Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



 
ชื่อรายการ
คลื่นเกษตรกร
ตอนที่ 23/2562
ชื่อตอน เกษตรกรดีเด่น ใช้บัญชีสร้างสุขให้ชุมชน
วันที่ออกอากาศ

4 และ 6 มิถุนายน 2562

เวลาที่ออกอากาศ 06.25 – 06.50 น.
เขียนบทรายการ
นางสาวพัชชา บัวอนนท์
ผู้ดำเนินรายการ
นางสาวภาจิรา จรัสอุทัย
นางสาวพัชชา บัวอนนท์
นางสาวเมทินี ด่านก้าวหน้า
วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการทำบัญชี
2. เพื่อให้ประชาชนนำบัญชีมาปรับใช้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
3. เพื่อเผยแพร่ภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เกษตรกรและบุคคลทั่วไป
รูปแบบรายการ รายการสนทนา

ความยาว

30 นาที
บทย่อ
          นำเสนอเรื่องราวของเกษตรกรดีเด่น ซึ่งเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตให้แก่คนในชุมชน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางปฏิบัติตาม ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นเกษตรกรที่ยืนได้ด้วยลำแข้งตนเอง
ลำดับรายการ
1. เพลงประจำรายการ
1
นาที
2. ผู้ดำเนินรายการกล่าวเปิดรายการและนำเข้าสู่เนื้อหา
3
นาที
3. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่ 1
10
นาที
4. เพลงคั่นรายการ

3

นาที
5. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่ 2
10
นาที
6. ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุปและปิดรายการ
2
นาที
7. เพลงประจำรายการ
1
นาที
รวม
30

นาที

บทสมบูรณ์
1. เพลงประจำรายการคลื่นเกษตรกรดังขึ้นแล้วลดลงคลอนิดหน่อยแล้วเงียบ
2. ผู้ดำเนินรายการกล่าวเปิดรายการ
ปลา :
สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ค่ะ
พบกับ ดิฉัน ภาจิรา จรัสอุทัย ค่ะ

หวาน :

ดิฉัน พัชชา บัวอนนท์ ค่ะ

เมย์ :

และดิฉัน เมทินี ด่านก้าวหน้า ค่ะ
3. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเรื่องที่

ปลา :

     กลับมาพบกับรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กันค่ะ รายการที่จะนำเสนอข่าวสารภารกิจในแวดวงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมทั้งสาระน่ารู้ดีๆ มาฝากกันทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดีค่ะ มาเริ่มกันที่ข่าวแรกในวันนี้กันค่ะ กระทรวงเกษตรฯ ร่วมมือ GIZ เปิดตัวโครงการ Thai Rice NAMA ผลิตข้าวเบอร์ 5 โดยใช้เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดโลกร้อน หวังเปิดตลาดข้าวรักษ์โลก เพิ่มมูลค่าข้าวไทย โดย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับองค์กรความร่วมมือต่างประเทศเยอรมัน หรือ GIZ ได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือโครงการ Thai Rice NAMA ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ประมาณ 600 ล้านบาท จากรัฐบาลประเทศเยอรมัน รัฐบาลสหราชอาณาจักร รัฐบาลเดนมาร์กและสหภาพยุโรป ผ่านโครงการ NAMA Facility มีระยะเวลาการดำเนินโครงการ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561 - 2566

หวาน :

     สำหรับดำเนินงานพัฒนาการผลิตข้าวของเกษตรกร จำนวน 100,000 ครัวเรือนในพื้นที่ 6 จังหวัด ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และสุพรรณบุรี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2.8 ล้านไร่ มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบการทำนาในปัจจุบันไปสู่ระบบการทำนาแบบยั่งยืน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงขณะเดียวกันก็ยังเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้นด้วย ซึ่งย่อมเป็นการผลิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และขณะเดียวกันยังเพิ่มประโยชน์ที่เกษตรกรได้รับจากประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง โครงการมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ 1) เพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมแก่เกษตรกรทั้งการทำนาแบบลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  และการผลิตข้าวที่ได้มาตรฐานการผลิตข้าวที่ยั่งยืน 2) เพื่อพัฒนาและขยายธุรกิจการให้บริการเทคโนโลยีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการทำนา และ3) เพื่อให้มีมาตรการจูงใจที่สนับสนุนให้ภาคการผลิตข้าวทั้งระบบเป็นไปในรูปแบบที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ค่ะ

เมย์ :

     โดยนางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือโลกร้อน ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ นานาประเทศจึงให้ความสำคัญต่อการดำเนินการแก้ไขปัญหาหรือลดผลกระทบในเรื่องนี้ องค์การสหประชาชาติได้รณรงค์ให้ประเทศสมาชิกมีการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้ สำหรับประเทศไทย นายกรัฐมนตรีให้คำยืนยันในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่า ไทยประกาศลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ พร้อมลดใช้พลังงานจากฟอสซิล และใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และหากได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ จะลดลงให้ได้ร้อยละ 25 ภายในปีพ.ศ. 2573 ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ ที่ชัดเจนของประเทศไทยที่จะร่วมกับนานาประเทศ ค่ะ

ปลา :

      ในการดำเนินงานที่ลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถึงแม้ว่าเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย จะยังคงเป็นภาคพลังงานและการขนส่งเป็นอันดับแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าภาคอื่นๆ ไม่ต้องคำนึงถึง ทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคเกษตร มีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมและปรับตัวให้มุ่งสู่การสร้างนวัตกรรม และการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหากไม่มีการปรับตัว ผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะย้อนกลับทำให้เกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและเกษตรกร และการพัฒนาประเทศในภาพรวม ค่ะ

หวาน :

    รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า การดำเนินการโครงการนี้จะมุ่งเน้นให้เกษตรกรรายย่อย มีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาแบบปัจจุบันไปสู่การทำนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพันธุ์ข้าวและเทคโนโลยีเฉพาะที่เหมาะสมกับพื้นที่ ทั้งการปรับพื้นที่ให้เสมอกันการปลูกแบบเปียกสลับแห้งการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินการจัดการฟางและตอซังเพื่อลดการเผา และอื่นๆ ซึ่งจะประหยัดน้ำและลดน้ำท่วมในแปลงลง โดยโครงการจะมีการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียน และให้การฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการได้รับความร่วมมือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ในการปล่อยสินเชื่อสีเขียวให้แก่  ผู้ให้บริการเทคโนโลยีทางการเกษตร เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  นอกจากนี้ โครงการจะให้การสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ ในการกำหนดนโยบายและมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการผลิตข้าวที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ รวมทั้ง การพัฒนามาตรฐาน Thai Rice GAP เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงตลาดและห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงการขยายผลในพื้นที่อื่นต่อไป ค่ะ

เมย์ :

      นางสาวดุจเดือนฯ ยังย้ำว่า จะเห็นได้ว่าโครงการนี้เป็นความร่วมมือบูรณาการระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และ GIZ และยังร่วมมือกับ ธกส.ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารกองทุน สำหรับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ นั้นไม่ได้มีเฉพาะกรมการข้าว แต่ครอบคลุม กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน รวมทั้งจัดทำแผนธุรกิจร่วมกับภาคเอกชน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ได้รับผลประโยชน์ที่เป็นเกษตรกรและผู้ให้บริการเทคโนโลยีจำนวน 454,200 คน โครงการมีพื้นที่เป้าหมายซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกแบ่งเป็น นาปรังประมาณ 2.8 ล้านไร่ และนาปีอีก 2.8 ล้านไร่ โดยคาดว่าจะได้ผลผลิตสูงสุดประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ค่ะ

ปลา :

     มาต่อกันที่ข่าวต่อไปค่ะ "รมช.วิวัฒน์” เปิด"มหกรรมรวมพลผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2” ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ชูนวัตกรรมอาหารปลอดภัยในวิถีเกษตรกรรมยั่งยืนของดี 4 ภาค โดยนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงาน"มหกรรมรวมพลผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2 : "นวัตกรรมอาหารปลอดภัยในวิถีเกษตรกรรมยั่งยืนของดี 4 ภาค”ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัดนนทบุรีว่า ปัจจุบันทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยต่างให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร และตระหนักถึงปัญหาความอดอยากหิวโหย เนื่องจากอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพ แม้ไทยจะเป็นประเทศเกษตรกรรมซึ่งในภาพรวมจะสามารถผลิตอาหารได้อย่างเพียงพอ

หวาน :

     แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออก และคนไทยส่วนหนึ่งยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้อดอยาก ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการผลิตอาหารสำหรับการบริโภคของประชาชน โดยรัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ส่งเสริมการทำการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่และปัจจัยการผลิตเพื่อการผลิตอาหารที่ปลอดภัยบนวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน ผ่านการรวมกลุ่ม และส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพของกลุ่ม สถาบัน หรือเครือข่ายเกษตรกร เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเกิดความยั่งยืนในภาคเกษตรกรรม ค่ะ

เมย์ :

     ทั้งนี้ เกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ เป็นกลุ่มที่มีพลังในการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยทั้งในปัจจุบันและในอนาคต หากได้มีการรวมตัวสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และผู้บริโภค จะทำให้การเกษตรไทยได้รับการพัฒนาก้าวหน้าด้วยนวัตกรรม มีความมั่นคงและเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) และภาคธุรกิจเอกชน จึงได้จัดงาน "มหกรรมรวมพลผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2 : "นวัตกรรมอาหารปลอดภัยในวิถีเกษตรกรรมยั่งยืนของดี 4 ภาค” ขึ้นค่ะ

ปลา :

     ซึ่งจัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานของเครือข่าย Young Smart Farmer ทายาทเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ชุมชนอาหารปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างเครือข่าย แสดงนวัตกรรม และผลผลิตของเกษตรกรรุ่นใหม่ ตลอดทั้งเป็นเวทีในการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาคชุมชน ประชาชน รัฐ และเอกชน ในการแสดงเจตจำนงร่วมมือกันดำเนินการทุกขั้นตอนของการพัฒนาอาหารปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาสร้างเครือข่ายด้านการผลิต และการตลาดอาหารปลอดภัย เพื่อขยายโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายอาหารปลอดภัยอย่างทั่วถึงและยั่งยืนค่ะ

หวาน :

     สำหรับการจัดงานมหกรรมครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ การบรรยายพิเศษ การเสวนาวิชาการเกี่ยวกับอาหารปลอดภัยในวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน การบรรยายสาธิตแลกเปลี่ยนและwork shop ของผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ นิทรรศการจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา โรงเรียนอาหารปลอดภัย การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรปลอดภัยของเกษตรกร และการบริการตรวจสารเคมีในเลือดแก่ผู้มาร่วมงานโดยกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ค่ะ และสำหรับในตอนนี้ ก็หมดเวลาในช่วงแรกลงแล้ว ต้องขอพักกันสักครู่ แล้วเดี๋ยวกลับมาติดตามกันต่อในช่วงที่ 2 ของรายการคลื่นเกษตรกรค่ะ
4. เพลงคั่นรายการ

5. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่

เมย์:

      กลับมาสู่ช่วงที่ 2 ของรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ค่ะ สำหรับในช่วงนี้ เราก็มีเรื่องราวของ นายบุญลือ เต้าแก้ว เกษตรกรดีเด่นผู้น้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงดำเนินชีวิต โดยใช้บัญชีสร้างสุขให้ชุมชน มาฝากกันค่ะ บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ ในบริเวณหมู่ 7 ตำบลหนองโน อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการเกษตรอย่างครบวงจรให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ และยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่บริหารงานด้วยแนวทางของความพอเพียง และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้อยู่ดีมีสุขได้ ภายใต้การนำของ บุญลือ เต้าแก้ว เกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ระดับภาค ประจำปี 2562 เจ้าของศูนย์ฯ ซึ่งเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตให้แก่คนในชุมชน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางปฏิบัติตาม ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นเกษตรกรที่ยืนได้ด้วยลำแข้งตนเองค่ะ

ปลา:

    ลุงบุญลือ ในวัย 70 ปี เล่าว่า เมื่อปี 2535 ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ ณ วัดมงคลชัยพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี จึงได้น้อมนำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ในพื้นที่นาของตนเอง บนพื้นที่ 20 ไร่ โดยแบ่งสัดส่วนให้เป็นที่อยู่อาศัย อาคารศูนย์เรียนรู้ และพื้นที่ในการทำการเกษตรแบบผสมผสาน อาทิ มีการทำนา สวนผลไม้ พืชผักสวนครัว ประมง การทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ การเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา และเพาะเห็ด เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนและแบ่งปันในชุมชน ซึ่งในทุกกิจกรรมที่ทำ ลุงบุญลือได้จดบันทึกลงในสมุดบัญชีต้นทุนในการประกอบอาชีพแยกแต่ละประเภทอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รู้ต้นทุนและกำไรจากการประกอบอาชีพตามกิจกรรมต่างๆ

หวาน :

     จุดเริ่มต้นในการจดบันทึกบัญชีเริ่มตั้งแต่ปี 2521 แต่เป็นการจดบันทึกบัญชีแบบไม่เป็นระบบ ทำให้ไม่รู้ต้นทุนประกอบอาชีพในแต่ละกิจกรรมที่ดำเนินการ ต่อมาในปี 2539 ได้รับการอบรมจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สระบุรี เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ ทำให้รู้รายรับ รายจ่าย รู้ต้นทุนอาชีพ จากข้อมูลการบันทึกบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ และสามารถนำไปวิเคราะห์ต้นทุนเพื่อแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้ทราบว่ามีรายได้ใดที่เพิ่มขึ้นและรายจ่ายใดที่ควรลดลง

เมย์ :

     หลังจากนั้นจึงพยายามลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น คิดค้นจุลินทรีย์บำรุงดิน บำรุงพืช ทำน้ำหมักชีวภาพใช้กำจัดศัตรูพืช ทำให้ลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชลงได้ ลดต้นทุนในการประกอบอาชีพและได้ผลผลิตที่มากขึ้น ซึ่งจุลินทรีย์ที่ค้นพบนอกจากจะทำไว้ใช้เองแล้ว ยังจำหน่ายแก่เพื่อนเกษตรกรที่สนใจ ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรจากไร่นาสวนผสม และยังได้เผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้สนใจทุกคนด้วยความเต็มใจ ด้วยหวังให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้โดยการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปลา:

    เมื่อเห็นว่าการจัดทำบัญชีมีประโยชน์ จึงอยากให้คนในชุมชน ตลอดจนเยาวชนได้ทำบัญชี โดยลุงบุญลือได้นำสมุดบัญชีไปสอนให้ครัวเรือนต้นแบบหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงในหมู่บ้านจัดทำ เพื่อให้ทุกครัวเรือนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนของสมาชิกในชุมชนและสร้างเครือข่ายครูบัญชี เพื่อขยายการถ่ายทอดความรู้ในการทำบัญชีให้แพร่หลายยิ่งขึ้น จากที่ได้ทดลองและเห็นผลการทำเกษตรไร่นาสวนผสม ตามแนวทฤษฎีใหม่ จนประสบความสำเร็จ จึงตั้งปณิธานไว้ว่า อยากถ่ายทอดความรู้ที่ตนมีไปยังผู้ที่สนใจจะได้หลุดพ้นจากหนี้สิน สามารถลืมตาอ้าปาก พึ่งพาตนเองได้

หวาน :

    จากความสำเร็จดังกล่าว บ้านของนายบุญลือ เต้าแก้ว จึงได้รับการจัดตั้ง ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้กับผู้ที่สนใจ ได้เข้ามาศึกษาดูงานตั้งแต่การเรียนรู้การแบ่งพื้นที่ตามหลักทฤษฎีใหม่ การปลูกพืช การพัฒนาปรับปรุงดิน การผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ การเลี้ยงเป็ด ไก่ การเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อให้ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ให้กับคนในชุมชน นักเรียน ข้าราชการ ประชาชนทั่วไปและผู้ที่มีความสนใจได้เข้ามาศึกษาดูงาน ซึ่งผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงานในศูนย์ฯ จะได้รับความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ ผ่านการเรียนรู้ที่แบ่งออกเป็น 3 ฐาน ค่ะ

เมย์:

     โดย ฐานที่ 1 ลดรายจ่าย เรียนรู้การนำของใช้ในบ้านมาทำให้เกิดประโยชน์ เช่น ปุ๋ยหมักแห้ง ปุ๋ยหมักน้ำ ทำจุลินทรีย์ใช้เอง ฐานที่ 2 เพิ่มรายได้ เรียนรู้การปลูกพืชผักสวนครัวไว้ใช้บริโภคในครัวเรือน และแบ่งปันในชุมชน และ ฐานที่ 3 เพิ่มความรู้ เรียนรู้การเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงหมู และการจดบันทึกบัญชี รับ-จ่ายในครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ ค่ะ

ปลา:

      ลุงบุญลือ ได้กล่าวว่า "เมื่อก่อนไม่รู้ตัวเอง ไม่รู้ว่าจ่ายอะไรไปบ้าง เคยจดบัญชีบ้าง ไม่จดบ้าง จนกระทั่งได้ไปอบรมเรียนรู้การทำบัญชี ได้รับหลักการมาว่า ทุกคน ทุกครัวเรือนต้องทำบัญชี จึงได้นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการทำบัญชีมาปรับใช้ ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก เริ่มจากจดในกระดาษเหลือใช้ จนมาจดในสมุด ทำให้รู้รายได้ รู้รายจ่าย รู้ว่าอะไรที่จำเป็น ไม่จำเป็น หลังจากที่ทำกับตัวเองจนเห็นผลสำเร็จ เลยมาเป็นแบบอย่างให้คนในครอบครัวได้ ทำตาม ต่อยอดไปถึงคนในชุมชน โดยมาเป็นครูบัญชีอาสา แจกจ่ายความรู้ให้กับชุมชน บางคนที่สอนยาก เพราะไม่รู้หนังสือ หรือขี้เกียจจด เราก็ต้องเข้าหาทางลูกหลาน โดยสอนให้เด็กๆ นำเงินเก็บออมใส่กระปุกออมสินและจดบัญชี ไว้ สอนให้เขารู้ แล้วเขาก็จะนำไปสอนให้พ่อแม่รู้ สอนว่าทำอย่างไรให้พ่อแม่มีเงินเหลือเก็บออม ซึ่งก็นับเป็นความภาคภูมิใจที่ครอบครัว ชุมชน สนใจมาลงมือทำกับเรา การทำบัญชีและการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิต จึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคนไหนได้ทำแล้วจะรู้เลยว่าพึ่งตนเองได้ และชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องพึ่งใครเลย ทำพืชผักมีกินในครัวเรือนหมด ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องพึ่งสารเคมี ลดต้นทุนได้ทั้งหมด” ค่ะ 

หวาน :

     ปัจจุบันบุญลือ เต้าแก้ว ยังทำหน้าที่ครูบัญชีอาสา สอนแนะการจัดทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพให้แก่เกษตรกรและนักเรียนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ประจำศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงประจำตำบลหนองโน จังหวัดสระบุรี เพื่อหวังเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนตามแนวทางของความพอเพียง ค่ะ

เมย์:

    มาต่อกันที่ข่าวต่อไปค่ะ นางสาวพรรณทิพย์ สันติภากรณ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะทำงานศึกษา ทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2558 ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ สหกรณ์การเกษตรท้ายเหมือง จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพังงา จำกัด จังหวัดพังงา เพื่อศึกษาข้อมูลจากสหกรณ์เกี่ยวกับเนื้อหาอันจะเป็นประโยชน์ต่อการระดมความคิดของคณะทำงานฯ รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสหกรณ์เกี่ยวกับการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของสหกรณ์ประเภทการเกษตรและสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์ เพื่อประกอบการพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาระเบียบการบัญชีและการสอบบัญชีให้สามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีคณะกรรมการสหกรณ์ ฝ่ายจัดการ และบุคลากรในพื้นที่สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 8 ร่วมให้การต้อนรับค่ะ

ปลา:

    ในโอกาสนี้ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน ศึกษาทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2558 ซึ่งจัดโดย สำนักมาตรฐานการบัญชีและการสอบบัญชี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างระเบียบต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ เหมาะสม สอดคล้องกับกฎหมายสหกรณ์ และสภาพแวดล้อมปัจจุบันของสหกรณ์ โดยนำผลจากการรับฟังความคิดเห็นจาก ผู้เกี่ยวข้องและข้อมูลจากการศึกษาดูงานสหกรณ์ในพื้นที่สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 8 มาประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างระเบียบในครั้งนี้ ณ โรงแรมมุกดาราบีช วิลล่าแอนด์สปา จังหวัดพังงา ค่ะ ณ โรงแรมมุกดาราบีช วิลล่าแอนด์สปา จังหวัดพังงา ค่ะ

หวาน :

    มาถึงสาระน่ารู้ในวันนี้กันค่ะ เราจะมาพูดกันในเรื่องของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาค่ะ โดยปกติถ้าพูดถึงกล้ามเนื้อหัวใจหนา จะหมายถึง การหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายล่าง ซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายและสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนากว่าร้อยละ 90 เกิดจากผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นมานานแล้วแต่ไม่รักษาแต่ควบคุมระดับความดันได้ไม่ดี โรคความดันโลหิตสูงทำให้ความดันในหลอดเลือดแดง สูงขึ้นกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายพองโตและภาวะหัวใจล้มเหลวตามมาในที่สุด ค่ะ

เมย์:

    ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา ไม่จำเป็นต้องมีอาการผิดปกติใดๆ หากจะมีอาการก็จะเป็นอาการเนื่องจากโรคที่เป็นต้นเหตุ เช่นหากเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงอาจพบว่ามีอาการปวดศรีษะ มึนงง เวียนศรีษะ และเหนื่อยง่ายผิดปกติ หรืออาจมีอาการแน่นหน้าอก นอนไม่หลับ แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยโดยซักถามประวัติอาการ ตรวจร่างกาย ตรวจระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยละเอียดค่ะ 

ปลา:

    สำหรับการรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา จะเป็นการรักษาตามสาเหตุของโรค เช่นถ้าเกิดภาวะความดันโลหิตสูง จะรักษาด้วยการควบคุมอาหารเค็ม ร่วมกับการใช้ยาลดความดันโลหิต การรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา อาจไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาลดลงเป็นปกติ แต่เป็นการป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นสัญญาณเตือนไว้ว่าวันข้างหน้า จะทำให้หัวใจโตและการทำงานของหัวใจล้มเหลว เข้าสู่โรคหัวใจระยะสุดท้ายและมีโอกาสเสียชีวิตได้ค่ะ

หวาน :

     8. ลดอาการหอบหืดค่ะ โรคหอบหืด เป็นปัญหาระบบทางเดินหายใจที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่  มลพิษทางอากาศก็สามารถทำให้เกิดโรคหอบหืดได้ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การสูดไอน้ำของขนุนที่ต้มแล้วสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคหอบหืดได้ค่ะ 9. มีคุณสมบัติต่อต้านริ้วรอยค่ะ ความแก่ชรานั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สามารถชะลอลงได้ การสัมผัสกับรังสี UV ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย การทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างเช่น ขนุน สามารถยับยั้งผลกระทบของริ้วรอยได้ และในขนุนยังมีปริมาณน้ำสูงช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและลดความแห้งกร้าน ทำให้ผิวของคุณรู้สึกนุ่มนวลและเปล่งปลั่งยิ่งขึ้นค่ะ

เมย์:

     ดังนั้น จึงควรลดปัจจัยเสี่ยงงดสูบบุหรี่ เพื่อรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยปกติจังหวะการเต้นของหัวใจจะอยู่ที่ 60-80 ครั้งต่อนาที ค่าที่ได้จาการวัดความดันประกอบด้วย เลขตัวบนและเลขตัวล่าง ความดันปกติของคนเราจะอยู่ที่ 120/80 มิลลิเมตรปรอท ไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท หากสูงกว่านี้จะเป็นความดันโลหิตสูงค่ะ และนี่ก็คือสาระน่ารู้ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ และสำหรับในวันนี้ เวลาของรายการคลื่นเกษตรกร โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ก็ได้หมดเวลาลงแล้ว กลับมาพบกับข่าวสารสาระน่ารู้ต่างๆ ได้ใหม่ในทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 06.25 - 06.50 น. สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ
7.  เพลงประจำรายการ

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • อาคารอนุรักษ์
  • ทำเนียบอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • ค่านิยมหลัก
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน
    ฐานข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional