กรมตรวจบัญชีสหกรณ์


อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
 
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข
แนวทางการปฏิบัติงาน
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗
สายตรง อตส.
 
บทความที่น่าสนใจ
 
 
GES Survey Online
Cad conferance
แบบสำรวจ

 

ชื่อรายการ

คลื่นเกษตรกร
ตอนที่ 54/2553
ชื่อตอน
บัญชีครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน
วันที่ออกอากาศ

19 ตุลาคม 2553

เวลาที่ออกอากาศ 10.30 - 11.00 น.
เขียนบทรายการ นางบุษกร ศิริมงคล
นางสาววินิตยา สมบุญ
ผู้ดำเนินรายการ นางบุษกร ศิริมงคล
นางสาววินิตยา สมบุญ
วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการทำบัญชี
2. เพื่อให้ประชาชนนำบัญชีมาปรับใช้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
3. เพื่อเผยแพร่ภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย เกษตรกรและบุคคลทั่วไป
รูปแบบรายการ รายการสนทนา

ความยาว

30 นาที
บทย่อ

       นำเสนอเรื่องบัญชีครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน และเกร็ดสาระเรื่องไข่ดิบ
บำรุงร่างกายจริงหรือ
       ช่วงที่สองของรายการนำเสนอ เกร็ดสาระน่ารู้เรื่อง ลดกินเนื้อวัวเนื้อแกะเท่ากับ ลดอัตราเสี่ยง
ตายลงมากถึง 1 ใน 3 ยกตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จจาการจดบันทึกบัญชีครัวเรือน จำนวน
2 ราย
ลำดับรายการ
1. เพลงประจำรายการ
1
นาที
2. ผู้ดำเนินรายการกล่าวเปิดรายการและนำเข้าสู่เนื้อหา
3
นาที
3. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่ 1
10
นาที
4. เพลงคั่นรายการ
3
นาที
5. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่ 2
10
นาที
6. ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุปและปิดรายการ
2
นาที
7. เพลงประจำรายการ
1
นาที
รวม
30

นาที

บทสมบูรณ์

1. เพลงประจำรายการคลื่นเกษตรกรดังขึ้นแล้วลดลงคลอนิดหน่อยแล้วเงียบ
2. ผู้ดำเนินรายการกล่าวเปิดรายการ
อร :
สวัสดีค่ะ ต้อนรับท่านผู้ฟังเข้าสู่รายการคลื่นเกษตรกรกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
ค่ะ วันนี้วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2553 ค่ะพบกับดิฉันวินิตยา สมบุญ
ดำเนินรายการค่ะ
3. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเรื่องที่ 1
อร :
วันเปิดรายการคนเดียวนะคะ เนื่องจากพี่อ้วนติดราชการด่วน แต่สัญญาว่า
สัปดาห์หน้ากลับมา พบกับท่านผู้ฟังแน่นอนค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะวันนี้อรก็มีสาระ
น่ารู้มาฝากกันเช่นเคยค่ะ เริ่มกันที่เรื่อง บัญชีครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต
จดแล้วไม่จน จากสภาวะสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยกระแสวัตถุนิยม และความ
ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ จนทำให้คนไทยหลงเดินทางผิดไปตามกระแสนิยมจนกลาย
เป็นปัญหา โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินที่ไม่มีวันจบสิ้น อย่างไรก็ตามคนไทยยังมี
ทางออก ซึ่งการจะดำรงชีวิตให้อยู่รอดภายใต้สังคมในปัจจุบัน แนวทางหนึ่งที่
ประชาชนไทยควรยึดถือคือการพึ่งตนเอง รู้จักความพอประมาณ และไม่ประมาท
ตามแนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรง
มองเห็นถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง รู้จักความพอมีพอกิน
พอมีพอใช้ คำนึงถึงหลักเหตุผลและการประมาณตนเอง พร้อมกับทรงเตือนสติ
ประชาชนคนไทยไม่ให้ประมาท โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินอันเป็นปัจจัยสำคัญ
ในการดำเนินชีวิต
        การทำบัญชี คือ การจดบันทึก ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขปัจจัยในการดำรง
ชีวิตของตัวเอง และภายในครอบครัว ชุมชน รวมถึงประเทศ ข้อมูลที่ได้จาก
การบันทึกจะเป็นตัวบ่งชี้อดีตปัจจุบันและอนาคตของชีวิตของตัวเอง สามารถ
นำข้อมูลอดีตมาบอกปัจจุบันและอนาคตได้ ข้อมูลที่ได้ ที่บันทึกไว้ จะเป็น
ประโยชน์ต่อการวางแผนชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต ในครอบครัวในประเทศ
ได้
       บัญชีครัวเรือน มิได้หมายถึง การทำบัญชีหรือบันทึกรายรับรายจ่ายประจำ
วันเท่านั้น แต่อาจหมายถึงการบันทึกข้อมูลด้านอื่น ๆ ในชีวิต ในครอบครัวของ
เราได้ด้วย เช่น บัญชีทรัพย์สิน พันธุ์พืช พันธุ์ไม้ ในบ้านเราในชุมชนเรา บัญชี
ความรู้ความคิดของเรา บัญชีผู้ทรงคุณ ผู้รู้ในชุมชนเรา บัญชีเด็กและเยาวชน
ถือเป็นภูมิปัญญาบัญชีด้านต่าง ๆ ของเรา เป็นต้น หมายความว่า สิ่งหรือเรื่องราว
ต่าง ๆ ในชีวิตของเรา เราจดบันทึกได้ทุกเรื่อง หากประชาชนทุกคนจดบันทึกจะมี
ประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ จะเป็นแหล่งเรียนรู้ ครอบครัว
เรียนรู้ ชุมชนเรียนรู้ และประเทศเรียนรู้ การเรียนรู้เป็นที่มาของปัญญา ปัญญา
เป็นที่มาของความเจริญทั้งกาย สังคม ใจ และจิตวิญญาณของมนุษย์จะเห็นว่า
การทำบัญชี หรือการจดบันทึกนี้สำคัญยิ่งใหญ่มาก บุคคลสำคัญในประเทศ
หลายท่านเป็นตัวอย่างที่ดีของการจดบันทึก เช่น ท่านพุทธทาส ในหลวง และ
สมเด็จพระเทพ ล้วนเป็นนักบันทึกทั้งสิ้น การบันทึก คือ การเขียน เมื่อมีการ
เขียนย่อมมีการคิด เมื่อมีการคิดย่อมก่อปัญญา แก้ไขปัญหาได้โดยใช้เหตุผล
วิเคราะห์พิจารณา ได้ถูกต้อง นั่นคือ ทางเจริญของมนุษย์
       การทำบัญชีครัวเรือนในด้านเศรษฐกิจ หรือการบันทึกรายรับรายจ่ายที่
ทางราชการพยายามส่งเสริมให้ประชาชนได้ทำกันนั้น ก็เป็นเรื่องการบันทึก
รายรับรายจ่ายประจำวันประจำเดือนว่า มีรายรับจากแหล่งใดบ้าง จำนวนเท่าใด
มีรายจ่ายอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด ในแต่ละวัน สัปดาห์ เดือน และ ปี เพื่อจะได้
เห็นภาพรวมว่าตนเองและครอบครัวมีรายรับเท่าใด รายจ่ายเท่าใด คงเหลือ
เท่าใด หรือเงินไม่พอใช้เท่าใด คือ รายจ่ายมากกว่ารายรับ และสำรวจว่ารายการ
ใดจ่ายน้อยจ่ายมาก จำเป็นน้อยจำเป็นมาก จำเป็นน้อย อาจลดลง จ่ายเฉพาะ
ที่จำเป็นมาก เช่น ซื้อกับข้าว ซื้อยา ซื้อเสื้อผ้า ซ่อมแซมบ้าน การศึกษา เป็นต้น
ส่วนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้ลด ละ เลิก เช่น ซื้อบุหรี่ ซื้อเหล้า เล่นการพนัน
เป็นต้น เมื่อนำรายรับ รายจ่าย มาบวกลบกันแล้วขาดดุลเกินดุลไปเท่าใด เมื่อ
เห็นตัวเลข จะทำให้เราคิดได้ว่าสิ่งไม่จำเป็นนั้นมีมากหรือน้อยสามารถลดได้
หรือไม่ เลิกได้ไหม ถ้าไม่ลดไม่เลิกจะเกิดอะไร กับตัวเอง ครอบครัว ชุมชน
และประเทศ หากเราวางแผนการรับการจ่ายเงินของตนเองได้ เท่ากับว่ารู้จัก
ความเป็นคนได้พัฒนาตนเองให้เป็นคนมีเหตุมีผล เป็นคนรู้จักพอประมาณ เป็น
คนรักตนเอง รักครอบครัว รักชุมชน และรักประเทศชาติมากขึ้นจะเห็นได้ว่า
การทำบัญชีครัวเรือน ในเรื่องรายรับรายจ่าย ก็คือวิถีแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนา
ชีวิต ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั่นเอง เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เพราะว่าคือ ปรัชญาชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม พอดี สอดคล้องถูกต้องตาม
กฎธรรมชาติที่มีทั้งความเป็นเอกภาพและดุลยภาพอยู่เสมอ
       การทำบัญชีครัวเรือนเป็นการจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวันของ
ครัวเรือน และสามารถนำข้อมูลมาวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคตได้อย่าง
เหมาะสม ทำให้เกิดการออม การใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย
ดังนั้นการทำบัญชีครัวเรือนมีความสำคัญดังนี้
       1. ทำให้ตนเองและครอบครัวทราบรายรับ รายจ่าย หนี้สิน และเงินคงเหลือ
ในแต่ละวัน
       รายรับหรือ รายได้ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่ได้รับจากการ
ประกอบอาชีพ หรือผลตอบแทนที่ได้รับจากการให้ผู้อื่นใช้สินทรัพย์ หรือ ผล
ตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น รายได้จากค่าจ้างแรงงาน เงินเดือน
ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากธนาคาร หรือ จากเงินให้กู้ยืม รายได้จากการขายสินค้า
หรือบริการ เป็นต้น
       รายจ่ายหรือ ค่าใช้จ่าย คือ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่จ่าย
ออกไปเพื่อให้ได้สิ่งตอบแทนกลับมา สิ่งตอบแทนอาจเป็นสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟฟ้า (ค่าสาธารณูปโภค) ค่าน้ำมัน ค่าหนังสือตำรา เป็นต้น
หรือรายจ่าย อาจไม่ได้รับสิ่งตอบแทน คือสินค้าหรือบริการก็ได้ เช่น เงินบริจาค
เพื่อการกุศล เงินทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เป็นต้น
       หนี้สินคือ ภาระผูกพันที่ต้องชดใช้คืนในอนาคต การชดใช้อาจจ่ายเป็นเงิน
หรือของมีค่าที่ครอบครัวหรือตนเองมีอยู่ หนี้สินเป็น เงินหรือสิ่งของที่มีค่าที่
ครอบครัวหรือตนเองได้รับมาจากบุคคลหรือแหล่งเงินภายนอก เช่น การกู้ยืมเงิน
จากเพื่อนบ้าน การกู้ยืมเงินจากกองทุนต่างๆ การซื้อสินค้าหรือบริการเป็นเงินเชื่อการซื้อสินทรัพย์เป็นเงินผ่อนชำระ หรือการเช่าซื้อ เป็นต้น เงินคงเหลือ คือ
เงิน หรือ ทรัพย์สินที่วัดมูลค่าได้ หลังจากนำรายรับลบด้วยรายจ่ายแล้วปรากฏ
รายรับมากกว่ารายจ่ายจะทำให้มีเงินคงเหลือ หรือในหลักทางบัญชีเรียกว่า กำไร
แต่หากหลังจากนำรายรับลบด้วยรายจ่ายแล้วปรากฏว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับ
จะทำให้เงินคงเหลือติดลบหรือทางบัญชีเรียกว่าขาดทุน นั่นเอง
       2. นำข้อมูลการใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมาจัดเรียงลำดับความสำคัญ
ของรายจ่าย และวางแผนการใช้จ่ายเงิน โดยพิจารณาแต่ละรายการในแต่ละวัน
มีรายจ่ายใดที่มีความสำคัญมาก และรายจ่ายใดไม่จำเป็นให้ตัดออก เพื่อให้การ
ใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมีพอใช้และเหลือเก็บเพื่อการออมทรัพย์สำหรับใช้
จ่ายสิ่งที่จำเป็นในอนาคต บัญชีครัวเรือนถือเป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติตามแนว
เศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดหลัก 3 ข้อคือ การพอประมาณ ถ้ารู้รายรับรายจ่าย
ก็จะใช้แบบพอประมาณ แต่ มีเหตุผล รู้ว่ารายจ่ายใดจำเป็นไม่จำเป็น และเมื่อ
เหลือจากใช้จ่ายก็เก็บออม นั่นคือภูมิคุ้มกัน ที่เอาไว้คุ้มกันตัวเราและครอบครัว
บัญชีครัวเรือนสามารถจัดได้หมด จึงนับว่ามีประโยชน์มาก
       ข้อควรระวังในการจัดทำบัญชีครัวเรือน คือ ลืมบันทึกบัญชี ทำให้ขาดความ
ต่อเนื่องใน การบันทึก และส่งผลให้ไม่อยากบันทึก ผู้จัดทำเข้าใจผิดในรายการ
บัญชี ไม่เข้าใจรายการที่เป็นรายรับ จึงไม่ได้บันทึกบัญชี เช่น ลูกส่งเงินมาให้
พ่อแม่สำหรับใช้จ่ายทุกวันสิ้นเดือน แต่พ่อแม่ไม่ได้บันทึกบัญชีรายรับเนื่องจาก
เข้าใจว่าเงินที่ได้รับมานั้นมิได้เกิดจากการประกอบอาชีพของตนเองหรือ เข้าใจ
ผิดรายการหนี้สินแต่บันทึกว่าเป็นรายรับ ทำให้มิได้เก็บเงินไว้สำหรับจ่ายชำระหนี้
ในอนาคต เช่น ยืมเงินจากเพื่อนบ้านมาใช้จ่ายภายในครอบครัว ถึงแม้จะได้รับ
เงินมาแต่รายการดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นรายรับเนื่องจากตนเองมีภาระผูกพันที่
ต้องชดใช้ในอนาคต ซึ่งอาจต้องชดใช้เงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยด้วย จากสาเหตุ
ดังกล่าวอาจทำให้ครอบครัววางแผนการใช้จ่ายเงินผิดพลาด
       ส่วนข้อผิดพลาดอีกประการหนึ่งคือ การเขียนชื่อรายการผิด การบันทึก
ตัวเลขผิด การบวกหรือการลบจำนวนเงินผิดอาจเกิดจากการลืมจดบันทึกรายการ
บัญชี หรือบันทึกรายการซ้ำ ๆ กันหลายรายการ ปัญหาดังกล่าวแก้ไขโดยการ
คำนวณจำนวนเงินกระทบยอดเงินคงเหลือในบัญชีกับยอดเงินฝากธนาคารที่
ครอบครัวมีอยู่จริง หรือยอดเงินที่เก็บไว้สำหรับใช้จ่ายจริง หากพบว่ายอดเงิน
คงเหลือในบัญชีเท่ากับยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคาร แสดงว่าการ
จัดทำบัญชีถูกต้อง แต่หากกระทบยอดแล้วยอดเงินทั้งสองไม่เท่ากันอาจเกิด
จากการบันทึกบัญชีผิดพลาด หรือเงินสดของครอบครัวสูญหาย นะคะ มาถึง
ตอนนี้แล้วท่านผู้ฟังหลายท่านอาจนึกในใจแล้วว่าการจดบันทึกเป็นสิ่งที่สำคัญ
และจำเป็นมากสำหรับการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี การเงินขาด
สภาพคล่องด้วยแล้วละก็คิดว่าหลายท่านคงอยากจะหันมาจดบันทึกรายรับและ
รายจ่ายกันบ้างแล้วนะคะ
       การวางแผนการใช้จ่ายเงินให้เหมาะสมระหว่างรายรับและรายจ่าย
ครอบครัวต้องมีรายรับมากกว่ารายจ่าย หากพบว่ารายรับน้อยกว่ารายจ่าย
ต้องหาแนวทางนำเงินมาใช้จ่ายให้เพียงพอ โดยอาจต้องกู้ยืมเงินมาใช้จ่าย
แต่การกู้ยืมเงินไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพียงแต่ช่วยให้การใช้
จ่ายมีสภาพคล่องชั่วขณะเท่านั้น และในระยะยาวยังส่งผลให้ครอบครัวมีภาระ
หนี้สินจำนวนมากทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยซึ่งจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามระยะเวลา
ที่ยาวนานในการกู้ยืมเงิน เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก สำหรับการแก้ไขปัญหาการ
ขาดสภาพคล่องในการใช้จ่ายเงินหรือปัญหารายรับไม่เพียงพอกับรายจ่ายนั้น
มีแนวทางดังนี้
       1. การตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก เพื่อลดภาระการจ่ายเงินออกจาก
ครอบครัว เช่น รายจ่ายเกี่ยวกับการพนัน สิ่งเสพติดของมึนเมา รายจ่ายฟุ่มเฟือย
เป็นต้น เป็นการสร้างนิสัยมิให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
       2. การลดรายจ่ายที่จำเป็นลง เพื่อสร้างนิสัยการประหยัด อดออม การใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างคุ้มค่า เช่น การปลูกผัก ผลไม้ไว้รับประทานเอง
เพื่อช่วยลดค่าอาหาร และค่าเดินทางไปตลาด อีกทั้งทำให้สุขภาพดีอีกด้วย
ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแล้วหันมาออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน หรือ
การเดิน การวิ่งแทนการขับรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ เป็นต้น
       3. การเพิ่มรายรับ หารายได้เสริมนอกเวลาทำงานปกติ เช่น การใช้เวลาว่าง
รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า การขายอาหารหลังเลิกงาน การปลูกผัก หรือเลี้ยงสัตว์ไว้
ขาย เป็นต้น
       4. การทำความเข้าใจกันภายในครอบครัวเพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันประหยัด
รู้จักอดออม การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ลด ละ เลิก รายจ่ายหรือสิ่งที่ไม่จำเป็น และ
ช่วยกันสร้างรายรับให้เพียงพอ เหมาะสมกับเศรษฐกิจปัจจุบัน
       การจัดทำบัญชีครัวเรือน หรือ บัญชีรายรับรายจ่ายนี้ ไม่ใช่เป็นแต่เพียง
การจดบันทึกรายการต่าง ๆ ที่เป็นเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสามัคคี
ภายในครอบครัว รู้จักช่วยเหลือแบ่งปันกันในสังคม มีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ซึ่งเกิดจากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากการจดบันทึกข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ทำให้ประชาชนทุกคนรู้จักการบริหารจัดการด้านการเงินและการวางแผนการ
ทำงานทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ การทำบัญชีครัวเรือนทำให้ครอบครัว
มีความสุขใช้ชีวิตโดยยึดหลักความพอเพียง มีเหตุมีผล รู้จักพึ่งพาตนเอง มีความ
พอประมาณ การเงินมีสภาพคล่อง รู้จักการเก็บออม ทุกคนรู้ถึงแหล่งที่มาของ
รายรับและการใช้ไปของค่าใช้จ่ายในแต่ละวันสามารถนำข้อมูลการใช้จ่ายมา
วางแผนบริหารการเงินในอนาคตได้ค่ะ ก่อนที่จะพักฟังเพลงวันนี้ก็มีเรื่องความ
เชื่อ เรื่อง ไข่ดิบบำรุงร่างกายจริงหรือใครนิยมรับประทานไข่ดิบหรือไข่ลวก
เพื่อบำรุงร่าง กาย วันนี้มีข้อเท็จจริงบางอย่างที่อาจทำให้หยุดคิดว่าผลของการ
กระทำเช่นนั้น เป็นเรื่องจริงทางวิทยาศาสตร์หรือไข่เป็นของคู่ครัวคนไทยและจัด
เป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง มีทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามินเอ ธาตุเหล็ก
สังกะสี แต่การที่จะกินไข่ให้ได้ประโยชน์ต้องรู้จักกินครับ เพราะในไข่ขาวที่
ไม่สุกหรือสุก ๆ ดิบ ๆ จะมีสารที่ชื่อว่า อะวิดิน (avidin) สารตัวนี้จะไปจับวิตามิน
ไบโอติน (biotin) ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่ง ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการขาด
ไบโอตินได้ นอกจากนี้การกินไข่ดิบหรือไข่ขาวสุก ๆ ดิบ ๆ อาจทำให้เกิดผลเสีย
ต่อร่างกาย คือย่อยยาก ทำให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนัก ความเชื่อที่ว่ากิน
ไข่ดิบหรือไข่ลวกสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีกำลังวังชานั้น
คงต้องเลิกเชื่อกันได้แล้วค่ะ
4. เพลงคั่นรายการ
5. ผู้ดำเนินรายการนำเสนอเนื้อหาเรื่องที่ 2
อร :
กลับเข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เมื่อช่วงต้นรายการอรก็ได้นำเรื่องราวของการ
จดบันทึกบัญชีครัวเรือนในช่วงนี้ก็เลยอยากจะนำตัวอย่างของบุคคลที่จดบันทึก
บัญชีแล้วประสบความสำเร็จมาเล่าท่านผู้ฟังกันค่ะ แต่ก่อนอื่นว่ามาฟังเกร็ดสาระ
น่ารู้กันก่อนค่ะ เรื่อง ลดกินเนื้อวัวเนื้อแกะเท่ากับ ลดอัตราเสี่ยงตายลงมากถึง
1 ใน 3โรงเรียนการสาธารณสุขฮาร์วาร์ดชื่อดังของสหรัฐฯกล่าวเตือนว่า ผู้หญิง
ไม่ควรจะบริโภคเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อวัว เนื้อแกะซ้ำกันไม่เกินวันละ 2 มื้อ
ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องเสี่ยงกับการเป็นโรคหัวใจสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 นักวิจัยได้ทราบผลจากการศึกษากับสตรี 84,136 คน ที่อยู่ในวัยระหว่าง 30-55 ปี ว่า
ถ้าทำได้เปลี่ยนมากินปลาแทนจะลดความเสี่ยงให้น้อยลงไปได้ร้อยละ 24 หรือ
ถ้าหากกินไก่แทน ก็ยังจะลดไปได้ร้อยละ 19 นักวิจัยอดัม เบิร์นสไตล์ ผู้เรียบ
เรียงรายงานแจ้งว่า ผลการศึกษาแสดงว่า หากกินอย่างอื่นแทน หรือลดปริมาณ
เนื้อสัตว์ประเภทเนื้อวัว เนื้อแกะให้น้อยลง จะได้คุณประโยชน์แก่สุขภาพอย่าง
สำคัญตอบแทนค่ะ นี่ก็เป็นเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นำมาฝากกัน อย่างที่บอกว่าจะมี
บุคคลที่ทำบัญชีครัวเรือนแล้วประสบความสำเร็จวันนี้มาจากจังหวัดฉะเชิงเทราค่ะ คุณสุกัญญา สาแสง คุณสุกัญญาบอกว่า ถ้าทำบัญชีแล้วเห็นความสิ้นเปลืองก็
สามารถปรับลดตัวเองได้ และก็สามารถมีเงินเก็บออมได้เดือนนั้นก็มีความสุข
คุณสุกัญญาบอกว่าแต่เดิมมาจากครอบครัวข้าราชการ บิดา มารดา สามีอาศัย
อยู่ที่จังหวัดราชบุรี หลังจากนั้นก็เริ่มมีปัญหาครอบครัว ธุรกิจก็แย่ต้องขายบ้าน
แล้วก็ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ เริ่ม
ค้าขาย ทำงานให้กับชุมชน เริ่มมีการจดบันทึกบัญชี ทุกบาททุกสตางค์ แต่ก็ยัง
มีรายได้น้อยเพราะว่ามีรายได้เพียงคนเดียวต้องผ่อนบ้านแล้วก็ส่งลูกเรียน
หนังสือด้วย ต่อมาก็ได้ไปเรียนรู้เรื่องของการจดบันทึกบัญชีครัวเรือน และเห็น
ประโยชน์ของการจดบันทึกบัญชี และก็ได้มาเป็นครูบัญชีอาสา แนะนำผู้อื่นต่อ
ไปอีกด้วย แต่ช่วงนั้นชาวบ้านยังไม่เห็นความสำคัญ แต่ก็ยังไม่ย่อท้อ ก็ปฏิบัติ
ตนเป็นตัวอย่างต่อไป จากความมานะพยายามก็ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายจาก
หน่วยงานภาครัฐ เห็นไหมคะท่านผู้ฟังทำดีแล้วก็ต้องได้ดี นี่คือผลจากการจด
บันทึกบัญชีครัวเรือนค่ะ อีกท่านนะคะ จังหวัดจันทบุรี นายสมพงษ์ ธรรมคงทอง
คุณสมพงษ์บอกว่าความภาคภูมิใจก็คือว่าได้เห็นชาวบ้านใช้เวทีประชาคมถกเถียงเรื่องข้อมูลทางบัญชี คุณสมพงษ์บอกว่าตนเองเริ่มจากการจดด้วยตนเอง
ก่อนแล้วก็เห็นว่าได้ประโยชน์สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลดต้นทุนการ
ผลิต และต่อมาก็ได้เป็นผู้ใหญ่บ้านก็เลยความรู้ตรงนี้มาถ่อยทอดต่อประชาชน
ในหมู่บ้าน และก็แนะนำให้ชาวบ้านแต่ละคนนำข้อมูลทางบัญชีมาคุยกันในแต่
ละครั้งของการประชุมเวทีประชาคม ซึ่งชาวบ้านก็ชอบมาก และรักที่จะทำบัญชี
ครัวเรือนมากขึ้น เนื่องจากสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ต้นทุนการประกอบอาชีพ
ของตนเองได้ รวมถึงการสร้างเครือข่ายเยาวชนในหมู่บ้านให้รักการจดบันทึก
บัญชี คือจะกระตุ้นให้น้อง ๆ จดบันทึกบัญชี และติดตามตลอด บางครั้งก็อบรม
แกนนำบ้าง หลังจากนั้นก็ก่อนตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน และรวมกลุ่มบ้านมาผลิต
อาหารแปรรูป และก่อนตั้งร้านค้าชุมชนหมู่บ้าน
6. ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุปและปิดรายการ
อร :
นี่ก็คือผลต่อเนื่องจากการทำบัญชี ทำให้รู้จักการรวมกลุ่มเกิดขึ้น ทำให้รู้จักการ
ลดต้นทุนสังเกตจากการรวมกลุ่มกันทำปุ๋ยน้ำใช้เอง แปรรูปอาหาร หรือแม้แต่
การตั้งร้านค้าชุมชน รวมถึงการปลูกผักทานเองเป็นการลดค่าใช้จ่าย และไม่ลืม
ที่จะถ่ายทอดไปยังเพื่อนบ้านเพื่อที่จะขยายผลต่อไป รายการของเราก็หมดเวลา
ลงอีกแล้ว กลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้านะคะ สวัสดีค่ะ
7. เพลงประจำรายการค่อยๆ ดังขึ้นและเบาลงปิดรายการ