามโดยสังเกตจากเครื่องหมายเป็นหมายลบหน้าสัมประสิทธิ์ของตัวแปร อัตราการเติบโตของทุนสำรอง ซึ่งหมายความว่า อัตราการเติบโตของทุนสำรองเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.0 จะทำให้ หนี้สินต่อสหกรณ์ลดลง 303, 510.87 บาท
               คงสรุปได้ว่า ตัวแปรมิติทางการเงินที่มีผลต่อความผันแปรของหนี้สินสหกรณ์ประมง คืออัตราการเติบโตของทุนสำรอง โดยมีความสัมพันธ์กันในทิศทางตรงข้าม กล่าวคือ ถ้าค่าของตัวแปรอัตราการเติบโตของทุนสำรอง เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.00 จะทำให้หนี้สินของสหกรณ์ลดลง 303, 510.87 บาท อาจเป็นเพราะว่า สหกรณ์ประมงบางสหกรณ์ มีการกันเงินทุนสำรองไว้มาก ในขณะที่ยังมีบางสหกรณ์มีการกันทุนสำรองไว้น้อยเกินไป
ข้อเสนอแนะ
               1. สหกรณ์ประมง ซึ่งมีโอกาสได้รับผลกระทบจากแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท และการขาดแคลนแรงงานประมง จนส่งผลต่ออัตราการเติบโตของทุนสำรอง โดยเฉพาะสหกรณ์ประมงในแถบภาคตะวันตก และภาคกลาง ควรมีการควบคุมต้นทุนของธุรกิจในทุกประเภท ส่วนธุรกิจรวบรวมผลิตผล ควรมีการวางแผนขายและการวางแผนการตลาดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยการเพิ่มการเป็นพันธมิตรกับภาคเอกชน เช่นร้านอาหาร เพื่อให้การหมุนเวียนผลิตผลเป็นไปได้อย่างคล่องตัว
               2. ภาครัฐควรมีการติดตามการบริหารเงินทุนสำรองกับบางสหกรณ์ที่มีปริมาณเงินทุนสำรองมาก ให้อยู่ภายใต้กรอบที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะสหกรณ์ประมงในแถบกรุงเทพและปริมณฑล อาทิ สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด เป็นต้น
               3. ภาครัฐควรพิจารณาการให้สินเชื่อสหกรณ์ประมงโดยอาศัยข้อมูล อัตราการเติบโตของทุนสำรอง มาประกอบการพิจารณา ร่วมกับปัจจัยอื่นที่อาจจะมีผลกระทบในแต่ละพื้นที่ตามภาคที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะสหกรณ์ประมงในพื้นที่แถบกรุงเทพและปริมณฑล
เอกสารอ้างอิง
                สมฤทัย บัวกิ่ง, พินิจ ดวงจินดา, อรจันทร์ ศิริโชติ (2553) ปัจจัยที่มีผลต่อการชำระคืนเงินกู้ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมือง สงขลา จำกัด วิทยานิพนธ์ปริญญาโท สาขาการจัดการ คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัยทักษิณ
ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
มิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงในประเทศไทย
สหกรณ์ไทย ...คืนกำไรสู่สมาชิก 80.52 %
รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 3/2557
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2560
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2560
บัญชีต้นทุนประกอบอาชีพช่วยเกษตรกรเรื่องภาษีได้
"เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2559"
จำนวนคนอ่าน 7441 คน จำนวนคนโหวต 2 คน

  จำนวนคนโหวต 2 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
0%
  ให้ 2 คะแนน
0%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
0%
  ให้ 5 คะแนน
 
100%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • อาคารอนุรักษ์
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional