Sorry, your browser does not support JavaScript!
W3C
fontsizes fontsizem fontsizel
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์



การบัญชีและสอบบัญชี

 
โดย วัลดี แก้วพรหม
         
          เศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทย ไตรมาสที่ 4/2558 ธุรกิจขยายตัว 1.93 % เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3/2558
 
เศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้น โดยรวบรวมข้อมูลจาก งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้ว ประมวลผล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ธุรกิจภาคสหกรณ์ไทยทั่วประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 11,139 แห่ง แยกเป็น กลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตร (การเกษตร ประมง นิคม) จำนวน 3,854 แห่ง, กลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตร (ร้านค้า บริการ ออมทรัพย์ เครดิต ยูเนี่ยน) จำนวน 3,152 แห่ง และกลุ่มเกษตรกรจำนวน 4,133 แห่ง สมาชิกผู้รับบริการรวมทั้งสิ้น 12.47 ล้านคน คิดเป็น 18.98 % ของประชากรไทยทั้งประเทศ ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรสูงสุด 54.14 % ในระบบสหกรณ์มีทุนดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 2.53 ล้านล้านบาท
 
 
 
         
          สหกรณ์ภาคการเกษตร(การเกษตร ประมง นิคม) ธุรกิจขยายตัว 0.48 % ในไตรมาสก่อนหดตัว 0.05 % มีมูลค่าธุรกิจรวม 326,247 ล้านบาท โดยธุรกิจสินเชื่อมีมูลค่าสูงสุด 95,906 ล้านบาท (29.40 %) คิดเฉลี่ยต่อสมาชิกคนละ 14,200 บาท รองลงมาเป็น ธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลิตผล (26.73 %) ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย (21.07 %) ธุรกิจรับฝากเงิน (22.58 %) และธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตร (0.22 %) สร้างรายได้รวมทั้งสิ้น 182,096 ล้านบาท สูงสุดของภาคสหกรณ์ไทย มีค่าใช้จ่ายรวม 178,553 ล้านบาท คิดเป็น 98.05 % ของรายได้รวมทั้งสิ้น และมีกำไรสุทธิรวม 3,543 ล้านบาท สมาชิกมีเงินออมเฉลี่ยคนละ 16,805 บาท (ขยายตัว 0.17 %) ขณะที่หนี้สินเฉลี่ยคนละ 23,446 บาท (ขยายตัว 0.15 %) โดยหนี้สินเฉลี่ยคิดเป็น 1.40 เท่าของเงินออมเฉลี่ย
 
          หากพิจารณาธุรกิจ ตามประเภทสหกรณ์จะเห็นว่า สหกรณ์การเกษตรบริหารจัดการธุรกิจมีมูลค่าสูงสุด 3.09 แสนล้านบาท คิดเป็น 94.97 % ของมูลค่าธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรรวมทั้งสิ้น
 
 
         สหกรณ์นอกภาคการเกษตร (ร้านค้า บริการ ออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน) ธุรกิจขยายตัว 2.22 % ในไตรมาสก่อนขยายตัว 0.26 % มีมูลค่าธุรกิจรวม 1.74 ล้านล้านบาท โดยธุรกิจสินเชื่อมีมูลค่าสูงสุด 1.10 ล้านล้านบาท (63.16 %) คิดเฉลี่ยต่อสมาชิกคนละ 213,120 บาท รองลงมาเป็น ธุรกิจรับฝากเงิน (35.97 %) และอื่นๆ (0.87 %) สร้างรายได้รวมทั้งสิ้น 150,615 ล้านบาท มากเป็นอันดับสอง รองจากธุรกิจกลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตร มีค่าใช้จ่ายรวม 83,274 ล้านบาท คิดเป็น 55.29 % ของรายได้รวมทั้งสิ้น ทำกำไรสุทธิสูงสุดของภาคสหกรณ์ไทย 67,341 ล้านบาท คิดเป็น 94.83 % ของกำไรสุทธิรวมทั้งระบบ สมาชิกมีเงินออมเฉลี่ยคนละ 303,148 บาท (ขยายตัว 2.42 %) ส่วนหนี้สินเฉลี่ยคนละ 329,829 บาท (ขยายตัว 2.17 %) โดยหนี้สินเฉลี่ย คิดเป็น 1.08 เท่าของเงินออมเฉลี่ย
 
          หากพิจารณาธุรกิจตามประเภทสหกรณ์ จะเห็นว่า สหกรณ์ออมทรัพย์มีการบริหารจัดการธุรกิจมูลค่าสูงสุด 1.68 ล้านล้านบาท คิดเป็น 81.41 % ของมูลค่าธุรกิจสหกรณ์นอกภาคการเกษตรรวมทั้งสิ้น
 
 
          กลุ่มเกษตรกร ธุรกิจหดตัว 0.05 % ในไตรมาสก่อนหดตัวที่ 7.71 % มีมูลค่าธุรกิจรวมทั้งสิ้น 8,204 ล้านบาท โดยธุรกิจรวบรวม/แปรรูปผลิตผลมีมูลค่าสูงสุด 5,124 ล้านบาท (62.46 %) คิดเฉลี่ยต่อสมาชิกคนละ 9,324 บาท รองลงมาเป็น ธุรกิจสินเชื่อ (23.12 %) ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย (11.43 %) และอื่นๆ (2.99 %) สร้างรายได้รวมทั้งสิ้น 6,536 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายรวม 6,409 ล้านบาท คิดเป็น 98.05 % ของรายได้ทั้งสิ้น ทำกำไรสุทธิรวม 127 ล้านบาท สมาชิกมีเงินออมเฉลี่ยคนละ 1,927 บาท (ขยายตัว 0.31 %) และมีหนี้สินเฉลี่ย คนละ 3,818 บาท (ขยายตัว 0.44 %) โดยหนี้สินเฉลี่ยคิดเป็น 1.98 เท่าของเงินออมเฉลี่ย ซึ่งเป็นอัตราค่อนข้างสูง
          สำหรับธุรกิจของภาคสหกรณ์ไทยทั้งระบบ ในไตรมาส 4/2558 การลงทุนในธุรกิจที่สำคัญของภาคสหกรณ์ไทย 5 ธุรกิจหลัก เพื่อให้บริการแก่สมาชิก ประกอบด้วย 1) ธุรกิจสินเชื่อ 2) ธุรกิจรับฝากเงิน 3) ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย 4) ธุรกิจรวบรวม/แปรรูปผลิตผล และ5) ธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตร สร้างมูลค่าธุรกิจรวม 2.08 ล้านล้านบาท ขยายตัว 1.93 % จากไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา โดยธุรกิจสินเชื่อมีมูลค่าสูงสุด 1.20 ล้านล้านบาท (ขยายตัว 2.05 %) จำแนกตามธุรกิจ ดังนี้
 
 
 
 
 

 

          1) ธุรกิจสินเชื่อขยายตัว 2.05 % ในไตรมาสก่อนขยายตัว 0.36 % มีการให้สินเชื่อรวมทั้งสิ้น 1.20 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 57.71 % ของมูลค่าธุรกิจสินเชื่อรวมทั้งสิ้น เฉลี่ยเดือนละ 99,977 ล้านบาท คิดเฉลี่ยต่อสมาชิกคนละ 96,180 บาทต่อปี โดยเป็นธุรกิจสินเชื่อจากกลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตร มีมูลค่าธุรกิจสูงสุด 1.10 ล้านล้านบาท คิดเป็น 92 % ของมูลค่าธุรกิจสินเชื่อรวมทั้งสิ้น สมาชิกมีหนี้เงินกู้ยืมเฉลี่ยคนละ 213,120 บาท สำหรับกลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตร มีมูลค่าธุรกิจสินเชื่อจำนวน 9.59 หมื่นล้านบาท สมาชิกมีหนี้เงินกู้ยืมเฉลี่ยคนละ 14,200 บาท
          2) ธุรกิจรับฝากเงิน ขยายตัว 2.20 % ในไตรมาสก่อนขยายตัว 0.63 % มีเงินรับฝากเป็นมูลค่ารวม 701,444 ล้านบาท คิดเฉลี่ยเงินรับฝากเดือนละ 58,454 ล้านบาท โดยเป็นเงินรับฝากจากกลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตร มีมูลค่าสูงสุด 627,540 ล้านบาท คิดเป็น 89.46 % ของเงินรับฝากรวมทั้งสิ้น สมาชิกมีเงินฝากเฉลี่ย คนละ 121,371 บาท สำหรับกลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตร มีมูลค่าธุรกิจเงินรับฝากจำนวน 73,686 ล้านบาท สมาชิกมีเงินฝากเฉลี่ยคนละ 10,910 บาท
          3) ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย หดตัว 0.03 % ในไตรมาสก่อนหดตัว 4.01 % มีมูลค่าธุรกิจจัดหา สินค้ามาจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 79,650 ล้านบาท คิดเฉลี่ยเดือนละ 6,637 ล้านบาท โดยกลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตร ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายมูลค่าสูงสุด 68,733 ล้านบาท คิดเป็น 86.29 % สำหรับกลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตร มีธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายจำนวน 9,979 ล้านบาท คิดเป็น 12.53 % ของมูลค่าธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายทั้งระบบ
          4) ธุรกิจรวบรวม/แปรรูปผลิตผล ขยายตัว 0.29 % ในไตรมาสก่อนหดตัว 1.71 % เป็นผลมาจากการให้สินเชื่อ และการดูแลช่วยเหลือเกษตรกรของภาครัฐ มีมูลค่าการรวบรวม/แปรรูปผลิตผลทั้งสิ้น 96,318 ล้านบาท คิดเฉลี่ยเดือนละ 8,027 ล้านบาท โดยกลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตรมีมูลค่ารวบรวม/แปรรูปผลิตผลสูงสุด 87,214 ล้านบาท คิดเป็น 90.55 % สำหรับกลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตรมีมูลค่าธุรกิจรวบรวม/แปรรูปผลิตผลจำนวน 3,979 ล้านบาท คิดเป็น 4.13 % ของมูลค่าธุรกิจรวบรวม/แปรรูปผลิตผลทั้งระบบ
         5) ธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตร หดตัวเล็กน้อย 0.01 % ในไตรมาสก่อนหดตัว 4.22 % มีมูลค่าธุรกิจรวมทั้งสิ้น 1,874 ล้านบาท คิดเฉลี่ยเดือนละ 157 ล้านบาท โดยกลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตร มีมูลค่าธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตรสูงสุด 1,140 ล้านบาท คิดเป็น 60.80 % สำหรับกลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตรมีมูลค่าธุรกิจจำนวน 707 ล้านบาท คิดเป็น 37.75 % ของมูลค่าธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตรทั้งระบบ
 
          ส่วนผลการดำเนินงาน ในไตรมาสที่ 4/2558 สามารถทำกำไรได้ทุกกลุ่มทั้งสหกรณ์ภาคการเกษตร, สหกรณ์นอกภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกร มีกำไรสุทธิขยายตัว 3.37 % ในไตรมาสก่อนหดตัว 1.60 % โดยมีผลกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 71,011 ล้านบาท กลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตรทำกำไรสุทธิสูงสุด 67,341 ล้านบาท คิดเป็น 94.83 % ของกำไรสุทธิทั้งระบบ โดยมีรายได้ขยายตัว 1.14 % มากกว่าค่าใช้จ่ายที่ขยายตัว 0.57 %
 
          บทสรุป ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4 สุดท้ายของปี 2558 ธุรกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น จากไตรมาสที่ 3/2558 สามารถสร้างรายได้ และทำกำไรทั้งกลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตร และกลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกร สมาชิกกลุ่มสหกรณ์ภาคการเกษตรมีการออมเงินเฉลี่ยขยายตัว 0.17 % มากกว่าหนี้สินเฉลี่ยขยายตัวที่ 0.15 % เช่นเดียวกับกลุ่มสหกรณ์นอกภาคการเกษตรมีการออมเงินเฉลี่ยขยายตัว 2.42 % มากกว่าหนี้สินเฉลี่ยขยายตัวที่ 2.17 % แต่สำหรับกลุ่มเกษตรกรมีการออมเงินเฉลี่ยขยายตัว 0.31 % น้อยกว่าหนี้สินเฉลี่ยขยายตัวที่ 0.44 %
 
-------------------------------------
 
 
ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
Learning English : ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (22/03/2550)
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปี 2555
"อ้อย"รวบรวมผลผลิตขยายตัว 26.43%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 2/2558
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตในสหกรณ์ได้อย่างไร
มิติทางการเงินที่มีผลต่อหนี้สินของสหกรณ์ประมงในประเทศไทย
รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 4/2555
ครัวเรือนภาคสหกรณ์ออมเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12.34%
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาส 3/2557
เสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2556
บัญชีต้นทุนประกอบอาชีพช่วยเกษตรกรเรื่องภาษีได้
"เงินออมภาคสหกรณ์ไทย ปี 2559"
“ขนิษฐา มะโนสมบัติ”ครูบัญชีอาสา จังหวัดเชียงรายใช้ศาสตร์พระราชานำทางชีวิต พลิกวิกฤตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยไตรมาสที่ 4/2558
ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทย ตลอดปี 2558
จำนวนคนอ่าน 13703 คน จำนวนคนโหวต 3 คน

  จำนวนคนโหวต 3 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
 
67%
  ให้ 2 คะแนน
0%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
0%
  ให้ 5 คะแนน
 
33%

เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • ทำเนียบ / สถานที่ตั้ง
  • ผังโครงสร้างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์
  • อาคารอนุรักษ์
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเงิน

    ระเบียบ

    สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
    ศูนย์บริการประชาชน (Call Center) 0 2016 8888 โทรสาร 0 2282 0889
     

     

     

     

     

     

     

    Valid HTML 4.01 Transitional