Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



การบัญชีและสอบบัญชี

 
กลุ่มวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจสหกรณ์
 
            หกเดือนแรกหรือครึ่งแรกปี 2555 ภาวะเศรษฐกิจสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 10,416 แห่ง แบ่งเป็นสหกรณ์ 6,440 แห่ง และกลุ่มเกษตรกร 3,976 แห่ง จากการรวมตัวกันของมวลสมาชิกทั้งสิ้น 11.65 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 17.81 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ พบว่าธุรกิจสหกรณ์ยังคงสามารถดำเนินได้ตามปกติและมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ดำเนินงานด้วยเงินทุนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.00 มูลค่าธุรกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.01 และสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.99 เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2554 ทั้งนี้ก็สืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 ยังคงมีเสถียรภาพและขยายตัวได้ดี เนื่องจากภาคการผลิตส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติภายหลังปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา การใช้จ่ายของภาคเอกชน และการลงทุนของภาครัฐในโครงการต่าง ๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ
            ฐานะทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรภาพรวมในรอบครึ่งแรกปี 2555 มีสินทรัพย์รวม 1.77 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.00 หนี้สินรวม 9.59 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.25 และทุนรวม 8.06 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.33 เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2554 การจัดหาเงินทุนจะมาจากทั้งการก่อหนี้และจากส่วนของผู้ถือหุ้น โดยมีสัดส่วนของหนี้สินต่อทุนเท่ากับร้อยละ 54 : 46 ชี้ให้เห็นว่าภาระหนี้สินมีระดับสูงกว่าทุน แต่เมื่อพิจารณาสินทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งสิ้นแล้วก็สามารถคุ้มครองหนี้สินที่มีอยู่ได้ จึงยังไม่น่าวิตกแต่อย่างใด
            ปริมาณธุรกิจของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรโดยรวมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.11 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 30.01 เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2554 ธุรกิจที่มีการขยายตัวมากที่สุดคือ ธุรกิจการให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจำนวน 4.45 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.76 ซึ่งหมายถึงการลงทุนในสินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของลูกหนี้ และรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นก็มาจากธุรกิจสินเชื่อเช่นเดียวกัน ดังนั้นสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบริหารลูกหนี้เป็นสำคัญ
            ในรอบ 6 เดือนแรกหรือครึ่งแรกปี 2555 การดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร สามารถทำกำไรได้ 55,485.76 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.29 ของรายได้ทั้งสิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.99 เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2554 โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 44,096.77 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.93 มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 265,413.10 ล้านบาท
            
 รายงานฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร
 
 
              แนวโน้มครึ่งหลังปี 2555 จากผลประกอบการของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในรอบ 6 เดือนแรกบวกกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังที่ยังคงมีทิศทางไปในทางที่ดีขึ้น สามารถพยากรณ์ได้ว่าสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในอีก 6 เดือนถึงสิ้นปี 2555 จะยังคงดำเนินงานไปได้ด้วยดี มีการขยายตัวสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรควรยึดหลักพึ่งพาตนเอง เศรษฐกิจพอเพียง และนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมของสมาชิกเป็นหลัก จะส่งผลให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 3/2557
เสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2556
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4/2557
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย รายไดรมาส ปี 2562
กฎหมายปกครองสำหรับผู้บริหาร
สินเชื่อและหนี้ที่ชำระไม่ได้ตามกำหนด /(NPL) ภาคสหกรณ์ไทยเป็นไปในทิศทางใด ในปี 2561
สถานการณ์ด้่านเศรษฐกิจของสหกรณ์ประมงกับทิศทางแนวโน้มปี 2562
เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2561
จำนวนคนอ่าน 5238 คน จำนวนคนโหวต 5 คน

  จำนวนคนโหวต 5 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
 
20%
  ให้ 2 คะแนน
0%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
 
20%
  ให้ 5 คะแนน
 
60%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • ทำเนียบอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional