Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



 
ชื่อรายการ
คลื่นเกษตรกร
ตอนที่ 30/2562
ชื่อตอน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยบัญชี
วันที่ออกอากาศ

23 และ 25 กรกฎาคม 2562

เวลาที่ออกอากาศ 06.25 – 06.50 น.
เขียนบทรายการ
นางสาวพัชชา บัวอนนท์
ผู้ดำเนินรายการ
นางสาวภาจิรา จรัสอุทัย
นางสาวพัชชา บัวอนนท์
นางสาวเมทินี ด่านก้าวหน้า
วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการทำบัญชี
2. เพื่อให้ประชาชนนำบัญชีมาปรับใช้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
3. เพื่อเผยแพร่ภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เกษตรกรและบุคคลทั่วไป
รูปแบบรายการ รายการสนทนา

ความยาว

30 นาที
บทย่อ
          พบกับเรื่องราวของเกษตรกรชาวสวนยาง เกษตรกรชาวสวนยาง จากจังหวัดพัทลุงและสุราษฎร์ธานี พลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ด้วยแนวคิดการปรับเปลี่ยนแนวทางทำการเกษตรและการลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในภาวะที่ราคาผลผลิตตกต่ำ ด้วยการจดบันทึกและใช้ข้อมูลทางบัญชีมาคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพ จนทำให้สามารถหาปัจจัยในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้เสริม เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดและเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตแบบพอเพียงให้แก่ชุมชน
ลำดับรายการ
1. เพลงประจำรายการ
1
นาที
2. ผู้ดำเนินรายการกล่าวเปิดรายการและนำเข้าสู่เนื้อหา
3
นาที
3. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่ 1
10
นาที
4. เพลงคั่นรายการ

3

นาที
5. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่ 2
10
นาที
6. ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุปและปิดรายการ
2
นาที
7. เพลงประจำรายการ
1
นาที
รวม
30

นาที

บทสมบูรณ์
1. เพลงประจำรายการคลื่นเกษตรกรดังขึ้นแล้วลดลงคลอนิดหน่อยแล้วเงียบ
2. ผู้ดำเนินรายการกล่าวเปิดรายการ
ปลา :
สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ค่ะ
พบกับ ดิฉัน ภาจิรา จรัสอุทัย ค่ะ

หวาน :

ดิฉัน พัชชา บัวอนนท์ ค่ะ

เมย์ :

และดิฉัน เมทินี ด่านก้าวหน้า ค่ะ
3. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเรื่องที่

ปลา :

    กลับมาพบกับรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กันค่ะ รายการที่จะนำเสนอข่าวสารภารกิจในแวดวงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมทั้งสาระน่ารู้ดีๆ มาฝากกันทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดีค่ะ สำหรับข่าวแรกในวันนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดน้ำ ชะลอการเพาะปลูก หลังมีแนวโน้มฝนตกทิ้งช่วง ด้านกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เกาะติดสถานการณ์พร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่แล้งค่ะ โดยนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในพี่น้องประชาชน ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ปริมาณฝนรวมของประเทศไทยในช่วงฤดูฝนนี้จะน้อยกว่าค่าปกติร้อยละ 5-10 ซึ่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา อีกทั้งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ยังได้คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเกิดภาวะฝนตกน้อยตั้งแต่เดือน สิงหาคม - กันยายน ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ น้อยตามไปด้วยค่ะ

หวาน :

    จึงอยากให้พี่น้องเกษตรกรกักเก็บน้ำไว้ใช้ในแหล่งน้ำของตัวเองเพื่อป้องกันความเสียหายจากปัญหาขาดแคลนน้ำ อีกทั้งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยรายงานและประกาศให้เกษตรกรเตรียมเฝ้าระวังไปแล้ว สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูกในช่วงนี้จึงอยากขอให้ชะลอการปลูกออกไปก่อน จนกว่าจะเข้าสู่สถานการณ์กระจายตัวของฝนปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงการประสบปัญหาดังกล่าว ดังนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่องค่ะ

เมย์ :

     ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 37,018 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 49 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด มีปริมาณน้ำใช้การได้ ประมาณ 13,093 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันมากกว่า 38,000 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสัก-ชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 8,596 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 35 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้ 1,900 ล้าน ลบ.ม. ซึ่ง 4 เขื่อนหลัก ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 16,200 ล้าน ลบ.ม. ค่ะ

ปลา :

      ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงมาตรการในการเตรียมพร้อมรับมือจากสถานการณ์ฝนตกน้อยว่า กรมชลประทาน ได้วางมาตรการเพื่อรองรับสถานการณ์ โดยพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูกข้าว ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ทำการประชาสัมพันธ์แนะนำให้เกษตรกรทยอยเพาะปลูกตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่และให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก ส่วนพื้นที่ที่ได้ทำการเพาะปลูกไปแล้ว กรมชลประทาน จะดำเนินการส่งน้ำแบบประณีตด้วยวิธีเปียกสลับแห้ง ซึ่งเป็นการส่งน้ำแบบรอบเวรหมุนเวียนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอต่อการใช้น้ำของทุกภาคส่วน รวมทั้งขอให้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำปิง น่าน และแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ทำการสูบน้ำให้เป็นไปตามรอบเวรอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังได้วางมาตรการให้ความช่วยเหลือโดยเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำ ที่พร้อมจะให้การสนับสนุนได้ทันที ที่สำคัญต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ให้มากที่สุดค่ะ

หวาน :

     สำหรับการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานนั้น ที่ผ่านมากรมชลประทาน ได้ดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำ อาทิ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเสียวใหญ่ จ.มหาสารคาม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากห้วยกุดกู่ ผันน้ำไปลงที่ห้วยวังฮาง เพื่อสูบต่อไปยังโรงสูบน้ำดิบของเทศบาลตำบลเมืองบัว ช่วยเหลือการประปา-ส่วนภูมิภาค อ.เกษตรวิสัย นำไปผลิตน้ำประปา , การติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำบริเวณปลายคลองมะขามเฒ่า – อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี , การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 30 เครื่อง ช่วยเหลือพื้นที่นาข้าวกว่า 50,000 ไร่ ในเขต อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ,อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ อ.บ้านหมี่ อ.ท่าวุ้ง อ.เมือง จ.ลพบุรี และ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา และโครงการชลประทานพัทลุง ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำคลองท่าแนะ อ.ศรีบรรพต เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำใช้ในการเกษตร การอุปโภคบริโภค ในเขตพื้นที่ ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต และ ต.ดอนทราย อ.ควนขนุน เป็นต้นค่ะ

เมย์ :

      ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ออกปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วย กระจายทุกภาค ได้แก่ ภาคเหนือ 3 หน่วย คือ จังหวัดเชียงใหม่ ตาก และพิษณุโลก ภาคกลาง 2 หน่วย คือ จังหวัดลพบุรีและกาญจนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 หน่วย คือ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา และสุรินทร์ ภาคตะวันออก 1 หน่วย คือ จังหวัดสระแก้ว และภาคใต้ 1 หน่วย คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม เป็นต้นมา กรมฝนหลวงฯ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงทั้งหมดกว่า 3,300 เที่ยวบิน ถือเป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยได้ปฏิบัติการอย่างเต็มประสิทธิภาพครอบคลุมทั่วพื้นที่ที่ต้องการฝน และยึดหลักการทำฝนตามตำราฝนหลวงพระราชทาน เพื่อดัดแปรสภาพอากาศให้ฝนตกในพื้นที่เป้าหมาย ดำเนินการดูแลพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 149 ล้านไร่ แบ่งเป็น เป็นพื้นที่ชลประทาน 35 ล้านไร่ และพื้นที่เกษตรอาศัยน้ำฝนกว่า 110 ล้านไร่ ค่ะ

ปลา :

     โดยในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ปฏิบัติการเติมน้ำในเขื่อน พร้อมทั้งบูรณาการด้านข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณน้ำและความชื้นในดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการวางแผนให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรในแต่ละวัน นอกจากนี้ กรมฝนหลวงฯ ยังได้มีการพัฒนาแผนที่ความต้องการน้ำ โดยใช้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจากพื้นที่ที่เกษตรกรร้องขอ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงชนิดของพืช และช่วงอายุของพืชในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาประกอบการจัดลำดับความสำคัญในการวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และภัยพิบัติทางธรรมชาติรูปแบบต่างๆ ในทุกพื้นที่ทันที เมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทั้งนี้ สามารถแจ้งการขอรับบริการฝนหลวงได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในทุกภูมิภาคของประเทศ ค่ะ 

หวาน :

     มาต่อกันที่ข่าวนี้ค่ะ นายวีรชาติ เขื่อนรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการ "เพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีฯ” โดยในมอบแนวทางในการดำเนินงานของการประชุมในครั้งนี้ ให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการเป็นสำคัญ ได้แก่ 1) การพัฒนาคุณภาพชีวิต 2) การส่งเสริมอาชีพ 3) การอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า 4) เป็นศูนย์รวบรวมผลิตภัณฑ์ และ 5) ศึกษาวิจัยการอยู่ร่วมกันของคนและป่าอย่างสมบูรณ์  ซึ่งมีหลักการสำคัญที่จะก่อให้เกิดผลสำเร็จอยู่ 3 ข้อ คือ ต้องปรับทัศนคติร่วมกัน เพิ่มทักษะ และการประยุกต์ใช้ค่ะ ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมค่ะ และสำหรับในช่วงนี้ต้องขอพักกันสักครู่ แล้วเดี๋ยวกลับมาสู่ช่วงที่ 2 ของรายการคลื่นเกษตรกรกันในช่วงหน้าค่ะ
4. เพลงคั่นรายการ

5. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่

เมย์:

      กลับมาสู่ช่วงที่ 2 ของรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ค่ะ เรามารับฟังข่าวสารภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กันต่อค่ะ เริ่มกันที่ข่าวของเกษตรกรชาวสวนยาง ที่พลิกวิกฤติเป็นโอกาสใช้ความรู้ทางบัญชีปรับวิถีทำการเกษตรค่ะ ซึ่งในภาวะที่ราคาผลผลิตทางการเกษตร ประสบปัญหาด้านราคาตกต่ำ ซึ่งเกิดจารกปัจจัยแวดล้อมต่างๆ แต่เกษตรกรชาวสวนยาง จาดจังหวัดพัทลุงและสุราษฎร์ธานี กลับพลิกฟื้นวิกฤตที่เกิดขึ้น ให้กลายเป็นโอกาสได้ด้วยแนวคิดการปรับเปลี่ยนแนวทางทำการเกษตรและการลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในภาวะที่ราคาผลผลิตตกต่ำ ด้วยการจดบันทึกและใช้ข้อมูลทางบัญชีมาคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพ จนทำให้สามารถหาปัจจัยในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้เสริม เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดและเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตแบบพอเพียงให้แก่ชุมชนค่ะ

ปลา:

    อารีย์ เรืองพุทธ เกษตรกรชาวสวนยาง จังหวัดพัทลุง โดยปัจจุบันได้รับเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ประจำปี 2562 เปิดเผยว่า ทำสวนยางพาราอยู่ 16 ไร่ แต่ด้วยภาวะราคายางตกต่ำจึงต้องหาแนวทางเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ ซึ่งในปี 2559 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมระบบเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมีแปลงต้นแบบซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ที่ตำบลโคกม่วง อำเภอเขาชัยสน จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ ทำให้ได้รับความรู้ด้านการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ประกอบกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์พัทลุง ได้คัดเลือกเกษตรกรในโครงการให้เป็นครูบัญชีอาสาเพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดความรู้เรื่องบัญชีให้กับชาวบ้าน จึงมีโอกาสเข้าร่วมอบรมหลักสูตรครูบัญชีอาสา และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเองรู้จักใช้ข้อมูลทางบัญชี มาคิดวิเคราะห์ วางแผนการใช้ข้อมูลและประกอบอาชีพ จนทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นค่ะ

หวาน :

      หลังจากได้รับการอบรม ได้นำองค์ความรู้ทั้งด้านเกษตรทฤษฎีใหม่และด้านบัญชีมาปรับใช้ควบคู่ไปกับการทำสวนยางพารา ปลูกพืชผสมผสาน เลี้ยงปลา ปลูกผักกินเอง ส่วนที่เหลือนำไปขายสร้างรายได้เสริม รวมไปถึงผลิตปุ๋ยใช้เองเพื่อลดต้นทุนการผลิต และทำบัญชีครัวเรือนเพื่อให้รู้รายรับรายจ่าย ผลความสำเร็จจากการทำบัญชีจึงคิดต่อยอดให้คนในหมู่บ้านมีรายได้ ด้วยการรวมเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผลิตพริกแกงจากผลผลิตที่ปลูกและร่วมกันผลิตผักปลอดสารพิษจำหน่าย ทำให้คนในชุมชนมีรายได้จุนเจือครอบครัว แก้ปัญหาขาดแคลนรายได้จากผลกระทบราคายางพาราตกต่ำได้ อีกทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผสมผสานตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนทุกวัน โดยกิจกรรมทั้งหมดมีการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปวางแผนในการทำการเกษตร โดยใช้ข้อมูลจากบัญชีค่ะ

เมย์ :

     คุณอารีย์ กล่าวอีกว่า จากที่เคยได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องหลายปี เมื่อมีการนำข้อมูลจากบัญชีมาปรับใช้ ทำให้รู้ว่าสิ่งใดจำเป็นและไม่จำเป็นในการทำเกษตรและการดำรงชีวิต จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรได้มาก ซึ่งในฐานะที่เป็นครูบัญชีอาสา ได้พยายามสร้างความเข้าใจและหาวิธีแนะนำเกษตรกรให้มีการทำบัญชีแบบเข้าใจได้ง่าย ไม่สอนแบบวิชาการมากเกินไป และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรมีการบันทึกบัญชีอย่างสม่ำเสมอ

ปลา:

    ด้านคุณอมรรัตน์ ศรีนาค เกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ระดับประเทศ ประจำปี 2562 เปิดเผยว่า เดิมมีอาชีพทำสวนยางพารา จำนวน 25 ไร่ แต่ภายหลังจากเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ ราคายางพาราตกต่ำ จึงลดพื้นที่สวนยางพาราด้วยการโค่นต้นยางพาราที่มีอายุมากให้เหลือสวนยางพาราเพียง 12 ไร่ เพื่อให้ยังคงมีรายได้คงค่าใช้จ่าย และปรับพื้นที่ ที่โค่นต้นยางพาราต้นเก่าไป เพื่อปลูกยางพารารุ่นใหม่ขึ้นทดแทน พร้อมกับน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ปลูกผักหมุนเวียนในสวนยางพาราใหม่ เพื่อให้มีรายได้ทุกวัน เน้นพืชผักสมุนไพรที่นิยมบริโภค เป็นที่ต้องการของตลาดในท้องถิ่น อาทิ ตะไคร้ พริก ขิง ข่า ผักบุ้ง กระเจี๊ยบ มะเขือ เป็นต้น ค่ะ

หวาน :

    ทั้งนี้ ได้นำระบบบัญชีที่ได้รับการสอนแนะจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มาช่วยวิเคราะห์ต้นทุน รายรับ รายจ่าย เพื่อให้รู้ว่าสิ่งใดควรลด ละ เลิกและควรหาอะไรเข้ามาทดแทน เพื่อให้ได้ต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง นอกจากนี้ ยังสร้างฐานการเรียนรู้ทั้งด้านการเกษตรและด้านบัญชีที่บริเวณบ้าน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนในชุมชนและบุคลทั่วไป เมื่อคนในชุมชนเริ่มสนใจและทำตาม จึงชักชวนให้ร่วมกันตั้งกลุ่มสมุนไพรบ้านเชิงสมอขึ้น เพื่อผลิตพริกแกงและผลิตผักปลอดสารพิษจำหน่าย สร้างมาตรฐานการผลิตร่วมกันเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพและสามารถต่อรองราคาได้โดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางค่ะ

เมย์:

     คุณอมรรัตน์ ได้กล่าวว่า "จากการที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำเกษตรควบคู่กับการนำระบบบัญชีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ ทำให้สามารถกู้วิกฤติในช่วงยางพาราตกต่ำได้เป็นอย่างดี โดยหาวิธีลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง เช่น ทำปุ๋ยจากวัสดุที่มีในท้องถิ่นไว้ใช้เอง นอกจากนี้ ยังมีรายได้อื่นๆ นอกเหนือจากการรอขายยางพาราเพียงอย่างเดียวเข้ามาทดแทน สามารถกำหนดได้ว่า ในแต่ละวันต้องการรายได้เท่าไหร่ เช่น อยากได้ 1 พันบาท ก็ไปเก็บตะไคร้ นำต้นไปทำพริกแกง หรือขายต้นสด ส่วนใบนำไปทำน้ำตะไคร้ขาย โดยมีการจดต้นทุน ลงบัญชี ทำให้รู้ต้นทุน รู้รายได้ที่แท้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากการเรียนรู้ที่เราได้ทำบัญชีครัวเรือนทั้งสิ้น เป้าหมายต่อจากนี้ จะร่วมกับสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สุราษฎร์ธานี ถ่ายทอดความรู้ด้านบัญชีให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ได้รู้จักการนำบัญชีครัวเรือนมาปรับใช้ในการวางแผนประกอบอาชีพ ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้” ค่ะ นับเป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่นำองค์ความรู้ทางบัญชีมาปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตและทำการเกษตร และยังเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรอื่นๆ นำไปเป็นแบบอย่าง จึงเป็นครูบัญชีอาสาต้นแบบที่นำพาชุมชนพลิกวิกฤตสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนค่ะ

ปลา:

      มาต่อกันที่ข่าวต่อไปค่ะ นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์จากการควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี และนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการบัญชีและการสอบบัญชี และผู้ปฏิบัติงานในกลุ่มกำกับมาตรฐานการบัญชี สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 1-10 หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ทุกจังหวัด ผู้ปฏิบัติงานสำนักมาตรฐานการบัญชีและการสอบบัญชี กองกำกับการสอบบัญชีสหกรณ์ เข้ารับการอบรม ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ ปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ ค่ะ

หวาน :

     มาถึงข่าวสุดท้ายในวันนี้ค่ะ นางรพีพร กลั่นเนียม ผู้อำนวยการสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ พร้อมด้วยนายกานตพงศ์ รอดสิน ผู้อำนวยการกลุ่มวิเคราะห์งบประมาณ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ขอนแก่น เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 รวมทั้งรับทราบปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ขอนแก่น และให้ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ณ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ค่ะ

เมย์:

    มารับฟังสาระน่ารู้กันบ้างคะ วันนี้เรามีเรื่องของการเลือกดูผลไม้รถเข็นมาฝากกันค่ะ ผลไม้เป็นหนึ่งในอาหารที่ควรกินให้ได้ทุกมื้อ ทางเลือกหนึ่งหากไม่ได้นำผลไม้มาทานเอง ก็สามารถหาซื้อจากรถเข็นได้ แต่ถ้าตัดสินใจจะซื้อผลไม้จากรถเข็น ต้องสังเกตให้ดีก่อนซื้อค่ะ เพราะหากเลือกไม่ดี อาจมีสารปนเปื้อนทำให้ท้องเสีย หรือก่อโรคอื่นๆ ตามมาได้ค่ะ สำหรับทางออกของผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลไม้รถเข็น เรามีวิธีสังเกตง่ายๆ ดังนี้ค่ะ 1. ผู้ค้าต้องใส่ใจความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นมือที่ไปหยิบจับผลไม้ หรือจะเป็นสุขภาพของผู้ขาย รวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดล้วนทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องให้ความใส่ใจในการประกอบอาชีพด้วย นอกจากนี้ตัวรถเข็นต้องสะอาด ตู้กระจกใส ไม่มีคราบฝุ่นละออง หรือรอยแตกร้าว อุปกรณ์ที่ใช้สะอาด น้ำแข็งสะอาด มีดและเขียงสะอาด มีการทำความสะอาดก่อนหรือหลังหั่นผลไม้ ผ้าเช็ดอุปกรณ์ต้องสะอาด และแยกประเภทตามการใช้งานค่ะ

ปลา:

    2. ควรเลือกผลไม้ที่สดใหม่และตามฤดูกาล เพราะจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องสารปนเปื้อน รวมทั้งรอดพ้นจากสารกันบูดอย่างแน่นอน และที่สำคัญการกินผลไม้สดจะทำให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุ รวมทั้งสารอาหารจากผลไม้ได้มากกว่าผลไม้ดอง โดยเฉพาะวิตามินซี ที่มีในผลไม้สดมากกว่าผลไม้ดองหลายเท่า ที่สำคัญพยายามอย่ากินผลไม้ซ้ำกันทุกวัน ควรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยกินให้หลากหลายชนิด เพื่อจะได้รับสารอาหารที่หลากหลายด้วยค่ะ

หวาน :

    3. หลีกเลี่ยงผลไม้หมักดอง เพราะจะได้คุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก นายสง่า อธิบายว่า ผลไม้ดองส่วนใหญ่มักใส่สารเคมี เช่น สารโลหะหนัก สารกันบูด บอแร็กซ์ หรือสารเพิ่มความกรอบ เสี่ยงต่อการได้รับสารปนเปื้อนสูง และที่สำคัญการกินผลไม้ดอง จะมีสิ่งหนึ่งเข้าไปในร่างกายด้วย คือ ความเค็ม โดยเฉพาะโซเดียมที่มีอยู่ในผลไม้ดอง ดังนั้นการกินผลไม้ดองบ่อยๆ ทำให้ร่างกายมีโอกาสได้รับโซเดียมสูงไปด้วย โดยจะทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง และไตทำงานหนัก ยิ่งไตทำงานหนัก ความดันโลหิตก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้นค่ะ 

เมย์:

    4. ระมัดระวังเครื่องจิ้มผลไม้ต่างๆ แม้เครื่องจิ้มเหล่านี้จะช่วยให้มีรสดีขึ้น แต่ผลร้ายจะตามมาคือ ทำให้ร่างกายได้รับเกลือและน้ำตาลมากเกิน เพราะเครื่องจิ้มผลไม้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผงบ๊วย พริกกะเกลือ น้ำปลาหวาน หรืออื่นๆ มักมีส่วนผสมของน้ำตาล เกลือ กะปิ ผงชูรส จึงควรกินแต่น้อย วิธีที่ดีควรลองกินผลไม้ที่ไม่มีเครื่องจิ้ม แล้วเราจะพบว่า ฝรั่ง มะม่วง มะกอก และผลไม้ต่างๆ มักมีรสเปรี้ยว หวาน มัน กรอบ อร่อยอยู่ในตัว โดยไม่ต้องใช้เครื่องจิ้มเลยค่ะ

ปลา:

     ขณะเดียวกันควรเลือกกินผลไม้ที่ไม่ใส่สี เพราะบางครั้งสีสวยๆ ที่เห็นนั้น ไม่ใช่สีผสมอาหารแต่เป็นสีย้อมผ้า รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่ใส่สารแทนความหวาน ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง คือหากกินแล้วมีรสขมติดในคอ แสดงว่าใช้สารแทนความหวานปริมาณมาก ถ้ากินติดต่อกันนานๆ จะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ และนี่ก็คือสาระน่ารู้ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ และสำหรับในวันนี้ เวลาของรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ก็ได้หมดเวลาลงแล้ว กลับมาพบกับข่าวสารสาระน่ารู้ต่างๆ ได้ใหม่ในทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 06.25 - 06.50 น. สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ
7.  เพลงประจำรายการ

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ทำเนียบอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน
    ฐานข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional