Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



 

ปัทมาวดี โพประสิทธิ์

ในอดีตสหกรณ์ถือกำเนิดขึ้นในแถบยุโรป ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม "การสหกรณ์” จึงถือกำเนิดขึ้นโดย โรเบิร์ด โอเวน ซึ่งถือได้ว่าเป็นบิดาสหกรณ์โลก สำหรับประเทศไทยการสหกรณ์ได้เริ่มขึ้นในรัชกาลที่ 5 ตามนโยบายแห่งรัฐ เห็นสมควรให้นำวิธีการสหกรณ์มาช่วยพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากความยากจน โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งมีพระราชวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ได้ทรงส่งเสริมจัดตั้งสหกรณ์แห่ง แรกของประเทศไทย คือ "สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้” ณ ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยทรงเป็นนายทะเบียนสหกรณ์และจดทะเบียน
เป็นสหกรณ์แห่งแรก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 หลังจากนั้นเป็นต้นมาการสหกรณ์ได้ดำเนินงานอย่างแพร่หลาย โดยมี "พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553” บังคับใช้ในปัจจุบัน
                     สหกรณ์ไม่ใช่องค์กรของรัฐหรือบริษัทเอกชน แต่สหกรณ์เป็นองค์การอิสระของกลุ่มบุคคลซึ่งร่วมกันดำเนินกิจการด้วยความสมัครใจเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมโดยช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ควบคุมตามแนวทางแห่งประชาธิปไตย ในปัจจุบันสหกรณ์ไทยมีทั้งหมด 7 ประเภท ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
                    ภาพรวมสถานการณ์การดำเนินงานของสหกรณ์ไทยในปัจจุบัน พบว่า ในรอบปี 2555 สหกรณ์ทุกประเภท (เกษตร ประมง นิคม ร้านค้า บริการ ออมทรัพย์ และเครดิตยูเนี่ยน) มีจำนวนทั้งสิ้น 6,432 แห่ง มีสมาชิกรวม 10,878,108 คน หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ถึงร้อยละ 2.16 แบ่งเป็นสหกรณ์ภาคการเกษตร (เกษตร ประมง นิคม) จำนวน 3,593 แห่ง มีสมาชิก 6,471,427 คน และสหกรณ์นอกภาคการเกษตร (ร้านค้า บริการ ออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน) จำนวน 2,839 แห่ง มีสมาชิก 4,406,681 คน มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.09 ปริมาณธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.60
                    ภาพรวมสหกรณ์ภาคการเกษตร (เกษตร ประมง นิคม) พบว่า มีทุนดำเนินงานรวม 174,117.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 15.50 แบ่งเป็นแหล่งเงินทุนภายใน 113,358.00 ล้านบาท แหล่งเงินทุนภายนอก 60,759.12 ล้านบาท โดยดำเนินธุรกิจ 6 ด้าน มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 305,098.69 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.80 โดยให้บริการด้านการรวบรวมผลิตผลมากที่สุดร้อยละ 29.42 ผลการดำเนินงาน มีกำไรมากกว่าขาดทุน 8.97เท่า ด้านรายได้และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่มาจาก 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจรวบรวมผลผลิต และธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายฐานะการเงิน พบว่า
สินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ร้อยละ 61.51 ของสินทรัพย์ทั้งสิ้น หนี้สินเกือบครึ่งเป็นเงินรับฝากร้อยละ 95.26 ด้านทุนของสหกรณ์มากกว่าครึ่งเป็นทุนเรือนหุ้นร้อยละ 66.51 สำหรับประสิทธิภาพการบริหารงานโดยรวมมีสภาพคล่องทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการหมุนใช้สินทรัพย์เพื่อก่อให้เกิดรายได้ค่อนข้างน้อยมีเพียง 1.10 รอบ เนื่องจากมีลูกหนี้จำนวนมากที่มีอายุเกินกว่า 1 ปี และมีค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวมค่อนข้างสูงร้อยละ 97.58 ส่งผลให้ธุรกิจสหกรณ์มีอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เพียงร้อยละ 1.82 ส่วนธุรกิจสหกรณ์มีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของทุนสูงถึงร้อยละ 5.71
                    ภาพรวมสหกรณ์นอกภาคการเกษตร (บริการ ร้านค้า ออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน) พบว่า มีทุนดำเนินงานรวม 1,532,114.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 15.53 แบ่งเป็นแหล่งเงินทุนภายใน
 
1,195,134.86 ล้านบาท แหล่งเงินทุนภายนอก 336,979.48 ล้านบาท โดยดำเนินธุรกิจ 6 ด้าน มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,478,295.19 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.96 โดยให้บริการด้านเงินกู้ยืมมากที่สุดร้อยละ 71.90 ผลการดำเนินงานมีผลกำไรมากกว่าขาดทุน 70.22 เท่า รายได้และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่มาจากธุรกิจสินเชื่อ กำไรสุทธิส่วนใหญ่เป็นของสหกรณ์ออมทรัพย์ร้อยละ 96.37 ฐานะการเงิน พบว่า สินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ร้อยละ 79.77 ของสินทรัพย์ทั้งสิ้น หนี้สินเกือบครึ่งเป็นเงินรับฝากของสมาชิกร้อยละ 56.01 ด้านทุนของสหกรณ์ส่วนใหญ่เป็นทุนเรือนหุ้นสมาชิกถึงร้อยละ 84.02 สำหรับประสิทธิภาพ การบริหารงานโดยรวมมีสภาพคล่องทางการเงินแม้จะอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
คือมีสินทรัพย์หมุนเวียนน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน 0.44 เท่า แต่มีความสามารถชำระหนี้ได้ค่อนข้างสูง สหกรณ์มีอัตราการหมุนใช้สินทรัพย์เพื่อก่อให้เกิดรายได้เพียง 0.11 รอบ เนื่องจากมีลูกหนี้จำนวนที่มีอายุหนี้เกินกว่า 1 ปี ในส่วนของธุรกิจสหกรณ์มีอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ร้อยละ 2.21 อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของทุนร้อยละ 4.88
                    บทสรุป ธุรกิจสหกรณ์นั้น เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจในประเทศ ภาพที่สะท้อนถึงสถานการณ์การดำเนินงานธุรกิจสหกรณ์ไทยทุกประเภท ในปี 2555 เห็นการบริหารงานค่อนข้างมีศักยภาพสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจและสร้างกำไรได้เพิ่มขึ้น นั่นย่อมหมายความว่าเมื่อธุรกิจสหกรณ์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจชาติเติบโตด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การที่จะเสริมสร้างรากฐานความมั่นคงให้กับระบบสหกรณ์ของไทยอย่างยั่งยืนได้ ตัว
สหกรณ์เองต้องเพิ่มความระมัดระวัง ตลอดจนหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงระบบการดำเนินงานภายในของสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนสร้างระบบการควบคุมภายในที่ดีมีการตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ และผู้บริหารของสหกรณ์ต้องรู้จักการนำข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์มาใช้วิเคราะห์ วางแผนงาน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการบริหารงานภายในสหกรณ์ให้ดียิ่งขึ้น

 

ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
สหกรณ์ไทย ...คืนกำไรสู่สมาชิก 80.52 %
รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 3/2557
เสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2556
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
จำนวนคนอ่าน 6802 คน จำนวนคนโหวต 2 คน

  จำนวนคนโหวต 2 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
0%
  ให้ 2 คะแนน
0%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
 
100%
  ให้ 5 คะแนน
0%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ทำเนียบอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional