พ่อหลวงจีต ปุญญสโร
วัดถ้ำเขาพลู อ.ปะทิว จ.ชุมพร
 
 
         เดิมชื่อ  นายจีต  หมื่นณรงค์ เป็นบุตรของพ่อลิ้น - แม่นุ้ย  หมื่นณรงค์  มีพี่น้อง 3 คน  เป็นชายทั้งหมด ท่านเป็นคนสุดท้อง  ชาตะ วันพฤหัสบดี เดือน 9 ปีฉลู พ.ศ. 2419  อยู่บ้านนาหงษ์  ตำบลคลองหนาม  อำเภอคลองท่อม  จังหวัดกระบี่  อายุ 21 ปี (พ.ศ. 2440) ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดใหม่ท่าข้าม  โดยมีท่านเจ้าคุณธรรมมุนีฯ เป็นพระอุปัชฌาย์  ท่านแดงเป็นพระกรรมวาจาจารย์  และท่านเพ็ชรฯ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีฉายาว่า "ปุญญสโร"
         ได้บวชเรียนศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดอยู่กับพระอาจารย์แสง วัดบ่อป่า อ.เมือง จ.สงขลา หลังจากมีความสามารถพอสมควรก็ขออนุญาตอาจารย์ออกธุดงค์  เที่ยวรุกขมูลไปทางนครศรีธรรมราช  ภูเก็ต  กระบี่  ชุมพร  ระนอง  และกลับมาถึงชุมพร ในปี พ.ศ. 2466  จนมาเจอถ้ำเขาพลู ต.ชุมโค อ.ปะทิว พบถ้ำที่เป็นที่สัปปายะ (สบาย) มีน้ำใช้น้ำฉันอยู่บนถ้ำโดยธรรมชาติตกแต่งไว้บริบูรณ์  ภูมิประเทศน่าอยู่ หมู่บ้านไม่ใกล้ไม่ไกล  สะดวกในการโคจรบิณฑบาต  ผู้คนไม่พลุกพล่านเงียบสงัด เหมาะสำหรับเป็นที่อยู่ปฏิบัติรักษาพรตพรหมจรรย์ (ศีลบริสุทธ์)  ท่านจึงอยู่เจริญสมณธรรมที่วัดถ้ำเขาพลู  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ก่อนที่พ่อหลวงจีตจะมาพำนักที่วัดถ้ำเขาพลู  ก็พบว่าวัดถ้ำเขาพลูสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2325  ภายในถ้ำใหญ่มีพระพุทธรูปปั้นแบบมารวิชัย หน้าตักกว้าง 80 ซม. สูง 120 ซม.  ชาวบ้านเรียกว่า พระหลักเมือง
          สำหรับพ่อหลวงจีต  เป็นพระภิกษุที่ตั้งมั่นเคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่งท่านรักษาศีล 227 ข้อ ตามพุทธบัญญัติที่สงฆ์ต้องปฏิบัติ  โดยเคร่งครัดเพื่อมิให้มีความมัวหมอง  ในข้อใด ๆ ท่านมีจริยวัตรอันงดงาม  มีเมตตาจิตและเมตตาธรรมสูง  มีความมัธยัสถ์เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ที่ได้พบเห็น เป็นเนื้อนาบุญที่ดีงาม  ไม่เห็นแก่ลาภยศ  ไม่หยิบต้องเงินทอง  ท่านสั่งสอนลูกหลานและญาติโยมทั้งหลายให้ตั้งอยู่ในความดี  ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน  ให้มีความโอบอ้อมอารี  จึงทำให้อำเภอปะทิวเป็นเมืองที่อยู่อย่างร่มเย็นตลอดมา
          และเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2502 ท่านอายุได้ 83 ปี ได้เริ่มอาพาธ  บอกวันเวลาที่จะดับละสังขาร สั่งลูกศิษย์ให้มาขอขมาวันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2502 และวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2502 เวลา 19.25 น. พ่อหลวงจีตก็ละสังขารมรณะภาพลง
         กิจวัตร 10 ประการสำหรับภิกษุที่บวชวัดถ้ำเขาพลูต้องถือปฏิบัติ ของพ่อหลวงจีต
          1. ต้องลงโบสถ์
          2. บิณฑบาตเลี้ยงชีพ
          3. สวดมนต์ไหว้พระ
          4. กวาดวิหาร ลานพระเจดีย์
          5. รักษาผ้าครอง (สังฆาฎี)
          6. อยู่ปริวาสกรรม
          7. โกนหนวด ปลงผม
          8. ศึกษาสิกขาบทหรือนวโกวาทและปฏิบัติพระอาจารย์
          9. เทศนาบัตร
          10. พิจารณาปัจจะเวกทั้ง 4 (อะตีตะปัจจะเวกขะณะวิธี)
          วัติปฏิบัติอันน่าเลื่อมใส
          หลังจากบิณฑบาตกลับถึงวัดจะถ่ายอาหารออกจากบาตรใส่กาละมังไว้  ท่านจะหยิบอาหารแต่ละชนิดในปริมาณน้อยลงรวมในบาตรคลุกเคล้าอาหารทั้งคาวหวานไปด้วยกัน  หยิบปั้นต้องพอดีคำระหว่างฉันก็ใช้มืออีกข้างรองด้านล่างกันอาหารตกหล่นลงในบาตร  ฉันอาหารมื้อเดียว  สิ่งของที่มีเมล็ดงอกไม่ฉัน หมาก บุหรี่ ชา กาแฟ ก็ไม่แตะต้อง
          สำหรับการสรงน้ำในสมัยโบราณก็สรงน้ำบ่อตักใส่ในกระป๋องหรือโอ่งน้ำแล้วนุ่งผ้าชุบอาบ  ท่านจะไม่ใช้สบู่เพราะเป็นของหอม  เวลาแปรงฟันได้ใช้ไม่ขี้แรดซึ่งนำมาจากบนเขาทำเป็นด้ามแปรง  ส่วนด้านปลายทุบให้แตกเป็นเสี้ยน ๆ แล้วมัดเสี้ยนเหมือนดอกไม้กวาดใช้เป็นแปรงสำหรับสีฟัน
          สำหรับช่วงกลางคืนท่านจำวัดคืนละประมาณ 2 - 3 ชม. เท่านั้น  เวลานอนจำวัดท่านจะนอนตะแคงทางด้านซ้ายหรือขวา  เมื่อรู้สึกก็พลิกตัวนอนตรง ๆ ท่านจะตื่นลุกขึ้นนั่งทันทีแล้วกล่าว "ฆเฏสิ ฆเฏสิ กิงการะณา ฆะเฏสิ อะหังปิ ตัง ชานามิ ชานามิ" จำนวน 3 ครั้ง  หลังจากนั้นท่านจะสวดมนต์บำเพ็ญภาวนาอยู่เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง  หลังจากนั้นท่านจะพักผ่อนหลับไปประมาณ 1 - 2 ชม. ก็จะตื่นและสวดมนต์ภาวนาอีกเป็นกิจวัตรประจำทุก ๆ คืน
 

 

 

sanook

kapook

mthai

hunsa

teenee

bloggang
          
          

สำนักนายกรัฐมนตรี

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กระทรวงกลาโหม

กระทรวงการคลัง

กระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
 

กระทรวงคมนาคม
 
 

กระทรวงพลังงาน

กระทรวงพาณิชย์

กระทรวงมหาดไทย

กระทรวงยุติธรรม

กระทรวงแรงงาน

กระทรวงวัฒนธรรม

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงอุตสาหกรรม

 
WEB DESIGN BY CORRESPONDENCE : 2011