Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



 

โดย สุกัญญา มูลกลาง

              "ภัยแล้ง.....ภัยพิบัติด้านการเกษตร" ภัยแล้งในประเทศไทยมีผลกระทบโดยตรงกับการเกษตรและแหล่งน้ำ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ภัยแล้งจึงส่งผลเสียหายต่อกิจกรรมทางการเกษตร เช่น พื้นดินขาดความชุ่มชื้น พืชขาดน้ำ ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพต่ำ รวมถึงปริมาณลดลง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากที่สุด ได้แก่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง การเกิดภัยแล้งอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดผลกระทบตามมา คือ
               1. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติตื้นเขิน ระดับน้ำใต้ดินเปลี่ยนแปลง พื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์เกิดความแห้งแล้ง เกิดการกัดเซาะของหน้าดิน และการทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์ของที่ดิน
               2. ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ผลผลิตด้านเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมลดลง รวมทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เช่น ผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพต่ำ ทำให้ราคาผลผลิตลดลง เกิดความยากจน
               3. ผลกระทบทางด้านสังคม เกิดการละทิ้งถิ่นฐานเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ การจัดการคุณภาพชีวิตลดลง และเกิดความขัดแย้งในการใช้น้ำ

               การจัดตั้งสหกรณ์การเกษตร เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพของสมาชิก และช่วยแก้ปัญหาของสมาชิกในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การขาดแคลนเงินทุน ขาดแคลนที่ดินทำกิน ปัญหาในเรื่องการผลิต ขาดปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่สหกรณ์การเกษตรช่วยแก้ไขได้และเป็นวิธีการแก้ไขในระยะยาว โดยการให้บริการต่าง ๆ แก่สมาชิก ได้แก่ การให้เงินกู้ การรับฝากเงิน การรวบรวมผลิตผลการเกษตรและผลิตภัณฑ์ของสมาชิกมาจัดการจำหน่ายหรือแปรรูปออกจำหน่าย การจัดหาวัสดุการเกษตรและเครื่องอุปโภคบริโภคมาจำหน่าย การจัดระบบส่งน้ำ การใช้น้ำ การส่งเสริมเผยแพร่วิชาการเกษตรและอุตสาหกรรมในครัวเรือนและการให้บริการอื่น ๆ แก่สมาชิก รวมทั้งการส่งเสริมสนับสนุนและคุ้มครองของสหกรณ์ ภายใต้นโยบายของรัฐบาลในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในภาคเกษตร เสริมสร้างรากฐานครัวเรือนเกษตรกรให้เข้มแข็ง สนับสนุนเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดต้นทุนการผลิต สร้างความเข็มแข็งให้ภาคเกษตร และแก้ปัญหาความยากจนให้แก่เกษตรกร

               ในไตรมาสที่ 1/2556 ภาพรวมผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่ผ่านมาของสหกรณ์การเกษตร ประมวลผลข้อมูลสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2556 จำนวนทั้งสิ้น 3,727 สหกรณ์ มีสมาชิกรวมจำนวน 6,316,000 คน พบว่าภายใต้ทุนดำเนินงาน 178,562.22 ล้านบาท มีมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจรวม 318,727.96 ล้านบาท โดยธุรกิจการรวบรวมผลิตผลมีปริมาณสูงสุด จำนวน 97,757.68 ล้านบาท หรือร้อยละ 30.67 รองลงมาคือ ธุรกิจการให้เงินกู้แก่สมาชิก จำนวน 71,072.42 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.30 สามารถสร้างกำไรสุทธิโดยรวม จำนวน 4,643.52 ล้านบาท สมาชิกมีเงินออมเฉลี่ย 13,789.56 บาท/คน และหนี้สินเฉลี่ย 18,192.71 บาท/คน โดยหนี้สินเฉลี่ยคิดเป็น 1.32 เท่าของเงินออมเฉลี่ย โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของทุนอยู่ที่ 8.86 และ อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ 2.93
               จากข้อมูลข้างต้น สะท้อนภาพเศรษฐกิจโดยรวมของสหกรณ์การเกษตรทั้งระบบ สิ้นสุดไตรมาส 1/2556 ว่าภัยแล้งยังไม่มีผลกระทบมากนักในทุกพื้นที่ และสหกรณ์มีความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจได้ค่อนข้างดี สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและมีผลกำไรที่ดีในทุกพื้นที่เช่นกัน เห็นได้จากธุรกิจการรวบรวมผลิตผลการเกษตรมีมูลค่ามากที่สุดถึง 30.67% ของมูลค่าทางธุรกิจทั้งสิ้น เนื่องจากเกือบครึ่งหรือ 44.34% เป็นผลผลิตของพื้นที่ภาคใต้ 
              
              แต่ผลพวงจากปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบต่อรายได้ของสมาชิกที่จะมีเหลือพอส่งชำระหนี้ได้ตามกำหนด เพราะสมาชิกต้องสูญเสียการลงทุนในพืชผลการเกษตร ซึ่งโดยปกติแล้วสมาชิกจะไม่มีทุนสำรองเก็บไว้ จึงต้องกู้ยืมเพิ่มขึ้น ทำให้มีผลกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนของสหกรณ์ เพราะทุนดำเนินงานของสหกรณ์ส่วนใหญ่ได้นำไปลงทุนอยู่ในลูกหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ระยะสั้นที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี สภาพคล่องทางการเงินตลอดจนความสามารถในการชำระหนี้จึงขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการบริหารลูกหนี้ ความเอาใจในในการติดตามทวงถามให้มีการชำระหนี้ได้ตามกำหนดสัญญา และถึงแม้ว่าสมาชิกจะมีอัตราของหนี้สินเฉลี่ยสูงกว่าการออมก็ตาม ยังชี้ให้เห็นว่าธุรกิจให้บริการของสหกรณ์การเกษตรยังคงได้รับการตอบรับจากสมาชิกเป็นอย่างดี
               อย่างไรก็ตามช่วงไตรมาสที่ 2 สหกรณ์ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์ทั้งภาวะเศรษฐกิจและภาวะสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ตลอดจนหาแนวทางปรับปรุงการดำเนินงาน และระบบการควบคุมภายในของสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการบริหารงานของสหกรณ์ให้ดียิ่งขึ้น
ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
“ขนิษฐา มะโนสมบัติ”ครูบัญชีอาสา จังหวัดเชียงรายใช้ศาสตร์พระราชานำทางชีวิต พลิกวิกฤตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
มิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงในประเทศไทย
สหกรณ์ไทย ...คืนกำไรสู่สมาชิก 80.52 %
รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
จำนวนคนอ่าน 9901 คน จำนวนคนโหวต 6 คน

  จำนวนคนโหวต 6 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
0%
  ให้ 2 คะแนน
 
17%
  ให้ 3 คะแนน
 
50%
  ให้ 4 คะแนน
 
17%
  ให้ 5 คะแนน
 
17%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ทำเนียบอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional