Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



 
ชื่อรายการ
คลื่นเกษตรกร
ตอนที่ 47/2562
ชื่อตอน ลงพื้นที่ตรวจสอบบัญชีประจำปี
วันที่ออกอากาศ

19 และ 21 พฤศจิกา 2562

เวลาที่ออกอากาศ 06.25 – 06.50 น.
เขียนบทรายการ
นางสาวพัชชา บัวอนนท์
ผู้ดำเนินรายการ
นางสาวภาจิรา จรัสอุทัย
นางสาวพัชชา บัวอนนท์
วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการทำบัญชี
2. เพื่อให้ประชาชนนำบัญชีมาปรับใช้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
3. เพื่อเผยแพร่ภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เกษตรกรและบุคคลทั่วไป
รูปแบบรายการ รายการสนทนา

ความยาว

30 นาที
บทย่อ
           พบกับข่าวสารภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ อาทิ  การลงพื้นที่ตรวจสอบบัญชีประจำปี พร้อมจัดให้มีการยืนยันการสอบทานพิสูจน์ความถูกต้องของยอดทุนเรือนหุ้น, ยอดเงินรับฝากและยอดเงินกู้คงเหลือ ยืนยันความมีตัวตนของสมาชิก เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานการสอบบัญชีให้เพียงพอและเหมาะสมประกอบการพิจารณาในการแสดงความเห็นต่องบการเงินของสหกรณ์ การให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ เพื่อให้การปฏิบัติงานและการดำเนินธุรกิจต่างๆ เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับที่กำหนด เป็นต้น 
ลำดับรายการ
1. เพลงประจำรายการ
1
นาที
2. ผู้ดำเนินรายการกล่าวเปิดรายการและนำเข้าสู่เนื้อหา
3
นาที
3. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่ 1
10
นาที
4. เพลงคั่นรายการ

3

นาที
5. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่ 2
10
นาที
6. ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุปและปิดรายการ
2
นาที
7. เพลงประจำรายการ
1
นาที
รวม
30

นาที

บทสมบูรณ์
1. เพลงประจำรายการคลื่นเกษตรกรดังขึ้นแล้วลดลงคลอนิดหน่อยแล้วเงียบ
2. ผู้ดำเนินรายการกล่าวเปิดรายการ
ปลา :
สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ค่ะ
พบกับ ดิฉัน ภาจิรา จรัสอุทัย ค่ะ

หวาน :

ดิฉัน พัชชา บัวอนนท์ ค่ะ

เมย์ :

และดิฉัน เมทินี ด่านก้าวหน้า ค่ะ
3. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเรื่องที่

ปลา :

    กลับมาพบกับรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กันค่ะ รายการที่จะนำเสนอข่าวสารภารกิจในแวดวงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมทั้งสาระน่ารู้ดีๆ มาฝากกันทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดีค่ะ มาเริ่มกันที่ข่าวแรกในวันนี้ค่ะ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลื้มนวัตกรรมจากยางพารา สู่เครื่องมือเพิ่มศักยภาพช่วยงานชลประทาน สนองนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศหวังช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง ค่ะ โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านการวิจัยส่งเสริมการใช้ยางพารา โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมชลประทาน ให้การต้อนรับ ณ สำนักเครื่องจักรกลและสำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี 

หวาน :

     ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ได้กล่าวว่า รัฐบาล นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราตามนโยบายในการส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีแนวทางและมาตรการในการช่วยเหลือชาวสวนยาง อาทิ โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยาง เป็นต้น อีกทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานได้ดำเนินโครงการสนองนโยบายรัฐบาลโดยการนำยางพารามาใช้ในกิจกรรมของงานชลประทาน ซึ่งมีการคิดค้นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์อาทิทุ่นยางพาราดักผักตบชวา สามารถนำไปใช้ได้ทั้งฝายหรือพื้นที่การเกษตรของเกษตรกร เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งกีดขวางเข้าไปสร้างความเสียหายในแหล่งน้ำ, ทุ่นพลาสติก HDPE ปูด้วยแผ่นยางกันลื่นใช้ในกรณีเกิดอุทกภัยถนนตัดขาดเคลื่อนย้ายง่าย, เรือนวัตกรรมกำจัดวัชพืชขนาดเล็กและรางวัดปริมาณน้ำชลประทานจากยางพารา เป็นต้นค่ะ  

ปลา :

     นอกจากนี้ได้ให้กรมชลประทานและกรมวิชาการเกษตรไปศึกษาผลิตภัณฑ์สารชีวภัณฑ์ที่ใช้กำจัดผักตบชวาที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องมีการวิจัยตรวจสอบเพื่อให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ค่ะ โดยเชื่อว่าโครงการดังกล่าว จะก่อให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับทั้งงานของชลประทานเอง ตลอดจนประชาชนเกษตรกรและชาวสวนยางทั้งระบบ คาดว่าหากโครงการนี้ผ่านความเห็นชอบของสำนักงบประมาณจะช่วยทำให้ราคายางขยับสูงขึ้น ซึ่งปัญหาผักตบสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้นเครื่องมือต่างๆ ที่กรมชลประทานได้นำเสนอและสาธิตให้ได้ชม นับเป็นความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์กับประเทศชาติเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือชาวสวนยางตามนโยบายในการส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ ค่ะ

หวาน :

    ด้าน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานรัฐ โดยการนำยางพารามาใช้ในกิจกรรมของงานชลประทาน คือการคิดค้นนวัตกรรมทุ่นพลาสติก HDPE ปูด้วยแผ่นยางกันลื่น โดยเนื้อวัสดุของทุ่นเป็นพลาสติกประเภทพอลิเอทิลีน ที่มีค่าความหนาแน่นสูง ส่วนแผ่นสังเคราะห์ยางปูพื้นประกอบด้วย ยางธรรมชาติ 85% ยางสังเคราะห์ 5% และอื่นๆ 10% ใช้เป็นโป๊ะลอยน้ำจากทุ่น HDPE สำหรับเทียบเรือเพื่อใช้สัญจรในการปฏิบัติงานในอ่างเก็บน้ำ คลองชลประทาน หรือเขื่อนต่างๆ เรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก มีคุณลักษณะเฉพาะและรูปแบบของเรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก โครงสร้างและเปลือกเรือ ทำจากวัสดุอลูมิเนียมขึ้นรูปและเชื่อมประกอบ ขนาดความกว้าง 1.70 เมตร ความยาว 4.80 เมตร และความสูง 0.50 เมตร บุ้งกี๋สำหรับตักเก็บวัชพืช เป็นแบบตะแกรง ทำจากอลูมิเนียมผสม ขนาดความกว้าง 105 เซนติเมตร ความยาว 200 เซนติเมตร และความสูง 55 เซนติเมตร 

ปลา :

    ส่วน ล้อระหัด สำหรับขับเคลื่อนเรือให้เดินหน้า ถอยหลัง แบบเป็นอิสระต่อกัน เครื่องยนต์ต้นกำลังใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 13 แรงม้า สตาร์ทด้วยมอเตอร์ (มีแบตเตอรี่) และเชือกสตาร์ท ความเร็วในการเดินเรือ ไปได้ทั้งเดินหน้าและถอยหลังในน้ำ ประมาณ 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราความสิ้นเปลืองนำมันเชื้อเพลิง(เบนชิน) ประมาณ  2 ลิตร/ชั่วโมง หรือประมาณ 60 บาท ต่อชั่วโมง ใช้พนักงานควบคุมบนเรือ จำนวน 1 คน ความสามารถในการเก็บวัชพืช (ผักตบชวา) ประมาณ 60 ตัน/วัน ขึ้นอยู่กับสภาพของวัชพืชและความชำนาญของพนักงานควบคุม เรือทุ่นยางพาราดักผักตบชวาเป็นผลงานศึกษา วิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปใช้วางกั้นคลองชลประทานดักผักตบชวา โดยออกแบบให้ใช้เนื้อยางธรรมชาติ 30 กก.ต่อทุ่น มีความยาว 2 เมตร สามารถลอยตัวอยู่ที่ร้อยละ 50 ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ค่ะ

หวาน :

    แผนการดำเนินงานในปี พ.ศ.2562 ติดตั้งในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา และมีเป้าหมายขยายผลจัดทำทุ่นและติดตั้งทั่วประเทศ ในโครงการชลประทาน 200 โครงการๆ ละ 100 จุด เป็นจำนวน 340,000 ทุ่น หรือคิดเป็นน้ำหนักยางพาราทั้งสิ้น 10,200 ตัน อีกหนึ่งนวัตกรรม เป็นรางวัดปริมาณน้ำชลประทานจากยางพารา ใช้สำหรับวัดปริมาณน้ำของการเกษตรกรรมในเขตจัดรูปที่ดิน ทำให้เกิดการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอุปกรณ์มีขนาดความกว้างราง 0.20 เมตร ยาว 0.90 เมตร สูง 0.25 เมตร และมีแผนการผลิตจำนวน 1,000 ชุด คิดเป็นปริมาณยางที่ใช้ 10 ตัน ค่ะ

ปลา :

     มาต่อกันที่ข่าวต่อไปค่ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและพบปะพี่น้องเกษตรกรค่ะ โดย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกร และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้กับเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี และมอบเอกสารสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่าซื้อที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดเพชรบุรี จำนวน 100 ราย พร้อมมอบบัตรดินดีให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ณ บริเวณตลาดกลางการเกษตรท่ายาง (หนองบ้วย) อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

หวาน :

      จากนั้นได้เดินทางไปยังธนาคารปุ๋ยอินทรีย์หมอดิน หมู่ 5 ต.ดอนขุนห้วย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมชมการทำปุ๋ยและทำปุ๋ยหมักอินทรีย์แบบผง/ปั้นเม็ด ของนายศักดา ลักษณะภู (หมอดินแอ้ว) หมอดินอาสาประจำอำเภอชะอำ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านการผลิตปุ๋ยหมักแบบเติมอากาศ และการคิดค้นผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ในการปรับปรุงสภาพพื้นดินของตนเอง สามารถปลูกพืชได้ทุกชนิด ดินมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เป็นที่ยอมรับของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมพื้นที่โรงปุ๋ยอินทรีย์แห่งนี้ อยู่ในพื้นที่โครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินทราย ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากการใช้ประโยชน์จากที่ดินเป็นระยะเวลานาน ทำให้ดินขาดอินทรียวัตถุ เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกสับปะรดเพราะเป็นพืชใช้น้ำน้อย ค่ะ

ปลา :

     จากความเสื่อมโทรมดังกล่าว ทางสถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรีได้เข้ามาวางแผนการใช้ประโยชน์จากที่ดิน แก้ไขฟื้นฟูสภาพดินและการปรับปรุงดินโดยการปลูกพืชปุ๋ยสด การแก้ปัญหาความเป็นกรดด่างของดิน โดยใช้ปูนโดโลไมท์ ส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงแนะนำการผลิตปุ๋ยหมัก ด้วยสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และการทำน้ำหมักชีวภาพ ด้วยสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ไว้ใช้เอง เป็นการลดต้นทุน และเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างดีค่ะ

หวาน :

     นอกจากนี้ ยังได้ทำการส่งมอบสระเก็บน้ำขนาดเล็กในไร่นานอกเขตชลประทานให้กับเกษตรกรในจังหวัดเพชรบุรี และมอบปัจจัยการปรับปรุงดินและการทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมเยี่ยมชมการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์แบบผง/ปั้นเม็ด เยี่ยมชมแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินจังหวัดเพชรบุรี และพบปะพี่น้องหมอดินอาสา สมาชิกธนาคารปุ๋ยอินทรีย์หมอดิน รวมถึงพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ด้วย ค่ะ และสำหรับในช่วงนี้ก็หมดเวลาในช่วงแรกแล้ว ต้องขอพักกันสักครู่ แล้วเดี๋ยวกลับมาสู่ช่วงที่ 2 ของรายการคลื่นเกษตรกรค่ะ
4. เพลงคั่นรายการ

5. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่

ปลา:

    กลับมาสู่ช่วงที่ 2 ของรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ค่ะ เรามารับฟังข่าวสารภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กันต่อค่ะ เริ่มกันที่ข่าวนี้ค่ะ นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสุมนต์ หาญศิริสวัสดิ์ ที่ปรึกษากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นางสาวณิชาพร สังฆะโต ผู้เชี่ยวชาญด้านการบัญชีและการสอบบัญชีและหัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ ข้าราชการ และบุคลากรในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง โดยตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมโครงการปุ๋ยผสมใช้เอง และพบปะสมาชิกสหกรณ์ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน การบรรยายสรุปงานของสหกรณ์ ณ สหกรณ์การเกษตรปากพะยูน จำกัด อำเภอปากพะยูน จ.พัทลุง ค่ะ

หวาน :

    ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ
ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปลูกถั่วหรั่งในสวนยางพาราของเกษตรกร สมาชิกกลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด ตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมโครงการปุ๋ยผสมใช้เอง พบปะสมาชิกสหกรณ์ ณ สหกรณ์การเกษตรตะโหมดจำกัด อำเภอตะโหมด พร้อมกันนี้ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านโหล๊ะจังกระ สังกัดสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านห้วยไต จำกัด และตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมโครงการปุ๋ยผสมใช้เองของสหกรณ์การเกษตรกงหราจำกัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง  พร้อมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน การบรรยายสรุปงานของหน่วยงานต่างๆ อีกด้วยค่ะ

ปลา:

    มาต่อกันที่ข่าวนี้ค่ะ นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และคณะ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์พัทลุง เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งให้คำแนะนำแนวทางในการแก้ปัญหาอุปสรรคของการปฏิบัติงาน โดยมีนางจุฑามาศ เมืองสง หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์พัทลุง และบุคลากรในสังกัด ร่วมให้การต้อนรับ ณ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์พัทลุง ค่ะ

หวาน :

    ข่าวต่อไปค่ะ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์พิษณุโลก โดย นางชัญญานุช รุ่งเจริญ นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ ผู้สอบบัญชี และผู้ช่วยผู้สอบบัญชี ลงพื้นที่ตรวจสอบบัญชีประจำปี พร้อมจัดให้มีการยืนยันการสอบทานพิสูจน์ความถูกต้องของยอดทุนเรือนหุ้น, ยอดเงินรับฝากและยอดเงินกู้คงเหลือ ยืนยันความมีตัวตนของสมาชิก เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานการสอบบัญชีให้เพียงพอและเหมาะสมประกอบการพิจารณาในการแสดงความเห็นต่องบการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์โรซี่ บลู ไดมอนด์ จำกัด สำหรับบัญชีสิ้นสุดวันที่  30 กันยายน 2562 ต่อไป โดยมีสมาชิกมาสอบทานหนี้ จำนวน 237 ราย ณ ที่ทำการสหกรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ค่ะ

ปลา:

     มาต่อกันที่ข่าวของสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ศรีสะเกษ นำโดย นายอลงกรณ์   ประจันพล นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการพิเศษ ผู้สอบบัญชีสายสอบบัญชีที่ 1 และผู้ช่วยผู้สอบบัญชี เข้าสแกนธุรกรรมการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ศรีสะเกษ จำกัด เพื่อทราบกระบวนการจัดซื้อข้าวเปลือกและกระบวนการแปรรูปข้าวเปลือก กระบวนการเก็บรักษา รวมถึงสังเกตการณ์ตรวจสอบข้าวเปลือก เพื่อทราบมูลค่าข้าวที่แท้จริง ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ศรีสะเกษ จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ค่ะ

หวาน :

    มาต่อกันที่ข่าวนี้ค่ะ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์นครนายก โดยนางวิไลวรรณ ซ้อนจันดี นักวิชาการตรวจสอบบัญชี  เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนเตรียมทหาร จำกัด สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 ในการนี้ได้ให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ เพื่อให้การปฏิบัติงานและการดำเนินธุรกิจต่างๆ เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับที่กำหนด ณ หอประชุมนวนครินทร์ โรงเรียนเตรียมทหารตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ค่ะ

ปลา:

     ข่าวสุดท้ายในวันนี้ เป็นข่าวของสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์บึงกาฬ นำโดย  นายปริญญา ธาตุลม นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ ผู้สอบบัญชีสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้สอบบัญชี ลงพื้นที่ตรวจสอบด้านการเงินการบัญชี และการบริหารงานของสหกรณ์การเกษตรบึงสำราญหาดแฮ่ จำกัด ตามมาตรฐานการสอบบัญชีและระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ เพื่อให้ได้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่างบการเงินของสหกรณ์ปราศจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ รวมถึงหลักฐานการสอบบัญชีที่ได้รับเพียงพอและเหมาะสม เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการแสดงความเห็นต่องบการเงินของสหกรณ์ฯ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 ณ สหกรณ์การเกษตรบึงสำราญหาดแฮ่ จำกัด ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ค่ะ

หวาน :

     มาถึงช่วงของสาระกันบ้างค่ะ สำหรับในวันนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องของคนที่เป็นไข้นั้น จะต้องห้ามกินอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือผลไม้ต่างๆ ทั้งแตงโม สับปะรด หรือน้ำมะพร้าว เป็นไข้-เป็นหวัด กินได้หรือไม่ และยังมีอีกหลายเมนูที่คนยังสงสัยว่าเป็นไข้กินอะไรได้บ้างมาเคลียร์ให้สบายใจกันดีกว่าค่ะ เวลาเราไม่สบาย เป็นไข้หรือเป็นหวัด นอกจากจะกินอะไรไม่ค่อยอร่อยแล้ว ยังมีข้อสงสัยที่น่าเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยว่าเป็นไข้แล้วจะกินผลไม้ได้ไหม วันนี้เราเลยขออาสายกประเด็น เป็นไข้ห้ามกินอะไรมาเคลียร์กันตรงนี้ เรามาดูกันคะว่ผลไม้และอาหารแต่ละชนิด มีอะไรกันบ้างค่ะ

ปลา:

    1.ฝรั่ง  ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง แต่ฝรั่งก็มีโพแทสเซียมค่อนข้างมากเช่นกัน  ดังนั้นหากเป็นไข้ก็ไม่ถึงกับห้ามกินฝรั่ง เพียงแต่ควรกินฝรั่งในปริมาณที่พอเหมาะ คือไม่เกิน 2 กิโลกรัม ซึ่งจะทำให้ได้รับโพแทสเซียมจากฝรั่งมากเกินไป ทำให้อาการไข้แย่ลง และในเด็กไม่เกิน 7 ขวบอาจมีไข้สูงจนชักได้ แต่ในเด็กโตและผู้ใหญ่การที่ร่างกายมีโพแทสเซียมสูงเกินไปจะไม่ทำให้ชักค่ะ 2.กล้วยกับส้มโอ ก็เป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง ซึ่งอาจทำให้อาการไข้แย่ลงได้ หากกินกล้วยหรือส้มโอเกิน 2 กิโลกรัม  แต่ถ้ากินเพียงเล็กน้อยก็ไม่มีผลอะไรค่ะ

หวาน :

    3.แตงโม  อาจเพราะแตงโมเป็นผลไม้ฤทธิ์เย็น หลายคนจึงเข้าใจผิดว่าแตงโมเป็นของแสลงของคนเป็นไข้ แต่ความจริงแล้วการรับประทานแตงโมจะช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ และแตงโมยังเป็นผลไม้ฉ่ำน้ำ กินแตงโมแล้วจะกระตุ้นการขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น ดังนั้นเป็นไข้ก็กินแตงโมได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรกินแตงโมในปริมาณที่พอเหมาะพอดี เพราะอะไรที่มากเกินไปก็มักจะไม่ดีค่ะ 4.สับปะรด สับปะรดมีสรรพคุณในการขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร กัดเสมหะในลำคอ แก้เสมหะเหนียว แก้ไอ และระงับการอักเสบ ทำให้แผลหายไว ฉะนั้นคนที่อยากรู้ว่าเป็นไข้กินสับปะรดได้ไหม ก็ตอบเลยว่าได้ค่ะ เพราะสับปะรดก็เป็นผลไม้ฉ่ำน้ำ กินไปแล้วจะช่วยลดความร้อนในร่างกายจากการขับเหงื่อและขับปัสสาวะนั่นเองค่ะ

ปลา:

     5.ทุเรียน ทุเรียนเป็นราชาผลไม้ก็จริง แต่ตอนเป็นไข้อย่ากินทุเรียนจะดีกว่าค่ะ เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่ย่อยยาก แคลอรีสูง แถมยังมีกำมะถันที่อาจจะเพิ่มความร้อนให้ร่างกายได้ค่ะ 6.ขนุน ในกรณีที่มีไข้สูง หรือไม่สบาย ปวดหัว ตัวร้อน ก็ควรหลีกเลี่ยงการกินขนุนด้วยค่ะ เนื่องจากขนุนเป็นผลไม้ที่มีกำมะถัน อาจเพิ่มความร้อนให้ร่างกาย และทำให้ไข้ยิ่งสูงกว่าที่เป็นอยู่ได้ค่ะ 7.ลำไย ลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน คนที่กินลำไยมากเกินไปเลยเป็นร้อนในได้ ดังนั้นคนที่มีไข้อยู่ก็ควรหลีกเลี่ยงการกินลำไยไปก่อนค่ะ

หวาน :

     8.น้ำมะพร้าว  เป็นไข้ดื่มน้ำมะพร้าวได้นะคะ เพราะน้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เย็น ช่วยลดไข้ได้ดี และยังมีเกลือแร่จากธรรมชาติในระดับที่พอดี ช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้ง่าย ๆ ค่ะ 9.มะม่วง ถ้าเป็นมะม่วงดิบหรือมะม่วงสุกสามารถกินได้นะคะ แต่หากจะกินมะม่วงดองตอนเป็นไข้แนะนำว่าอย่าเพิ่งกินจะดีกว่า เพราะมะม่วงดองมีโซเดียมสูง มีน้ำตาลสูง กินแล้วอาจทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากยิ่งขึ้นค่ะ 10.ส้ม เป็นผลไม้อีกชนิดที่คนสงสัยว่าเป็นไข้กินส้มได้ไหม ก็ตอบตรงนี้เลยว่าได้ค่ะ เพราะส้มมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง หนำซ้ำยังเป็นผลไม้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก ช่วยลดความร้อนให้ร่างกาย ส่วนวิตามินซีในส้มก็ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสู้กับไข้ได้ดีขึ้นค่ะ

ปลา:

     11.ส้มตำ หากไม่สบายแต่เปรี้ยวปากอยากกินอะไรเผ็ดๆ แซ่บๆ อย่างเมนูส้มตำ อาจจะต้องอดใจเอาไว้ก่อน เพราะในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ มีไข้ ภูมิต้านทานต่ำ ระดับการป้องกันเชื้อโรคของร่างกายอาจไม่ดีนัก และส้มตำที่เครื่องมักจะเป็นของดิบ มีของหมักดองอย่างปลาร้าหรือปูเค็ม อีกทั้งรสชาติเผ็ดร้อนอาจเพิ่มความร้อนให้ร่างกายได้ ดังนั้นเป็นไข้เลือกกินอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย และควรกินของที่ปรุงสุกจะดีกว่าค่ะ 12.อาหารทะเล จริง ๆ แล้วเราสามารถกินอาหารทะเลได้ เพราะอาหารทะเลมีไอโอดีนที่จะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ทว่าแนะนำให้กินอาหารทะเลแบบไม่จิ้มน้ำจิ้ม เพราะในน้ำจิ้ม โดยเฉพาะน้ำจิ้มซีฟู้ดจะมีโซเดียมเยอะ และอาจทำให้ไตทำงานหนัก ที่สำคัญควรกินอาหารทะเลที่สดใหม่และปรุงสุก เพื่อลดโอกาสเสี่ยงท้องเสียด้วยนะคะ

หวาน :

     13.หน่อไม้ หน่อไม้กลายเป็นของแสลงของคนเป็นไข้ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รู้แต่ว่าข้อมูลนี้ไม่จริงค่ะ เพราะคนเป็นไข้กินหน่อไม้ได้ เพียงแต่ไม่ควรกินหน่อไม้ดอง ที่มักจะดองด้วยเกลือซึ่งแปลว่าหน่อไม้ดองจะมีโซเดียมสูง กินเข้าไปแล้วไตจะทำงานหนัก ไม่ดีต่อคนไม่สบายแน่ ๆ ค่ะ 14.ของทอด ของทอดเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงมาก หากกินไปตอนที่เราเป็นไข้ ร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อยอาหารประเภททอดมาก ซึ่งจะทำให้ยิ่งเพลียหนักขึ้น ดังนั้นหากมีไข้ก็อย่าเพิ่งกินของทอดดีกว่าค่ะ

ปลา:

     15.น้ำแข็ง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่คิดว่าเป็นไข้ห้ามดื่มน้ำเย็น ทั้งที่จริงแล้วเป็นไข้ดื่มน้ำเย็นได้ค่ะ แม้กระทั่งน้ำใส่น้ำแข็งก็ดื่มได้ หรือแม้แต่กินน้ำแข็งก็ยังได้เลยค่ะ เพราะยิ่งดื่มน้ำมาก ๆ ก็ช่วยให้ไข้ลดลงได้ ซึ่งก็ควรดื่มน้ำเย็นแบบจิบบ่อย ๆ อย่าดื่มทีละเยอะๆ นะคะ แต่ถ้าเรามีอาการเจ็บคอหรือไข้หวัดร่วมด้วย อาจต้องเลี่ยงน้ำเย็นไปก่อน เพราะแม้น้ำเย็นจะไม่มีผลต่อการเป็นไข้ แต่จะระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ และไปกระตุ้นอาการไอ ยิ่งทำให้มีน้ำมูก เสมหะ ไอมากขึ้นค่ะ

หวาน :

     16.กาแฟ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชา น้ำอัดลม หรือสปอร์ตดริงก์ทุกชนิด ก็ไม่ควรดื่มในช่วงที่เป็นไข้ เนื่องจากเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนการกระตุ้นการทำงานของหัวใจ และอาจทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอค่ะ 17.นม  เป็นไข้ สามารถดื่มนมได้สบาย ๆ เพราะนมมีประโยชน์ต่อร่างกายค่อนข้างมาก ที่สำคัญนมยังเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มง่าย เหมาะกับคนไม่สบายที่ร่างกายกำลังอ่อนแอ เพราะสารอาหารเกือบจะครบ 5 หมู่ในนมจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และทำให้อิ่มอยู่ท้องแบบสบาย ๆ ได้เลย ค่ะ

ปลา:

     18.เหล้า-เบียร์ นอกจากเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นของที่ไม่ควรดื่มในช่วงที่มีไข้เช่นกัน เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับน้ำในร่างกาย ดังนั้นหากร่างกายดื่มน้ำไม่เพียงพอ และมีภาวะขาดน้ำ จะยิ่งทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น ไข้ก็อาจเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ และสุดท้ายคือ น้ำแร่ ค่ะ หากอยากดื่มน้ำแร่ในช่วงเป็นไข้ก็ดื่มได้เลยค่ะ น้ำแร่จะช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย และการดื่มน้ำมาก ๆ ในช่วงที่ไม่สบายก็จะช่วยให้ไข้ลดลงด้วยค่ะ

หวาน :

     อย่างไรก็ตาม ร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่อาการไข้และภูมิต้านทานของแต่ละคนด้วยนะคะ แต่ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ก็รับประทานอาหารอ่อน ๆ อาหารย่อยง่ายไปก่อน ที่สำคัญคือควรพักผ่อนให้เต็มที่ด้วยนะคะ เพื่อให้ร่างกายได้กลับมาแข็งแรงไวไวค่ะและนี่ก็คือสาระน่ารู้ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ และสำหรับในวันนี้ เวลาของรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ก็ได้หมดเวลาลงแล้ว กลับมาพบกับข่าวสารสาระน่ารู้ต่างๆ ได้ใหม่ในทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 06.25 - 06.50 น. สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ
7.  เพลงประจำรายการ

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ทำเนียบอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน
    ฐานข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional